back

กาญจนบุรีเปิดแนวคิด “อสม.คุ้มครองผู้บริโภค” เสนอผนึกกำลัง 4 ภาคี พัฒนาระบบเฝ้าระวัง เตือนภัย และรับเรื่องร้องเรีสำนักยนถึงระดับตำบล

11 ก.ย. 2569 19:20 View: 124
author profile image
Phatcharin Phatthanaphichai
กาญจนบุรีชูโอกาส “อสม.” สู่เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จับมือ 4 ภาคี พัฒนาระบบเฝ้าระวัง–เตือนภัย–คุ้มครองสิทธิประชาชน วันที่ 11 กันยายน 2569 นายสุนทร สุริโย หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค เดินทางไปร่วมให้กำลังใจ นางศยามน ชนกโชค ในการเข้ารับการคัดเลือก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดีเด่น สาขาคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ นางศยามน นอกจากทำหน้าที่ อสม. แล้ว ยังดำรงตำแหน่ง ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ผู้บริโภคตำบลท่ามะขาม ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภค และมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานคุ้มครองสิทธิประชาชนในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นายสุนทรกล่าวว่า เวทีการคัดเลือก อสม.ดีเด่น สาขาคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ไม่ควรมองเป็นเพียงเวทีเพื่อยกย่องบุคคลที่มีผลงานโดดเด่น แต่สามารถใช้เป็น “จุดเริ่มต้นในการขยายงานคุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดขึ้นในทุกชุมชน” เนื่องจาก อสม. เป็นบุคลากรที่ใกล้ชิดประชาชน เข้าถึงครัวเรือน และสามารถรับรู้ปัญหาด้านสุขภาพและการบริโภคได้อย่างรวดเร็ว ภายในงานยังได้พบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารและเครือข่ายด้านสาธารณสุขหลายภาคส่วน อาทิ นายรังสิมันต์ ทองสวัสดิ์ รองผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นายศิวโรจน์ จิตนิยม ประธาน อสม.จังหวัดกาญจนบุรี ตลอดจนสาธารณสุขอำเภอและหัวหน้ากลุ่มงานต่าง ๆ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี จากการแลกเปลี่ยนดังกล่าว ทำให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนางานจากการทำงานของบุคคลหรือกลุ่มเล็ก ๆ ไปสู่ “ระบบเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพระดับจังหวัด” ที่เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับชุมชน เสนอผนึก 4 ภาคี พัฒนา “อสม.คุ้มครองผู้บริโภค” หน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง 4 ภาคีสำคัญ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค โดยมีแนวคิดที่จะร่วมกันพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้มีบทบาทมากขึ้นในด้านการ เฝ้าระวัง เตือนภัย สื่อสารข้อมูล และเชื่อมต่อการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ในพื้นที่ หนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน และพัฒนาหลักสูตร “อสม.คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ” เพื่อให้ อสม. มีทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เนื้อหาสำคัญควรครอบคลุมอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่ รู้สิทธิ – เข้าใจสิทธิผู้บริโภคและหลักการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ รู้ทันภัย – เฝ้าระวังสินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริการ และโฆษณาที่อาจสร้างความเข้าใจผิด สื่อสารเป็น – สามารถให้ข้อมูล เตือนภัย และสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน ส่งต่อได้ – รับเรื่องร้องเรียน เก็บข้อมูลเบื้องต้น และเชื่อมต่อประชาชนไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ เชื่อมการทำงานจากจังหวัดถึงกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ อีกแนวทางสำคัญ คือ การนำกลไกและงบประมาณด้านสุขภาพที่มีอยู่มาใช้สนับสนุนการทำงานของเครือข่าย โดยในระดับตำบลสามารถพัฒนา “โครงการต้นแบบ อสม.คุ้มครองผู้บริโภค” เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล กิจกรรมสามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว เช่น การสำรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำหน่ายในชุมชน การเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ การจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ เยาวชน และประชาชน การจัดตั้งทีมเตือนภัยระดับตำบล รวมถึงการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนวทางดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนการอบรม อสม. จากการเรียนรู้ในห้องประชุมไปสู่ “การเรียนรู้จากการลงมือทำจริง” และทำให้เกิดข้อมูลและผลงานจากพื้นที่ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ “ประชาชนได้ประโยชน์ อสม.มีผลงาน จังหวัดมีระบบ” นายสุนทรกล่าวว่า หากสามารถทำให้งานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำของเครือข่าย อสม. และทำให้แต่ละตำบลมีบุคลากรที่สามารถ เฝ้าระวัง เตือนภัย ให้คำแนะนำ และเชื่อมต่อระบบร้องเรียน ได้ จะเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน ขณะเดียวกัน อสม. จะมีโอกาสสร้างผลงานจากการปฏิบัติจริง และสามารถนำผลงานไปต่อยอดในการพัฒนาศักยภาพและการคัดเลือก อสม.ดีเด่นในระดับต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาเป็นต้นแบบในระดับเขตหรือระดับประเทศต่อไป “หากเราสามารถทำให้งานคุ้มครองผู้บริโภคกลายเป็นงานประจำของเครือข่าย อสม. และทำให้ทุกตำบลมีคนที่สามารถเฝ้าระวัง เตือนภัย และเชื่อมต่อการร้องเรียนได้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน และในอีกด้านหนึ่ง อสม.เองก็จะมีพื้นที่สร้างผลงานจากการทำงานจริง” นายสุนทรกล่าว การเดินทางมาให้กำลังใจผู้เข้ารับการคัดเลือก อสม.ดีเด่นในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนคนทำงานหนึ่งคน แต่ยังเป็นโอกาสในการเปิดประเด็นสู่การสร้าง “ระบบความร่วมมือคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพระดับจังหวัด” เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่าย อสม. องค์กรผู้บริโภค และประชาชนเข้าด้วยกัน หากทุกภาคส่วนสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน กาญจนบุรีมีโอกาสพัฒนา “โมเดล อสม.คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ” ที่นำไปใช้ได้จริงในระดับชุมชน และสามารถขยายผลเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง