back
เจียระไนย่านซื่อ ชูวิถีจาก สู่เส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon เมืองตรัง
11 ก.ย. 2569 05:06
View: 53

The Journalist
ตรัง-กทจ.ตรัง นำผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ นักวิชาการ ลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนย่านซื่อ อ.กันตัง จ.ตรัง ภายใต้แนวคิด Low Carbon ตามโครงการ Trang Elite Essence Project : เจียระไนจุดหมายปลายทาง สู่การท่องเที่ยวระดับคุณภาพสูง ชูจุดเด่นภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรจาก “ต้นจาก ใบจาก และก้านจาก” ต่อยอดเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์ Workshop ยกระดับชุมชนสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มทรัพยากรท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน
.
เมื่อเร็วๆนี้ นางสาวฉันทนา ศิวกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดตรัง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา ตรัง และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง รวมกว่า 40 คน ร่วมกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนภายใต้แนวคิด Low Carbon โครงการ Trang Elite Essence Project : เจียระไนจุดหมายปลายทาง สู่การท่องเที่ยวระดับคุณภาพสูง ณ ชุมชนย่านซื่อ ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
.
สำหรับเส้นทางดังกล่าว เริ่มต้นที่ วัดย่านซื่อ โดยคณะนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าสักการะและกราบไหว้ขอพร พ่อท่านอินทร์ พระปลัดอินทร์ อินทสโร ณ วัดย่านซื่อ พระที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา ก่อนเข้าสู่เส้นทางเรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน
.
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านปากกัดตีนถีบ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและอาชีพการทำใบจาก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่กับชุมชน โดยพบชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ใช้วิธีลอกใบจากด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ด้วยการใช้เท้าเกี่ยวใบจากและใช้ปากกัดเพื่อลอกใบ ก่อนทำวนเป็นขั้นตอนจนได้ใบจากเป็นมัด
.
หนึ่งในชาวบ้านวัยเกษียณที่ร่วมสาธิต เล่าว่า สามารถทำได้ประมาณ 10 มัด หากนำไปจำหน่ายจะอยู่ที่ประมาณมัดละ 10 บาท แต่ต้องใช้เวลาทำตลอดทั้งวัน ขณะที่ยังมีขั้นตอนการสับใบจากเพื่อนำไปใช้เป็นใบยาสูบ โดยในพื้นที่เมื่อมีเวลาว่าง ชาวบ้านแทบทุกบ้านจะมานั่งทำใบจาก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและอาชีพของคนในชุมชน
.
ตลอดเส้นทางยังพบเห็น ป่าจาก ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมถึงชาวบ้านออกมาตัดต้นจาก โดยมีค่าจ้างเริ่มต้นมัดประมาณ 20 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในชุมชนย่านซื่อ
.
จากนั้นคณะเดินทางไปรับประทานอาหารว่างที่ กลุ่มศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตำบลย่านซื่อ ซึ่งนำผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นมาร่วมต้อนรับ ทั้งน้ำลูกจาก ขนมจาก และวุ้นลูกจากแก้วทับทิมหอมหมื่นลี้ ก่อนเข้าสู่กิจกรรมทดลองทำ ผ้ามัดย้อมจากสีของลูกจาก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกออกแบบลวดลายด้วยตนเอง และลงมือทำจริง ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นำทรัพยากรในพื้นที่มาสร้างเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยว
.
ต่อมาคณะเดินทางไปยัง วิสาหกิจชุมชนย่านซื่อโกกรีน หมู่ที่ 2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อร่วมกิจกรรม Workshop ทดลองทำ สบู่ถ่านไบโอชาร์ ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรในชุมชนมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น
.
จากนั้นพักรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านสวนจากคาเฟ่ ซึ่งนำวัตถุดิบจากชุมชนมาใช้ประกอบอาหาร เน้นวัตถุดิบสดใหม่ สะอาด และอาหารท้องถิ่น พร้อมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสบรรยากาศสวนจากของชุมชน
.
หลังรับประทานอาหาร คณะเดินทางต่อไปเรียนรู้การทำ เสวียนหม้อ หรือที่รองหม้อจากก้านจาก โดยช่างฝีมือในชุมชนสาธิตการนำก้านจากมาจักสานเป็นรูปทรงคล้ายตะกร้า ก่อนนำไปใช้เป็นที่รองหม้อ
.
เสวียนหม้อที่ผลิตโดยชาวบ้านจะนำไปวางจำหน่ายที่ร้านสวนจากคาเฟ่ มีหลายขนาดทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ราคาเริ่มต้นประมาณ 79 บาท ไปจนถึงหลักร้อยบาท เป็นสินค้าทำมือที่ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญ โดยใช้เวลาทำประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของชิ้นงาน ก่อนนำไปเคลือบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน
.
กิจกรรม Workshop ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวได้ทดลองลงมือทำเสวียนหม้อจากก้านจากด้วยตนเอง ทำให้เห็นกระบวนการตั้งแต่การเตรียมวัสดุจนถึงการจักสาน และได้สัมผัสภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด
.
ภายหลังเสร็จกิจกรรม คณะผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเส้นทางดังกล่าว โดยเห็นว่า ย่านซื่อมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เนื่องจากมีกิจกรรมหลากหลายและสามารถให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนได้จริง
.
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนอให้พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต ทั้ง ลานจอดรถ ทางเดิน ห้องน้ำ การเข้าถึงพื้นที่ ตลอดจนการบริหารจัดการด้านความสะดวกและความปลอดภัย เพื่อให้เส้นทางมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น
.
นางสาวฉันทนา ศิวกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่กำหนดขึ้นเพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โดยจังหวัดมองว่าย่านซื่อเป็นชุมชนที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก “จาก” ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำสบู่ การทำผ้ามัดย้อม การทำขนมที่ใช้ลูกจาก และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จึงมองเห็นศักยภาพในการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอด
.
“เรารู้ว่ามันเป็นการใช้ Zero Waste ได้ หรือที่เราเรียกว่า Low Carbon และจังหวัดตรังของเราอย่างที่เราเห็นคือ เราพึ่งพาธรรมชาติมากเกินไป พอปิดเกาะเราก็ไม่มีนักท่องเที่ยว เราก็เลยพยายามหาชุมชนที่คิดว่ามีศักยภาพพอที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วง Low Season ของจังหวัดด้วย ก็เลยเลือกเป็นย่านซื่อในวันนี้” นางสาวฉันทนา กล่าว
.
นางสาวฉันทนา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคืออยากให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมเยียนและท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นการ ทดสอบเส้นทาง หลังจากมีการอบรมไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา และเชิญทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนเข้ามาร่วมทดลอง เพื่อดูว่าเส้นทางดังกล่าวยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมในด้านใดบ้าง เพื่อให้สามารถตอบสนองกับนักท่องเที่ยวจริง
.
“ชุมชนจะได้อะไรบ้าง คือได้องค์ความรู้ว่า คุณจะรับนักท่องเที่ยว คุณจะต้องมีการบริการอย่างไร อย่างวันนี้ที่เรามาแล้วจะเห็นว่ามีบางจุดที่เราต้องมีการพัฒนาต่อยอดต่อไป” นางสาวฉันทนา กล่าว
.
สำหรับแนวทางในอนาคต หากเส้นทางดังกล่าวสามารถนำไปขายและต่อยอดได้ เบื้องต้นคาดว่าจะมี ค่าบริการประมาณ 900 บาทต่อคน และรับนักท่องเที่ยวกลุ่มละไม่เกิน 20 คน โดยระยะแรกจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวศึกษาดูงานเป็นอันดับแรก ก่อนพัฒนาต่อยอดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวอื่น ๆ
.
ย้ำหัวใจสำคัญ เงินต้องเข้าสู่ชุมชน พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้บริหารจัดการอย่างยั่งยืน
.
นางสาวฉันทนา กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวชุมชนคือ รายได้ต้องเข้าสู่ชุมชนจริง ๆ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรังจะเข้ามาให้ความรู้และเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องการจัดการท่องเที่ยวชุมชน ตามแนวทางของกรมการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวชุมชนแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้ชุมชนเป็นเจ้าของการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
.
ที่ผ่านมาในการอบรมได้มีการพูดคุยและวางกระบวนการว่า ชุมชนจะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไรในแต่ละจุด แต่ละฐานกิจกรรม รวมถึงการแบ่งปันรายได้ภายในชุมชน เพื่อให้เกิดระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน
.
“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันโตขึ้นแล้วไม่สามารถยึดตามกฎกติกาที่สร้างเอาไว้ ไม่เข้มแข็ง มันก็จะพังลงได้ เพราะฉะนั้นทางสำนักงานก็จะต้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้เขาเป็นท่องเที่ยวชุมชนจริง ๆ” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง กล่าว
.
ทั้งนี้ จังหวัดตรังคาดหวังว่า หากสามารถพัฒนาชุมชนย่านซื่อให้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ตามกรอบของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ก็อาจต่อยอดส่งชุมชนเข้าร่วม การประกวดการท่องเที่ยวชุมชนของกรมการท่องเที่ยว ในอนาคต
.
“อยากให้นักท่องเที่ยวมาย่านซื่อ อยากให้มาสัมผัสด้วยใจว่าลูกจากของเรา มันสามารถทำให้คุณมีความสุขได้อย่างไรบ้าง”
.
ด้านตัวแทนชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดตรัง กล่าวว่า การเข้ามาทดสอบเส้นทางในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากการเรียนรู้เส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่กันตัง โดยเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนและกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น
.
จากการลงพื้นที่ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งการทำเสวียนหม้อจากก้านจาก การทำผ้ามัดย้อมจากสีของจาก ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจเดิมที่อาจใช้เปลือกมังคุด รวมถึงการทำขนมจาก การลอกและสับใบจาก และวิถีการนำใบจากไปใช้ทำมวนยาสูบ
.
“อย่างน้อย ๆ ครั้งนี้เราได้มีความรู้เพิ่มขึ้นแล้วก็ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนพื้นบ้านจริง ๆ ตั้งแต่การทำก้านจาก ใบจากใหญ่ การทำขนมจาก ที่เป็นใบจากก็มาทำมวนยาสูบ ซึ่งจังหวัดตรังเราเองก็เป็นมวนยาสูบที่ขึ้นชื่อระดับประเทศว่าเหนียวและขนาดใหญ่” ตัวแทนชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดตรัง กล่าว
.
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนชมรมมัคคุเทศก์ฯ เห็นว่า หากจะพัฒนาเส้นทางให้รองรับนักท่องเที่ยวในวงกว้าง ควรปรับปรุงเรื่อง ความสะดวกในการเข้าถึง ลานจอดรถ ทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยว และบริการห้องน้ำ เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในอนาคต
.
สำหรับผู้สนใจเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนย่านซื่อ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 061-568-3824
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













