back

อาชีพง่ายๆ แต่รายได้งาม ชาวบ้านต.ในเตา จ.ตรัง เพาะกล้าพันธุ์หมากส่งขายทั่วไทย กวาดรายได้หลายหมื่น/ปี-ออเดอร์ล้นไม่พอขาย

12 ก.ย. 2569 05:32 View: 92
author profile image
The Journalist
ตรัง-อาชีพง่ายๆ แต่รายได้งาม ชาวบ้านต.ในเตา จ.ตรัง เพาะกล้าพันธุ์หมากส่งขายทั่วไทย กวาดรายได้หลายหมื่น/ปี-ออเดอร์ล้นไม่พอขาย ฉายความสมบูรณ์ป่าดิบชื้นเขาบรรทัด . เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังลงพื้นที่พบกับชาวบ้าน ต.ในเตา อ.ห้วยยอด กับอาชีพน่าสนใจ เพาะกล้าพันธุ์หมากขายปีละหลายหมื่นต้น สร้างรายได้ทุกวันตลอดปี กระจายรายได้แก่ชาวบ้านในตำบลได้มีรายได้เสริมจากการกรีดยางพารา โดยแต่ละปีชาวบ้านมีรายได้จากผลผลิตหมาก ทั้งหมากแห้ง หมากอ่อน กล้าพันธุ์หมาก สร้างรายได้สะพัดในพื้นที่ . เช่น นางอมรรัตน์ คงกิ้ม ชาวบ้านหมู่ 3 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นำผู้สื่อข่าวชมการเพาะกล้าพันธุ์หมาก เพื่อเก็บไว้ส่งขายผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับลูกค้าที่ต้องการกล้าพันธุ์หมากทั่วประเทศปีละหลายหมื่นต้น จนทำให้กลายเป็นอาชีพเสริมที่สามารถขายและมีรายได้ตลอดปีมาประมาณ 4 ปีแล้ว โดยพื้นที่เพาะกล้าพันธุ์หมากก็ใช้พื้นที่ว่างใกล้บ้าน ริมสวนยางพารา . นางอมรรัตน์ เล่าว่า มีอาชีพทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลัก แต่มีอาชีพเสริม คือ เพาะกล้าพันธุ์หมากขาย โดยหมากที่ตนเองเพาะกล้าพันธุ์ขายส่วนหนึ่งมาจากหมากสุกที่ปลูกไว้เองในสวนหรือพื้นที่ว่าง แต่ถ้าไม่พอขายก็รับซื้อจากเพื่อนบ้านในตำบลที่มีการปลูกกันเกือบทุกครัวเรือน ซึ่งหมากมี 2 ลักษณะคือ หมากลักษณะผลกลม และหมากลักษณะผลรีตูดแหลม ที่ชาวบ้านเรียกชื่อติดปากว่า หมากเวียดนามตูดแหลม ซึ่งเป็นหมากสูงพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปที่มีลักษณะผลทรงรีและก้นหรือตูดแหลม แต่กล้าพันธุ์หมากที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด คือ กล้าหมากตูดแหลมผลรี เนื้อสีขาว หรือสีนวล . เจ้าตัวเล่าอีกว่า ใช้วิธีการเพาะด้วยกระสอบปุ๋ย เกิดจากความพยายามทดลองหาวิธีการเพาะหมากให้ได้ผลดีซึ่งได้ทดลองมาหลายวิธี ทั้งการเพาะลงดิน การเพาะในถุงชำ แต่พบว่าการเพาะในกระสอบ โดยการเก็บผลหมากสุกใส่ในกระสอบปุ๋ย จากนั้นนำไปวางในพื้นที่ว่างบริเวณบ้าน หรือในสวน แล้วใช้วิธีกรีดตรงกลางกระสอบปุ๋ยให้ขาดเป็นทางยาว เพื่อเปิดช่องระบายอากาศ เพิ่มอากาศภายในกระสอบ ผลหมากเองมีเปลือกที่นุ่มสามารถเก็บรักษาความชื้นได้ดี ผ่านไปประมาณ 2 เดือน หมากจะแตกหน่อและเจริญงอกงามดี เพราะหมากในกระสอบปุ๋ยมีความชื้นที่เหมาะสม ไม่มีแมลงหรือหนอนกัดกิน ทำให้ได้ผลผลิตสูงที่สุด แต่การเพาะลงดิน ผลหมากจะแห้ง เสียหาย รวมทั้งอาจถูกแมลงกัด ไม่ได้ผลมากนัก . “หากขายแบบหน่อแต่ยังไม่แตกใบ จะขายต้นละ 1 บาท แต่หากนำหน่อไปอนุบาลต่อในถุงเพาะชำ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จะได้ต้นสูงขนาด 25-30 ซม.ลักษณะเป็นลำต้น 2 ใบยาว หากถอนจากถุงเพาะชำขายโดยไม่มีถุงเพาะชำ เรียกว่า ต้นถอน จะขายต้นละ 2 บาท โดยจะถอนต้นแล้วแพ็กเป็นกล่องๆละ 100 ต้น แถม 10 ต้น แต่หากขายทั้งถุงชำสีดำ จะขายในราคาต้นละ 5 บาท” . นางอมรรัตน์ บอกอีกว่า ทำเป็นอาชีพเสริมมาประมาณ 4 ปีแล้ว ใช้หมากที่ปลูกไว้เอง แต่ละปีไม่พอจำหน่าย เพราะต้องใช้จำนวนมากปีละหลายหมื่นต้น ลูกค้ามีทั่วประเทศ จึงต้องรับซื้อผลสุกจากชาวบ้านในพื้นที่ในราคากก.ละ 7 บาท เพื่อมาเพาะกล้าพันธุ์ขาย แต่ละปีต้องใช้หมากสุกประมาณ 2-3 ตัน เพื่อผลิตต้นกล้าพันธุ์ให้เพียงพอส่งขายทั่วประเทศ โดยในต.ในเตา สภาพอากาศชื้นเพราะอยู่ติดเทือกเขาบรรทัด ชาวบ้านจึงมีการปลูกผลไม้และหมากไว้เกือบทุกครัวเรือน เมื่อถึงหน้าแล้งช่วงปิดกรีดยางพารา ตนและชาวบ้านก็จะทำหมากแห้งขาย โดยจะมีพ่อค้า แม่ค้า เดินทางมารับซื้อถึงที่ ส่วนที่เหลือจากทำหมากแห้งแล้วก็จะต่อด้วยอาชีพเสริมด้วยการเพาะกล้าพันธุ์หมากขาย ของตัวเองมีไม่พอก็รับซื้อจากชาวบ้านด้วย ชาวบ้านก็จะได้มีรายได้ และยังรับซื้อหมากอ่อนขายด้วย ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่เช่นกัน โดยหมากแห้งปลายทาง คือ ต่างประเทศ เช่น อินเดีย ไต้หวัน และปากีสถาน เพื่อใช้ในการเคี้ยว คล้ายการกินหมากพลู อุตสาหกรรมย้อมสี และสกัดสารเคมี รวมถึงใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ส่วนหมากอ่อน ตนขายเป็นลูกๆ ละ 1 บาท ปลายทางก็ส่งขายต่างประเทศเช่นกัน คือ ประเทศจีน เท่าที่ทราบเพื่อนำไปแปรรูปเป็นลูกอม หรือลูกอมเคลือบช็อกโกแลต . ด้านชาวบ้านในพื้นที่ (เสื้อแดงคอปก) บอกว่า เพาะหมายขายเช่นกันทุกปี เพาะไปขายไป ปีนี้เพาะไปแล้วประมาณ 3,000 ต้น ส่วนปีที่แล้ว(2568) เพาะได้ทั้งหมดประมาณ 5,000 ต้น สร้างรายได้ปีละหลายหมื่นบาท เช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่อีกราย ก็บอกว่า เพาะหมากไว้ขายทุกปีๆละหลายมื่นต้น ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว ราคาต้นละ 5 บาท เพาะแล้วให้นางอมรรัตน์เป็นคนทำตลาด ขายทางออนไลน์ และตนยังรับจ้างเพาะด้วย โดยการเอาหน่อหมากลงถุงชำ จะได้ต้นละ 50 สตางค์ ต่อวันเพาะได้เป็นพันต้น เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากการกรีดยางพาราอีกด้วย . อาชีพขายต้นกล้าพันธุ์หมาก ที่ ต.ในเตา ถือเป็นอาชีพเสริมแต่มีรายได้ทุกวัน และตลอดทั้งปี หากมีออเดอร์เข้ามา และในช่วงฝนตกกรีดยางพาราไม่ได หรือช่วงปิดกรีด ก็ถือเป็นรายได้หลัก เพราะในพื้นที่มีหมากเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ก็พลอยมีรายได้เสริมไปด้วย ซึ่งในพื้นที่ต.ในเตา มีคนเพาะกล้าพันธุ์หมากประมาณ 5 ราย เป็นญาติพี่น้องกัน . ส่วนนางอมรรัตน์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับซื้อด้วย และทำตลาดขาย ผ่านทางออนไลน์ เฟสบุ๊ก “อมรรัตน์ คงกิ้ม” สามารถทักแชทข้อความได้ และโพสต์ขายทางกลุ่ม ขายหมาก ต่างๆ ในการส่งขายออนไลน์นั้นจะไม่มีขั้นต่ำสั่งกี่ต้นก็ส่ง ส่วนค่าส่งก็คิดตาม สนใจสอบถามรายละเอียด โทร 095-842-7469 ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง