back
สธ.ยกระดับรักษาโรคหัวใจทั่วไทย เร่ง Fast Track ลดเสียชีวิต โชว์เคส รพ.ตรัง เดินหน้าเป็นต้นแบบดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจครบวงจร
27 มิ.ย. 2569 10:56
View: 106

The Journalist
สธ.ยกระดับรักษาโรคหัวใจทั่วไทย เร่ง Fast Track ลดเสียชีวิต โชว์เคส รพ.ตรัง เดินหน้าเป็นต้นแบบดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจครบวงจร
.
เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ จัดการประชุมวิชาการสัญจรเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ในโครงการ "วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (SAVE THAIS FROM HEART DISEASES)" เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาเครือข่ายบริการโรคหัวใจในพื้นที่ภาคใต้ บรรยากาศคึกคัก
.
โดยนายแพทย์ภูริช สุลัญชปกร หัวหน้าทีมสถาบันโรคทรวงอก เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวดำเนินมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อรับมือภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome : ACS) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบรักษาแบบเร่งด่วน หรือ Fast Track เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการเปิดหลอดเลือดหัวใจโดยเร็วที่สุด ทั้งด้วยยาละลายลิ่มเลือดและการทำหัตถการขยายหลอดเลือดหัวใจ (PCI) ลดการสูญเสียกล้ามเนื้อหัวใจและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ทั้งนี้ ข้อมูลจากฐานข้อมูล THAI ACS Registry ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 พบผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันทั่วประเทศ 26,069 ราย เป็นผู้ป่วย STEMI ร้อยละ 50.31 และ NSTEMI ร้อยละ 46.66 โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลเครือข่าย 816 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ผู้ป่วยร้อยละ 77.89 เข้าถึงการเปิดหลอดเลือดได้สำเร็จ ขณะที่อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลของผู้ป่วย STEMI อยู่ที่ร้อยละ 8.02 และ NSTEMI ร้อยละ 5.04
.
นายแพทย์ภูริช กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจร้อยละ 30-50 เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล จึงเดินหน้าพัฒนาระบบ Fast Track ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนเรียนรู้การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นในการประชุมครั้งนี้ มีโรงพยาบาลตรังร่วมเป็นเจ้าภาพ พร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการรักษาโรคหัวใจและการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพขั้นสูง (ACLS) รวมทั้งสาธิตการรักษาผู้ป่วยจริง โดยทีมแพทย์ห้องสวนหัวใจของสถาบันโรคทรวงอกและโรงพยาบาลตรัง จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย การทำหัตถการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยหัวกรอกากเพชร (Rotational Atherectomy หรือ Rota) 2 ราย และการรักษาผู้ป่วยภาวะผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (ASD) อีก 1 ราย
.
“สถาบันโรคทรวงอกยังยกให้โรงพยาบาลตรังเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลต้นแบบด้านการรักษาโรคหัวใจ เนื่องจากมีทีมแพทย์โรคหัวใจและศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกครบทุกสาขา สามารถให้บริการรักษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องตามมาตรฐานวิชาชีพ ทั้งนี้ สถาบันโรคทรวงอกยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และระบบเครือข่ายส่งต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหัวใจทั่วประเทศได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย และได้มาตรฐานในระดับสากล”นายแพทย์ภูริช กล่าว
.
ด้านนายแพทย์สมบัติ สธนเสาวภาคย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ตรัง กล่าวว่า ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลตรังดำเนินงานภายใต้ทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก พยาบาลเฉพาะทาง เภสัชกร และนักกายภาพบำบัดหัวใจ ดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระยะเฉียบพลันจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ พร้อมทั้งพัฒนาเครือข่ายบริการโรคหัวใจระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง สำหรับผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลตรัง พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 89.9 สามารถเข้าถึงการเปิดหลอดเลือดหัวใจได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลของผู้ป่วย STEMI อยู่ที่ร้อยละ 10.97 และ NSTEMI ร้อยละ 9.96 ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โรงพยาบาลจึงเร่งยกระดับระบบบริการโรคหัวใจทั้งระบบ พัฒนาการวินิจฉัยและการรักษาอย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบ Fast Track ขยายเครือข่ายบริการ รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้การทำ CPR และการใช้ AED เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
.
นายแพทย์สมบัติ กล่าวว่า นอกจากนี้ โรงพยาบาลตรังยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาฐานข้อมูล ACS Registry โดยบันทึกข้อมูลผู้ป่วยอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่าย เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์สถานการณ์ ติดตามผลลัพธ์ทางคลินิก สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











