back

สุดเจ๋ง! ปราชญ์ตรังชูโมเดลในหลวงร.9 ฟื้นดินดี ไม่ง้อปุ๋ยแพงผุด “ปุ๋ยตราพะยูน” ทำเองลดต้นทุนเกษตร จี้รบ.หนุนนวัตกรรมสหกรณ์ฯ สร้างแหล่งทุนสู้หนี้นอกระบบ

23 มิ.ย. 2569 05:07 View: 327
author profile image
The Journalist
ตรัง-สุดเจ๋ง! ปราชญ์ตรังชูโมเดลในหลวงร.9 ฟื้นดินดี ไม่ง้อปุ๋ยแพงผุด “ปุ๋ยตราพะยูน” ทำเอง ลดต้นทุนเกษตร กำลังผลิต 3พันตัน/ปี จี้รบ.หนุนนวัตกรรมสหกรณ์ฯ สร้างแหล่งทุนสู้หนี้นอกระบบ . เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังรายงานจากกลุ่มชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย(กยท.)แปลงใหญ่ยางพาราบ้านร่มไทร เลขที่ 22/1 หมู่ 1 ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พบคนงานกำลังเร่งผลิตและบรรจุปุ๋ยอินทรีย์ใส่กระสอบเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า ท่ามกลางความต้องการของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น หลังราคาปุ๋ยเคมีในตลาดยังอยู่ในระดับสูงจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง โดยการนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง . นายฉิด ขันแก้ว ปราชญ์ชาวบ้านและประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงสอนไว้ว่า ต้องปรับปรุงผืนดินให้ดีเสียก่อนจึงจะทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่พึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ทำให้ดินเสื่อมสภาพและต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น จึงเกิดการรวมตัวของเกษตรกรจังหวัดตรังจัดตั้งเครือข่ายโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำนวน 7 แห่ง ภายใต้แบรนด์ “ตราพะยูน” เพื่อผลิตปุ๋ยใช้เองในพื้นที่ โดยในปี 2569 มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 3,000 ตัน ถือเป็นต้นแบบการพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตรของประเทศ . นายฉิด กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังจำเป็นต้องนำเข้าแม่ปุ๋ยและวัตถุดิบสำหรับผลิตปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามและความผันผวนของตลาดโลก ทำให้ราคาปุ๋ยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กับปุ๋ยเคมีจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม เพราะช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต ฟื้นฟูคุณภาพดิน และเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ . “ขอฝากถึงภาครัฐให้ผลักดันรูปแบบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในทุกจังหวัด โดยอาศัยองค์ความรู้จากกรมพัฒนาที่ดินและการกำกับมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ และเสนอให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันในรูปแบบสหกรณ์ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนการจัดตั้งแหล่งเงินทุนของชุมชน เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ แต่หลายพื้นที่ยังไม่ได้นำมาใช้จริง หากมีแหล่งทุนในชุมชนจะช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน”นายฉิดกล่าว . ด้านนายระบิล คล้ายสอง ประธานกลุ่มชาวสวนยาง กยท.แปลงใหญ่ยางพาราบ้านร่มไทร กล่าวว่า ปุ๋ยอินทรีย์ตราพะยูนผลิตจากมูลวัวร้อยละ 60 และมูลไก่ร้อยละ 40 ผ่านกระบวนการหมักไม่น้อยกว่า 45 วัน โดยต้องกลับกองทุก 7 วัน เพื่อควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพจนปุ๋ยสุกสมบูรณ์ ปัจจุบันลูกค้าหลักประกอบด้วยสมาชิกกลุ่ม เกษตรกรทั่วไป และกยท. ซึ่งนำไปสนับสนุนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกทดแทนยางพาราและปาล์มน้ำมัน เพื่อใช้ปรับปรุงดินและลดต้นทุนการผลิต โดยจำหน่ายในราคากระสอบละ 170 บาท น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในหลายพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรหวังให้จังหวัดตรังเป็นต้นแบบของการพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และเป็นแนวทางให้จังหวัดอื่นนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดต้นทุนการผลิต และแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทยในระยะยาว ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง