back
“ไม่คุยขอให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่เพราะอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว !!! แต่สามารถร่วมพัฒนาการศึกษากับศอ.บต.ได้”
16 เม.ย. 2569 17:35
View: 2

Shukur Dina
“ไม่คุยขอให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่เพราะอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว !!! แต่สามารถร่วมพัฒนาการศึกษากับศอ.บต.ได้”
โดย: อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)รายงานจากห้องประชุม
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
## **“หยุดด้อยค่าปอเนาะ!” เครือข่ายการศึกษาใต้ บุก ศอ.บต. ยื่นคำขาด ย้ายแม่ทัพภาค 4 – พร้อมจับมือพลเรือนสร้างสันติภาพ**
**ยะลา (15 เมษายน 2569)** – บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร้อนระอุเมื่อ “เครือข่ายสามพี่น้องสถาบันการศึกษาอิสลาม” นำโดย ดร.ขดดะรี บินเซ็น พร้อมแกนนำสมาคมโรงเรียนเอกชน ปอเนาะ และตาดีกา ชายแดนใต้รวมตัวยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการ ศอ.บต. แสดงจุดยืน “ไม่ทน” ต่อทัศนคติสายความมั่นคงที่บิดเบือนรากฐานการศึกษาในพื้นที่และให้สัมภาษณ์สื่อ
### **ชนวนเหตุ: จาก "บ่มเพาะความรู้" กลายเป็น "บ่มเพาะความรุนแรง"?**
ประเด็นหลักที่ทำให้ภาคีการศึกษาต้องดาหน้าออกมาเคลื่อนไหว คือการให้สัมภาษณ์ของ **แม่ทัพภาคที่ 4** ผ่านสื่อระดับประเทศและเวทีแถลงข่าวคดีความมั่นคง ซึ่งมีการระบุว่าสถาบันปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง(ไฟใต้ตลอด20 ปี)แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลนับแสนล้าน
เครือข่ายฯ ชี้ว่านี่คือการ **“สุมไฟใต้”** ด้วยวาทกรรมที่ทำลายเกียรติภูมิของสถาบันที่สร้างบุคลากรระดับประเทศมานักต่อนัก ทั้งจุฬาราชมนตรี แพทย์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และในพื้ที่พร้อมตั้งคำถามถึงงบประมาณภาษีที่ถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการข่าวสาร (IO) เพื่อสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ต่อคนในพื้นที่
### **3 ข้อเรียกร้อง "ยาแรง" เพื่อดัดหลังทัศนคติความมั่นคง**
เครือข่ายสามพี่น้องฯ ได้เสนอข้อเรียกร้องที่สั่นสะเทือนโครงสร้างอำนาจ ดังนี้:
1. **ขอโทษอย่างเป็นทางการ:** แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องขอโทษสถาบันการศึกษาผ่านสื่อสาธารณะ และสั่งหยุด IO ที่คุกคามสื่อและด้อยค่าประชาชนทันที
2. **ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4:** เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาสั่งย้ายผู้นำที่มีทัศนคติ "หวาดระแวง" ออกจากพื้นที่ เนื่องจากมองว่าอยู่ในตำแหน่งต่อไปก็มีแต่จะเพิ่มระยะห่างระหว่างรัฐกับประชาชน
3. **มาตรการตอบโต้ขั้นสูงสุด:** หากไม่มีการดำเนินการ เครือข่ายฯ พร้อม “ระงับความร่วมมือทุกกรณี” กับฝ่ายความมั่นคง และยกระดับการเคลื่อนไหวตามวิถีสันติและกรอบของกฎหมาย
### **ทางออกที่ยั่งยืน: "โยกงบ-เปลี่ยนมือ" คืนงานศึกษาให้ ศอ.บต.**
แม้จะประกาศตัดสัมพันธ์กับฝ่ายทหาร แต่ทางเครือข่ายฯ ยังคงเปิดประตูรับการพัฒนา โดยเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงโครงสร้างการทำงานใหม่เพื่อความยั่งยืน:
* **ใช้ "สงขลาโมเดล":** นำรูปแบบความสำเร็จของ ฉก.สงขลา ที่ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาอิสลามทั้งสาม อย่างให้เกียรติมาเป็นต้นแบบ
* **คืนงานศึกษาให้ศอ.บต:** เสนอให้หน่วยงานการศึกษาทั้งหมดกลับไปอยู่ภายใต้การดูแลของ **ศอ.บต.** เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม มากกว่าการถูกมองผ่านลำกล้องปืน
* **ชูสภาที่ปรึกษา (สปต.):**
การใช้กลไก "โซ่ข้อกลาง":** สนับสนุนบทบาทของ **สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.)** ในฐานะตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะนโยบายที่ยั่งยืน
> **“วิถีการศึกษาอิสลามคือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา”** ดร.ขดดะรี บินเซ็น เน้นย้ำทิ้งท้าย
>
### **บทวิเคราะห์: ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าจับตา?**
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประท้วงความมั่นคง แต่เป็นการ **"เสนอทางเลือกในการปกครอง"** ที่เปลี่ยนจากการใช้กำลังนำการเมือง โดยเฉพาะการศึกษา หรือจะเรียกว่าเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการศึกษา มาเป็นการใช้ **"ความเชื่อมั่น (Trust)"** นำการพัฒนา หากรัฐบาลขานรับข้อเสนอในการโอนงานศึกษาให้ ศอ.บต. ดูแลอย่างเต็มตัว นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ไฟใต้สงบลงด้วยกระบวนการทางปัญญาและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
**ร่วมติดตาม:** ท่าทีจากรัฐบาลและกองทัพภาคที่ 4 ว่าจะเลือก “ลดเพดานบิน” เพื่อทำตามข้อเรียกร้องหรือจะปล่อยให้ความสัมพันธ์กับมวลชนท้องถิ่นขาดสะบั้นลงเกินเยียวยา
และพรุ่งนี้(17 เมษายน 2569)จะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีด้วยมือ
ชมคลิปย้อนหลังใน
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=26456723643970455&id=100069361344864&mibextid=wwXIfr
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


