back
สามพี่น้อง โรงเรียนเอกชน ตาดีกา ปอเนาะ แถลงการณ์ ไล่แม่ทัพภาคสี่ แล้ว 15 เมษายน 2569 ประเดิมอำนาจนายกฯ อนุทิน หลังจากนี้จะมีมาตรการปังๆตามมาติดตามได้ทางนี้ https://www.facebook.com/share/1CojEbhGVo/?mibextid=wwXIfr หมายเหตุชมย้อนหลัง https://www.facebook.com/share/v/1DwX3CAKSu/?mibextid=wwXIfr
15 เม.ย. 2569 17:37
View: 47

Shukur Dina
สามพี่น้อง โรงเรียนเอกชน ตาดีกา ปอเนาะ แถลงการณ์ ไล่แม่ทัพภาคสี่ แล้ว
15 เมษายน 2569
ประเดิมอำนาจนายกฯ อนุทิน หลังจากนี้จะมีมาตรการปังๆตามมาติดตามได้ทางนี้
https://www.facebook.com/share/1CojEbhGVo/?mibextid=wwXIfr
สามพี่น้อง โรงเรียนเอกชน ตาดีกา ปอเนาะ แถลงการณ์ ไล่แม่ทัพภาคสี่ แล้ว
15 เมษายน 2569
ประเดิมอำนาจนายกฯ อนุทิน
https://www.facebook.com/share/v/1DwX3CAKSu/?mibextid=wwXIfr
วันนี้ (15 เม.ย. 69) นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ แถลงผลการประชุมร่วมกันของ 3 สมาคม คือ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน, สมาคมปอเนาะ และสมาคมตาดีกา โดยกล่าวว่า เราสามพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบัน ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า "สถาบันปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนเอกชนสามพี่น้องยังไม่ได้รับการพัฒนาและต้องกลับไปเรียนหนังสือกันใหม่" เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถรับได้ จึงมีการประชุมซูราร่วมกัน และจะดำเนินการตามมติที่ประชุมดังนี้
1.จะยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (16 เม.ย. 69) เวลา 15.00 น.
2.ในวันที่ 17 เม.ย. 69 ทั้ง 3 สถาบันจะยื่นหนังสือตรงถึงนายกรัฐมนตรี และยื่นหนังสืออีกฉบับไปยังประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
นายขดดะรี กล่าวว่า มติที่ประชุมเห็นว่าทั้ง 3 องค์กรไม่สามารถให้แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ไม่เข้าใจบริบทของพื้นที่เรื่องการศึกษาอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ ขอให้ไปรับตำแหน่งที่อื่นซึ่งอาจก้าวหน้ากว่าที่นี่ แต่ที่นี่ท่านไม่สามารถ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ได้ นี่คือหลักการจากมติที่ประชุมวันนี้
"มติวันนี้ เราจะเรียกร้องจนกว่าท่านจะไม่อยู่ในพื้นที่ และจนกว่าทุกอย่างจะเข้าสู่สภาวะปกติ"
นายขดดะรี กล่าวว่า หากดูตามที่ให้สัมภาษณ์ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. 69 ต่อเนื่องถึงวันที่ 14 เม.ย. 69 ซึ่งวันแรกสถานการณ์อาจพาไป แต่ในขณะเดียวกันท่านยังย้ำว่าสถาบันปอเนาะและตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก่ากว่า 20 ปี ในมุมกลับกันสังคมไม่สามารถยอมรับในสิ่งที่ท่านให้ข้อเสนอหรือสัมภาษณ์ผ่านสื่อได้ และถ้ามองว่าสถาบันปอเนาะและโรงเรียนเอกชนยังเป็นปัญหาก็ควรมาพัฒนาต่อยอดร่วมกัน แต่หากแม่ทัพยังอยู่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้
"ท่านต้องย้ายออกจากพื้นที่ เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็น สส. กมลศักดิ์ ท่านไม่น่าจะพาดพิงมายังปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนเอกชนเลย ถ้าพาดพิงมาแสดงว่าความคิดของท่านยังเป็นแบบเดิม"
นายขดดะรี กล่าวด้วยว่าเรื่องนี้กระทบการสร้างสันติภาพในพื้นที่ เพราะเป็นการสร้างแนวร่วมมุมกลับให้ประชาชนในพื้นที่ เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่พอใจ แล้วจะสร้างความสันติสุขในพื้นที่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
"ผมเข้าใจว่าท่านนายกฯ ไม่อยากให้ปัญหาคาราคาซังยาวนาน ผมเชื่อว่าท่านมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ นายกฯ ในฐานะ ผอ. รมน. จะตัดสินใจอย่างไร เชื่อว่าตัดสินใจได้"
นายขดดะรี กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาไม่มีแม่ทัพท่านใดที่จะมาให้ข่าวในลักษณะแบบนี้กับสถาบันปอเนาะ ซึ่งเป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรสำคัญระดับโลก แม้แต่ อดีตเลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ก็เป็นเด็กปอเนาะ รวมถึงจุฬาราชมนตรีหลายท่าน การที่มองเรื่องความไม่มั่นคงแล้วไปปลุกปั่นยุยงให้สถาบันปอเนาะเกิดภาพที่ไม่ดีแบบนี้ พวกเรายอมรับไม่ได้
นายขดดะรี กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการต้องออกมาพูดให้ชัดเจนว่า ข้อมูลที่แม่ทัพให้กับสภาวะในปัจจุบันนั้นสวนทางกันไปไกลแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่แม่ทัพภาคที่ 4 ไปออกสื่อในช่วงที่ผ่านมา
"เราคงไม่ฝากอะไรไปถึงแม่ทัพภาคที่ 4 โดยตรง เพราะเวลานี้ตามมติที่ประชุมคือให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน"
นายขดดะรี กล่าวด้วยว่า ทั้งสถาบัน 3 พี่น้อง ได้สื่อสารกับฝ่ายความมั่นคงมาตลอด แม้กระทั่งโมเดลที่จังหวัดสงขลา ที่ทำร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจสงขลาจนเป็นต้นแบบให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้นำไปใช้อย่างจริงจัง
รายงาน: ฐปณีย์ เอียดศรีไชย
#หมายเหตุ
คำว่าสามพี่น้องคือ
*(สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้, สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมสถาบันปอเนาะ)**
**เรื่อง: เรียกร้องความรับผิดชอบต่อการกล่าวหาที่กระทบต่อเกียรติภูมิของสถาบันการศึกษาอิสลาม และข้อเสนอแนะเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน**
ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า **แม่ทัพภาคที่ 4** ได้ให้สัมภาษณ์และแถลงข่าวในหลายโอกาส โดยเฉพาะผ่านรายการ *"เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand"* และการแถลงข่าวคดีสำคัญ ซึ่งมีการพาดพิงและกล่าวหาในลักษณะที่ว่า **สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง** นั้น
**เครือข่ายสามพี่น้องสถาบันการศึกษาอิสลาม** อันประกอบด้วย สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมสถาบันปอเนาะ ในฐานะตัวแทนสถาบันการศึกษาอิสลามที่เป็นรากฐานทางปัญญาและคุณธรรมของพื้นที่ ขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้:
### **1. ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่บิดเบือนและด้อยค่าสถาบันการศึกษา**
เราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ปราศจากฐานข้อมูลความจริง ซึ่งระบุว่าสถาบันการศึกษาเป็นบ่อเกิดของความรุนแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันเหล่านี้ได้ทำงานเคียงคู่กับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานรัฐ เพื่อหล่อหลอมบุคลากรชั้นนำของประเทศ ทั้งจุฬาราชมนตรี ผู้นำศาสนา รัฐมนตรี นักการทูต แพทย์ พยาบาล และข้าราชการทุกหมู่เหล่า การกล่าวหาลอยๆ เช่นนี้ถือเป็นการดูหมิ่นเกียรติภูมิของครูผู้เสียสละ และทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาอย่างรุนแรง
### **2. ทัศนคติทางความมั่นคงที่บดบังการพัฒนา**
การที่ผู้นำระดับสูงในโครงสร้างความมั่นคงมองการศึกษาผ่านกรอบของความหวาดระแวง ไม่เพียงแต่เป็นการ "สุมไฟใต้" ให้คุกรุ่นขึ้น แต่ยังเป็นการทำลายความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างรัฐกับประชาชนที่สร้างมาอย่างยาวนาน สถิติความไม่สงบในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการทางทหารนำการเมืองที่ใชอยู่นั้นสวนทางกับความจริงในพื้นที่ และสร้างความกังวลใจแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #ปอเนาะ #ตาดีกา #โรงเรียนเอกชน #แม่ทัพภาค4 #ชายแดนใต้
หมายเหตุชมย้อนหลัง
https://www.facebook.com/share/v/1DwX3CAKSu/?mibextid=wwXIfr
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


