back
เมื่อแม่ทัพแก้ไฟใต้ไม่ได้แต่ กลับไปโทษ “โรงเรียนสอนศาสนา ทั้งปอเนาะและตาดีกาคือแหล่งบ่มเพาะไฟใต้“
15 เม.ย. 2569 04:14
View: 73

Shukur Dina
เมื่อแม่ทัพแก้ไฟใต้ไม่ได้แต่ กลับไปโทษ “โรงเรียนสอนศาสนา ทั้งปอเนาะและตาดีกาคือแหล่งบ่มเพาะไฟใต้“
(อ่านบทความฉบับเต็มใน https://www.facebook.com/share/p/1AwhMe5Moo/?mibextid=wwXIfr)
บทความของ **คุณณรรธราวุธ เมืองสุข** ชิ้นนี้สะท้อนถึงรอยร้าวลึกและ "ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง" ในการจัดการปัญหาชายแดนใต้ของรัฐไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณาดังนี้ครับ:
### 1. การเปลี่ยน "จำเลย" และการผลิตซ้ำวาทกรรมเดิม
การที่คุณณรรธราวุธมองว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นปัญหาที่สุด เพราะมันคือการ **"ฉายหนังซ้ำ"** ของชุดความคิดความมั่นคงที่มองว่าสถาบันการศึกษาศาสนา (ปอเนาะ/ตาดีกา) คือ "โรงงานผลิตผู้ก่อการร้าย"
* **ผลกระทบ:** เมื่อรัฐปักธงว่านี่คือต้นเหตุ มาตรการที่ตามมาจึงเน้นไปที่การ "ควบคุม" มากกว่าการ "พัฒนา" หรือ "ทำความเข้าใจ"
* **การย้อนกลับ:** การใช้มาตรการทางทหารกับสถานศึกษา (เช่น การนำสุนัขดมกลิ่นเข้าไป หรือการบุกค้น) ถูกมองว่าเป็นการลบหลู่ศรัทธาและสร้างบาดแผลทางจิตใจ ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายขบวนการนำไปใช้โฆษณาชวนเชื่อต่อ
### 2. ความล้มเหลวของการดึงโรงเรียนเข้าสู่ระบบรัฐ
บทความชี้ให้เห็นตรรกะที่ย้อนแย้งว่า แม้รัฐจะพยายามเปลี่ยนปอเนาะเป็นโรงเรียนสองระบบ (สามัญ-ศาสนา) เพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลง:
* **ด้านการศึกษา:** คุณภาพการศึกษาในพื้นที่ยังคงรั้งท้าย เพราะเป้าหมายของรัฐอาจไม่ใช่การสร้าง "ปัญญา" แต่เป็นการสร้าง "ความมั่นคง"
* **ด้านงบประมาณ:** กลายเป็นช่องว่างให้เกิดการทุจริต "งบหัวคิว" หรือการตั้งโรงเรียนเพื่อเบิกเงินอุดหนุน โดยขาดจิตวิญญาณในการสอนจริงๆ
### 3. "ซินเจียงโมเดล" กับความสุ่มเสี่ยงของรัฐไทย
การเปรียบเทียบกับ **มณฑลซินเจียง** เป็นการเตือนที่รุนแรงและแหลมคม:
* รัฐไทยกำลังถูกมองว่าพยายามจะ "กลืนกลาย" (Assimilate) อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และศาสนาให้กลายเป็นแบบเดียวกันหมด
* หากรัฐยังดันทุรังใช้วิธีการกดทับหรือล้างสมองแทนการยอมรับความหลากหลาย (Pluralism) ปัญหาก็จะไม่จบสิ้น และอาจยกระดับไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น
### บทสรุปและข้อสังเกต
สิ่งที่น่าสนใจจากบทความนี้คือการตั้งคำถามถึง **"ความคุ้มค่า"** ของงบประมาณมหาศาลที่ละลายไปกับนโยบายที่เน้นการเผชิญหน้ามากกว่าการเจรจา
> **"จากกองไฟเล็กๆ มันกลายเป็นป่าทั้งป่าที่ถูกเพลิงโหมลุกลาม"** ประโยคนี้เตือนสติว่า ยิ่งรัฐมองประชาชนหรือสถาบันทางสังคมในพื้นที่เป็นศัตรูมากเท่าไหร่ รัฐเองนั่นแหละที่เป็นคนเติมเชื้อไฟให้กับความไม่สงบเสียเอง การแก้ไขที่ "ต้นเหตุ" จึงไม่ใช่การไปรื้อปอเนาะ แต่คือการรื้อ **"อคติ"** ในใจของผู้วางนโยบายความมั่นคงนั่นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




