back

การเสียเคราะห์ในเทศกาลสงกรานต์ อีกงานสำคัญของชุมชนสาวะถี

13 เม.ย. 2569 20:55 View: 7
author profile image
สุมาลี สุวรรณกร
ชุมชนสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในช่วงประเพณีสงกรานต์ ซึ่งมีพิธีกรรมสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์คือ "การเสียเคราะห์" หรือการสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงความเชื่อและความร่วมมือของคนในชุมชน โดยในวันสงกรานต์ 13 เมษายน 2569 ปีนี้ ได้มีการจัดพิธีเสียเคราะห์ขึ้นที่วัดไชยศรี บ้านสาวะถี โดยมีนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีพระครูบุญชยากร เจ้าอาวาสวัดไชยศรี เจ้าคณะตำบลสาวะถี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการประกอบพิธี และมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีกันกว่า 300 คน 1. องค์ประกอบและสัญลักษณ์ของ "กระทงเสียเคราะห์" กระทงเสียเคราะห์เป็นเครื่องไหว้สำคัญที่ทำจากต้นกล้วย นำมาหักและประกอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 9 ช่อง เพื่อใส่เครื่องไหว้บูชาตามความเชื่อทางโหราศาสตร์และจารีตอีสาน โดยสิ่งของที่ต้องบรรจุให้ครบตามหลักประกอบด้วย อาหารและเครื่องคาวหวาน ข้าวหมัด (ข้าวคำสีต่าง ๆ เช่น ข้าวดำ ข้าวแดง ข้าวขาว), ข้าวเปียก, ข้าวสาร, พริก, ปลา, และแจ่ว นอกจากนั้นยังมีสิ่งประดิษฐ์เชิงสัญลักษณ์ ประกอบด้วย รูปปั้นนกและรูปปั้นควาย เพื่อใส่ให้ครบทุกหลัก (9 หลัก) เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้แก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนั้นยังมีงานฝีมือ นอกจากการทำกระทงโดยฝ่ายชายแล้ว ฝ่ายหญิงในชุมชนจะช่วยกันจัดทำพานบายศรีและพานดอกไม้เพื่อใช้ในพิธี 2. ลำดับพิธีกรรมและความเชื่อ พิธีกรรมเสียเคราะห์มีความสอดคล้องกับปฏิทินไทยโบราณและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปีใหม่ การเตรียมตัว ชาวบ้านจะทำความสะอาดบ้านเรือนและอัญเชิญพระพุทธรูปลงมาเพื่อเตรียมสรงน้ำ วันประกอบพิธี มักดำเนินการในวันที่ 13 เมษายน หลังจากเสร็จสิ้นการสวดมนต์ไหว้พระในสิม (อุโบสถ) ชาวบ้านจะนำกระทงของตนไปวางไว้นอกกำแพงวัด ความหมายเชิงจิตวิทยา การวางกระทงนอกกำแพงวัดเปรียบเสมือนการนำสิ่งที่ไม่ดีหรือ "เคราะห์" ออกไปจากตัว เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสบายใจ มีโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง 3. บริบททางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การสร้างขวัญและกำลังใจ พิธีนี้จัดขึ้นในช่วงเดือน 5 ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดและชาวบ้านว่างเว้นจากการทำนา การมีพิธีกรรมร่วมกันจึงเป็นการสร้างกำลังใจให้พร้อมก้าวเดินต่อไปในปีข้างหน้า อีกทั้งยังเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยชุมชนสาวะถีได้ยกระดับประเพณีดั้งเดิมให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสวิถีอีสานแท้ ๆ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจผ่านการถ่ายภาพและการร่วมกิจกรรม ประเพณีการเสียเคราะห์ของชาวสาวะถี ไม่ใช่เพียงแค่การสืบทอดความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นกระบวนการรวมกลุ่มของคนในชุมชนที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรม (Soft Power) ในการสร้างความสุข สร้างเศรษฐกิจ และธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างยั่งยืนอีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง