back
ชื่นชมในบทบาทของนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ในการทำงานเพื่อยุคิการสู้รบ ด้วยการตั้งโต๊ะเจรจา
8 เม.ย. 2569 17:42
View: 9

Shukur Dina
ด้วยความชื่นชมในบทบาทของนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ในการทำงานเพื่อยุคิการสู้รบ ด้วยการตั้งโต๊ะเจรจา
โดย : รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร
บทบาทของปากีสถานในการเป็นคนกลาง (Mediator) เพื่อประสานรอยร้าวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ถือเป็นยุทธศาสตร์การทูตที่สำคัญและมีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในช่วงปี 2019-2020 ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรี อิมราน ข่าน (Imran Khan) และต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันของ เชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif) ในปี 2026 นี้
แนวทางและวิธีการทำงานของปากีสถานสรุปได้เป็น 4 ประเด็นหลักดังนี้ครับ:
1. การทูตแบบกระสวย (Shuttle Diplomacy)
ปากีสถานใช้วิธีการเดินทางไปมาเพื่อส่งสารระหว่างกันโดยตรง นายกฯ ปากีสถานมักจะเดินทางเยือนทั้งเตหะรานและวอชิงตันในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน เพื่อรับทราบเงื่อนไขและข้อกังวลของแต่ละฝ่าย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ:
การริเริ่ม: ในปี 2019 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขอให้นายอิมราน ข่าน ช่วย "อำนวยความสะดวก" (Facilitate) ในการเจรจากับอิหร่าน หลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย
การส่งสาร: ปากีสถานทำหน้าที่เป็น "บุรุษไปรษณีย์ทางการทูต" โดยนำข้อเสนอ 15 ประเด็นจากสหรัฐฯ ไปยื่นให้อิหร่านพิจารณา ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรและการควบคุมนิวเคลียร์
2. การใช้ความสัมพันธ์แบบ "สองหน้า" (Dual Leverage)
ปากีสถานมีจุดแข็งที่หาได้ยากในโลกการเมืองระหว่างประเทศ คือการมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองขั้ว:
กับสหรัฐฯ: ปากีสถานเป็นพันธมิตรสำคัญนอกกลุ่ม NATO และมีความร่วมมือด้านความมั่นคงมายาวนาน
กับอิหร่าน: ปากีสถานมีพรมแดนติดกับอิหร่านและมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม/ศาสนาที่ใกล้ชิด นอกจากนี้ ปากีสถานยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนดูแลผลประโยชน์ทางการทูตของอิหร่านในสหรัฐฯ (ผ่านสถานทูตปากีสถานในวอชิงตัน)
3. การสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" สำหรับการเจรจา (Safe Haven for Talks)
ปากีสถานไม่ได้เพียงแค่ส่งสาร แต่ยังเสนอตัวเป็น เจ้าภาพ (Host) ในการจัดประชุม:
ข้อเสนอการเจรจาในอิสลามาบัด: รัฐบาลปากีสถานได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการในการจัดโต๊ะเจรจาระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยใช้ความเป็นกลางของพื้นที่ลดความหวาดระแวง
การขอลดระดับความรุนแรง (Ceasefire Proposal): ล่าสุดในปี 2026 นายกฯ เชห์บาซ ชารีฟ ได้เสนอให้มี "การหยุดยิง 2 สัปดาห์" เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทูตก่อนที่เส้นตายการคว่ำบาตรหรือการใช้กำลังทหารจะเริ่มขึ้น
4. การประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาค
ปากีสถานทราบดีว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่สองประเทศ แต่รวมถึงกลุ่มประเทศอาหรับด้วย ปากีสถานจึงทำงานร่วมกับ ซาอุดีอาระเบีย และจีน เพื่อสร้าง "ฉันทามติภูมิภาค" (Regional Consensus) โดยชี้ให้เห็นว่าหากเกิดสงครามในอ่าวเปอร์เซีย ปากีสถานและประเทศเพื่อนบ้านจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและพลังงานอย่างรุนแรง
สรุปวิธีการทำงานและรายละเอียดการดำเนินงาน
1. Backchannel Communication: ใช้ช่องทางลับผ่านเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากที่สาธารณะ
2. Message Relay: แปลงข้อเสนอที่แข็งกร้าวให้เป็นภาษาทางการทูตที่รับได้ทั้งสองฝ่าย
3. Trust Building: การโน้มน้าวให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะพิจารณาเลื่อนเส้นตายการโจมตี
4. Neutrality: วางตัวไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แม้จะถูกกดดันจากซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐฯ
แหล่งข้อมูล: สรุปความจาก DW News
Pakorn Priyakorn
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







