back
ดิน - คน - เมือง เชื่อมกันด้วยผักอินทรีย์
8 เม.ย. 2569 16:27
View: 193

Yuthaprom Somjai
“สันผีเสื้อ” โมเดล
ในวันที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยสารเคมี "ความมั่นคงทางอาหาร" กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
โดยเฉพาะในเชียงใหม่ จังหวัดที่เคยครองแชมป์การปนเปื้อนสารเคมีในอาหารเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
แต่วันนี้ที่ ตำบลสันผีเสื้อ กำลังเกิดแรงขยับครั้งสำคัญที่เปลี่ยนจาก “เกษตรเคมี” สู่ “เกษตรอินทรีย์” อย่างเป็นระบบ
ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า โรงเรียนเกษตรกร
ทำไมต้อง "สันผีเสื้อ"?: ยุทธศาสตร์ขยับเมืองด้วยผักปลอดภัยปัญหาอาหารในเชียงใหม่มี 3 มิติหลัก คือ
ความไม่มั่นคงทางอาหาร (เมื่อเกิดวิกฤตอย่างโควิด-19 คนเมืองมักขาดแคลนอาหารก่อนใคร)
อาหารไม่ปลอดภัยจากสารเคมี และวิถีการบริโภคที่ห่างไกลจากผักพื้นบ้าน
สภาอาหารสุขภาพจังหวัดเชียงใหม่ จึงเลือก "สันผีเสื้อ" เป็นพื้นที่เป้าหมาย
เพราะเป็นตำบลใกล้เมืองที่มีศักยภาพสูงในการเป็น "ครัวของคนเมือง"
นวัตกรรมธนาคารที่ไม่ได้ฝากเงิน แต่ฝาก "ชีวิต"หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการลดละเลิกเคมีด้วย "ชีววิธี"
เทศบาลตำบลสันผีเสื้อไม่ได้แค่รณรงค์ แต่สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่า ธนาคารสารชีวภัณฑ์
พระเอก 3 เกลอ: เชื้อราไตรโคเดอร์มา (กันรากเน่า), บิวเวอเรีย (กำจัดหนอน/ผีเสื้อ) และเมธาไรเซียม
กองทัพแมลง การเพาะเลี้ยง "มวนพิฆาต" และ "แมลงหางหนีบ" เพื่อไปปราบศัตรูพืชในแปลง
ระบบฝาก-ถอน เกษตรกรนำวัตถุดิบอย่างข้าวสารหรือพืชผักมาให้กองเกษตร
เพื่อขยายเชื้อและรับสารชีวภัณฑ์กลับไปใช้ พ่อสมศักดิ์ แซ่จิว เกษตรกรวัย 64 ปี เล่าว่า
ตอนแรกเขามีความเชื่อมั่นแค่ 30% แต่พอได้ลองใช้สารชีวภัณฑ์จากโครงการ ตอนนี้ความมั่นใจพุ่งไปถึง 90%
"เราอายุเยอะแล้ว สิ่งไหนที่เราทานได้ ผู้บริโภคก็ต้องทานได้เหมือนกัน" พ่อสมศักดิ์กล่าวพร้อมยืนยันว่า
ผักอินทรีย์รสชาติหวานกว่าและเก็บได้นานกว่าผักเคมีอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อ "เชฟโรงแรม" กลายเป็น "ผู้นำทางความคิด"หนึ่งในจุดหักเหที่น่าสนใจคือการดึง เชฟแบงก์ (ธีรชัย)
จากโรงแรมรายาเฮอริเทจ เข้ามาเป็น "ข้อต่อ" สำคัญ เชฟไม่ได้มาแค่ปรุงอาหาร แต่มาการันตีว่า "ตลาดต้องการผักเหล่านี้จริงๆ"
"ผมอยู่กรุงเทพฯ เรารับผักจากเชียงใหม่ แต่พอมาอยู่เชียงใหม่ ทำไมเราต้องรับผักจากตลาดไท?"
เชฟแบงก์พยายามสร้างอัตลักษณ์อาหารผ่านผักพื้นบ้าน เช่น ผักปลัง เชียงดา ผักกูด
เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ที่หาไม่ได้ในที่อื่น การที่เชฟโรงแรมระดับสากลลงมาสัมผัสแปลงผักโดยตรง
ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรเห็นช่องทางรายได้ที่ชัดเจนขึ้น
ความท้าทาย เกษตรกรรุ่นสุดท้าย?
คุณเนตรวิไล โชติรัตน์ นักวิชาการเกษตร และ คุณสุขุม รักษาภายใน ผอ.กองส่งเสริมการเกษตร
ต่างยอมรับความจริงที่น่ากังวลว่า เกษตรกรในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น "รุ่นสุดท้าย" ที่อายุเฉลี่ยเกิน 60 ปี
โจทย์ใหญ่ของเทศบาลคือการทำให้การปลูกผักอินทรีย์เป็นอาชีพที่มี "รายได้มั่นคง"
เพื่อดึงดูดลูกหลานที่ไปทำงานในเมืองให้กลับมาสานต่อ โดยตั้งเป้าให้สันผีเสื้อเป็นแหล่งผลิตผักอินทรีย์เต็มรูปแบบภายใน 3 ปี
สรุป ไม่ใช่แค่ผัก แต่คือการลงมือเพื่ออนาคตโครงการนี้แสดงให้เห็นว่า
เกษตรอินทรีย์จะสำเร็จได้ต้องอาศัย "ความจริงจังและจริงใจ" จากทุกฝ่าย
ตั้งแต่เทศบาลที่ซัพพอร์ตปัจจัยการผลิต, เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ, ไปจนถึงเชฟและผู้บริโภคที่เป็นปลายทาง
การเลือกกินผักปลอดสารจากสันผีเสื้อในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพส่วนตัว
แต่คือการสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน และช่วยต่อลมหายใจให้ "ความหลากหลายทางชีวภาพ"
ของท้องถิ่นยังคงอยู่สืบไป "ถ้าจะซื้อผักปลอดสารพิษ ต้องนึกถึงสันผีเสื้อ" — นี่คือเป้าหมายสูงสุดที่ชาวสันผีเสื้อกำลังร่วมกันสร้างให้เกิดขึ้นจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง












