back
Two Islands, One Flavor : ย้อนรอยสายสัมพันธ์ "ปีนัง–ภูเก็ต" ผ่านสำรับวัฒนธรรม และการต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
2 ก.ย. 2569 23:42
View: 16

Akhtarmizi A.
แม้จะมีทะเลอันดามันคั่นกลางและถูกแบ่งด้วยพรมแดนประเทศ แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์ สายสัมพันธ์ระหว่าง "เกาะปีนัง" ประเทศมาเลเซีย และ "เกาะภูเก็ต" ประเทศไทย กลับถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นผ่านการอพยพย้ายถิ่นฐาน การค้าขาย และการดึงดูดทางวัฒนธรรมของชาวมลายู จีนฮกเกี้ยน ไทย และกลุ่มบ้าบ๋า-ย่าหยา (เปอรานากัน) จนเกิดเป็นวิถีชีวิต อารยธรรม และ "มรดกอาหารร่วม" ที่มีหน้าตา รสชาติ และรากเหง้าคล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง
ความคล้ายที่ต่างชื่อแต่มีหัวใจเดียวกันนี้ ถูกนำมาตั้งเป็นโจทย์ในการเดินทางทางวัฒนธรรมครั้งใหม่ ผ่านกิจกรรม ShanKhao The Table Season 3 ในธีม “The Voyage : Two Islands, One Flavor จากปีนังสู่ภูเก็ต” โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ณ ร้านชานเขา ภูเก็ต ที่มุ่งเน้นการใช้ทุนวัฒนธรรมและวัตถุดิบท้องถิ่น มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการประกอบอาหารเพื่อความแปลกใหม่ แต่คือการตั้งคำถามถึง "การยกระดับคุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่น" ผ่านการอุดหนุนเกษตรกรและตลาดชุมชน ทั้งในภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดจากประมงพื้นบ้าน ผักพื้นเมืองตามฤดูกาล สมุนไพรจีน และเครื่องเทศมลายู เพื่อทำให้เห็นว่า "อาหารท้องถิ่น" สามารถเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้กลับคืนสู่คนทำงานฐานรากอย่างแท้จริง
การร้อยเรียงเรื่องราวในสำรับครั้งนี้ ถูกออกแบบให้เป็นการเดินทางทางรสชาติที่สะท้อน "ความเหมือนที่แตกต่าง" ของสองเมืองท่าอย่างปีนังและภูเก็ต ผ่านการหยิบยกเมนูที่มีรากเหง้าเดียวกันแต่ถูกเรียกขานต่างกันไปตามท้องถิ่น อาทิ
ความสัมพันธ์ผ่านจานหลักผ่านเมนูประเภทข้าวยำที่ทางฝั่งมาเลเซียเรียกว่า Nasi Ulam ขณะที่ภูเก็ตคุ้นเคยในชื่อ ข้าวยำ รวมถึงแกงเปรี้ยวเผ็ดอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง แกงตูมี๊ (Asam Pedas) และสลัดเต้าหู้กุ้งทอดที่ชาวภูเก็ตรู้จักในชื่อ ฮูแช้ แต่ทางปีนังเรียกว่า Pasembur ตลอดจนเมนูยำผักสมุนไพรอย่าง Kerabu Ulam ที่ต่างใช้ภูมิปัญญาการผสมผสานเครื่องเทศและมะพร้าวคั่วดึงรสชาตินัวกลมกล่อมออกมา
มรดกรสหวานสองฝั่งทะเล เชื่อมโยงผ่านขนมโบราณสไตล์เปอรานากันอย่าง ไทบัก, ขนมไข่ (บาฮูลู) และ ขนมเต๋า ซึ่งเป็นขนมที่อยู่คู่กับวิถีชีวิต งานมงคล และประเพณีของทั้งสองเกาะมาอย่างยาวนาน
วัตถุดิบท้องถิ่นคือหัวใจแห่งความยั่งยืน ทุกจานถูกชูรสชาติด้วยการคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากชุมชน ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลสดจากชาวประมงพื้นบ้าน ผักและผลไม้ตามฤดูกาล สมุนไพรกลิ่นหอมเฉพาะตัวอย่างดอกดาหลา รวมถึงพืชรสเปรี้ยวธรรมชาติที่เป็นหัวใจของครัวใต้ ทั้ง ส้มควาย และ ส้มจี๊ด ผสานกับผักท้องถิ่นหลากหลายชนิด เพื่อยกระดับวัตถุดิบฐานรากให้เปล่งประกายในระดับสากล
การเดินทางผ่านสำรับ Two Islands, One Flavor ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหาร แต่เป็นภาพสะท้อนของ "รากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ก้าวข้ามพรมแดน" ระหว่างผู้คนในคาบสมุทรมลายูและอันดามันที่ยังคงขับเคลื่อนอย่างมีชีวิต
กิจกรรม ShanKhao The Table Season 3 จึงนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางวัฒนธรรมอาหารที่น่าจับตามองในพื้นที่ภูเก็ต ซึ่งเตรียมจะเปิดพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรสชาติและวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งโมเดลของการใช้ Soft Power ในการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ยกระดับวัตถุดิบชุมชน และสร้างการกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง
เรื่อง: อัคตัรมีซี อาหามะ
ภาพ : คเณศ โศจิรัตน์ , ตัสนีม สมาน
FB : KitchenZ คิดเช่นซี
IG : kidchen_c
******************
ร้านชานเขา ภูเก็ต (Shankhao Halal Dining & Drinks)
Social Media:
Facebook: Shankhao Phuket
Instagram: @shankhao.phuket
TikTok: @shankhao.phuket
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













