back

ปลุกโบราณสถานพันปีให้มีชีวิต: ถอดโมเดล "เวียงลอ" พะเยา จากศูนย์บาท สู่ต้นแบบท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน สำนักงานพัฒนาชุมชน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยพะเยา

28 ส.ค. 2569 10:17 View: 25
author profile image
Citizen UP
ดินแดนโบราณสถานเวียงลอ แห่งอำเภอเมืองจุน จังหวัดพะเยา อวลไปด้วยร่องรอยแห่งอารยธรรมนับพันปี ในการนำชมโบราณสถานของพ่อหลวงสุเวช กาทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเวียงลอ หมู่ 11 เรื่องราวในอดีตได้ถูกถ่ายทอดอย่างมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็น "วัดแก้มแดง" ที่ได้ชื่อมาจากดงต้นมะม่วงแก้มแดงในอดีต หรือ "วัดพระเจ้าเข้ากาด" ที่เคยขุดพบพระพุทธรูปหินทรายจำนวนมากจนชาวบ้านขนานนามว่าเป็นตลาดพระ หรือ "กาด" ตามภาษาถิ่น ไปจนถึงแนวกำแพงเมืองโบราณที่ทอดยาว ซึ่งเคยมีการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณไร้ศีรษะจำนวน 3 โครง สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มนักล่าหัวหรือนักโทษอุกฉกรรจ์ โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากประเทศเยอรมนียืนยันอายุขัยยาวนานตั้งแต่ 500 ถึง 1,400 ปี นี่คือฐานทุนทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เวียงลอไม่ใช่แค่ซากอิฐและตำนาน แต่เป็นต้นทุนสำคัญของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในเวลาต่อมา พ่อหลวงสุเวชเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลุกชีวิตโบราณสถานให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนว่า เริ่มต้นจากชาวบ้านเพียงไม่กี่คนที่รวมตัวกันด้วยใจและความสมัครใจ ปราศจากการบังคับ ในช่วง 5-6 ปีแรก ชุมชนต้องพึ่งพาตนเองและค่อย ๆ ก้าวเดินทีละก้าว โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภายนอกแม้แต่บาทเดียว กระทั่งชุมชนวางระบบการจัดสรรรายได้ที่ยั่งยืนตามแนวทาง "บ้าน วัด โรงเรียน" เช่น การให้บริการรถซาเล้งนำเที่ยวราคา 300 บาท ก็จะถูกแบ่งเข้าโรงเรียน 50 บาท เข้าวัด 50 บาท เข้ากองทุนชุมชน 50 บาท และเป็นรายได้ของเจ้าของรถ 150 บาท ระบบเช่นนี้เองที่ทำให้เวียงลอเติบโตอย่างมีรากฐาน ไม่ใช่การพัฒนาที่พึ่งพิงเงินอุดหนุนจากภายนอกเพียงอย่างเดียว จาก "ศูนย์บาท" สู่ระบบปันผล บ้าน-วัด-โรงเรียน จุดเริ่มต้นของเวียงลอไม่ได้มาจากงบประมาณสนับสนุน แต่เริ่มจากกลุ่มชาวบ้านที่นำโดย พ่อหลวงสุเวช รวมตัวกันลงมือทำโดยไม่มีงบภายนอกตลอด 5–6 ปีแรก หัวใจความสำเร็จคือการสร้างระบบกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เช่น ค่าบริการรถซาเล้งนำเที่ยว 300 บาท ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ: 150 บาท: รายได้ของเจ้าของรถ 50 บาท: กองทุนชุมชน 50 บาท: บำรุงวัด 50 บาท: สนับสนุนโรงเรียน โครงสร้างนี้ทำให้การท่องเที่ยวเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกคน ไม่ใช่แค่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เมื่อ "วิชาการ" เติมเต็ม "ทุนประวัติศาสตร์" เวียงลอมีทุนเดิมที่แข็งแรง ทั้งตำนานวัดแก้มแดง แหล่งโบราณคดีวัดพระเจ้าเข้ากาด และงานหัตถกรรม "เวียงลอคราฟต์" แต่การสเกลสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวสากลต้องอาศัยการยกระดับองค์ความรู้ ความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด (นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยพะเยา โดย ผศ.ดร.สุริยา สุวรรณทิพยโชติ (คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์) เข้ามาเติมเต็มมิติบริการแบบมืออาชีพ: ผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัยพะเยา และหน่วยงานภาครัฐ ไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ แต่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวชุมชนที่จับต้องได้จริง ดังเช่นกิจกรรม "2 วัน 1 คืน แห่งความสุข ที่เวียงลอ" ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม ภายใต้แนวคิด เรียนรู้ สร้างสรรค์ อิ่มอร่อย ประทับใจ วันที่ 1 (24 ส.ค.) เริ่มต้นด้วยการต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ พร้อมเครื่องดื่มน้ำตะไคร้ใบเตยและขนมต้มแบบพื้นบ้าน ก่อนเข้าสู่ฐานกิจกรรมเรียนรู้ในช่วงบ่าย ทั้งการทำข้าวแคบ การตัดตุง และการสกรีนกระเป๋าผ้า ซึ่งล้วนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดผ่านมือของคนในชุมชนเอง ปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำและการชมการแสดงช่างฟ้อนพื้นเมือง วันที่ 2 (25 ส.ค.) เริ่มต้นเช้าด้วยอาหารพื้นถิ่น ก่อนออกเดินเที่ยวชมโบราณสถาน ไหว้พระ และเยี่ยมชม "เวียงลอคราฟต์" พร้อมเรียนรู้การจักสานจากชาวบ้าน จากนั้นรับประทานอาหารเที่ยงและชมสาธิตการปั้นขนมจีบและซาลาเปา ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพในช่วงบ่าย เป้าหมายของเวียงลอไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนมากขึ้นเท่านั้น แต่คือการสร้าง "รายได้ที่กระจายอย่างเป็นธรรม" ให้ครัวเรือนฐานราก ผ่านระบบแบ่งปันผลประโยชน์แบบบ้าน-วัด-โรงเรียนที่ชุมชนวางไว้เอง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการบริการให้ทัดเทียมแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล ด้วยองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยพะเยาและหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ทำให้เวียงลอแตกต่างจากที่อื่น คือการที่ชุมชนไม่เคยรอคอยความช่วยเหลือ แต่ลงมือทำก่อนด้วยใจ แล้วจึงเปิดรับความรู้และทรัพยากรจากภายนอกมาต่อยอด นี่คือสูตรความสำเร็จที่ทำให้เวียงลอ เมืองจุน พะเยา กลายเป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หิ้วผักเข้าวัด พุทธศาสนิกชนเขาปูนตรัง ผุดโครงการ “ร่วมบุญ ร่วมแลก” นัดแลกพืชผักหิ้วปิ่นโตเข้าวัดทุกวันพระ ต้องปลูกเองไร้สาร ส่งต่อต้นพันธุ์ร่วมปลูกต่อ น้อมนำศก.พอเพียงในหลวงร.9 ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-ร่วมแบ่งปัน
23 ส.ค. 2569 04:49
author profile image
The Journalist

หิ้วผักเข้าวัด พุทธศาสนิกชนเขาปูนตรัง ผุดโครงการ “ร่วมบุญ ร่วมแลก” นัดแลกพืชผักหิ้วปิ่นโตเข้าวัดทุกวันพระ ต้องปลูกเองไร้สาร ส่งต่อต้นพันธุ์ร่วมปลูกต่อ น้อมนำศก.พอเพียงในหลวงร.9 ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-ร่วมแบ่งปัน

ตรัง-หิ้วผักเข้าวัด พุทธศาสนิกชนเขาปูน จ.ตรัง ผุดโครงการ “ร่วมบุญ ร่วมแลก” นัดแลกพืชผักร่วมปิ่นโตเข้าวัดทำบุญทุกวันพระ ต้องปลูกเองไร้สารเคมี ส่งต่อต้นพันธุ์ร่วมปลูกต่อ น้อมนำศก.พอเพียงในหลวงร.9 ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-ร่วมแบ่งปัน . ที่วัดเขาปูน ตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง พบว่าทุกวันพระจะหนา

View: 419
Like: 2
Comment: 0