back

เสียงสะท้อนแห่งความอาลัย และ "ก้าวต่อไป" ของคนรุ่นหลัง: บันทึกการเดินทางส่ง "อาจารย์สมัย เจริญช่าง" สู่ความเมตตาของอัลลอฮ์ > “แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และเราล้วนต้องกลับไปสู่พระองค์” อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ

17 ส.ค. 2569 08:01 View: 20
author profile image
Shukur Dina
เสียงสะท้อนแห่งความอาลัย และ "ก้าวต่อไป" ของคนรุ่นหลัง: บันทึกการเดินทางส่ง "อาจารย์สมัย เจริญช่าง" สู่ความเมตตาของอัลลอฮ์ > “แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และเราล้วนต้องกลับไปสู่พระองค์” อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน > ในบรรยากาศที่สายลมแห่งความอาลัยพัดผ่าน วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ผู้เขียนและอาจารย์ฆอซาลี อาแว จากสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้และสภาประชาสังคมชายแดนใต้ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยียน พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติมิตรของ อาจารย์สมัย เจริญช่าง (ฮัจยีอิสมาแอล บินยะฮฺยา) ปูชนียบุคคลผู้เป็นเสาหลักแห่งศรัทธาและการพัฒนาสังคมไทย ที่ได้เดินทางกลับสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มหัศจรรย์แห่งความดี: วันที่ผู้คนหลั่งไหลร่วมส่งท่านเป็นครั้งสุดท้าย ย้อนกลับไปในวันพิธีละหมาดญะนาซะฮฺ (ละหมาดขอพรให้ผู้เสียชีวิต) เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ มัสยิดกามาลุลอิสลาม ซอยประชาร่วมใจ 48 เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ภาพที่ปรากฏคือเครื่องยืนยันถึง "หัวใจ" ที่ผู้คนมอบให้แก่ท่าน คุณกามิล เจริญช่าง บุตรชาย พร้อมด้วยบุตรสาวและบุตรเขย (ดร.อับดุลรอซัก) ได้บอกเล่าถึงบรรยากาศในวันพิธีที่ยังคงตราตรึงใจพอสรุปใจความได้ดังนี้ * คลื่นมหาชนล้นหลาม: ผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมละหมาดญะนาซะฮฺจนแน่นขนัดพื้นที่ จนทำให้การจราจรโดยรอบติดขัดอย่างหนัก สะท้อนถึงความรักและเคารพที่ผู้คนมีต่อท่าน * เกียรติยศแห่งผู้นำ: ท่านจุฬาราชมนตรี ตลอดจนบุคคลสำคัญในแวดวงศาสนาและการเมือง รวมทั้งชาวบ้านได้มาร่วมยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวเพื่อส่งท่านเป็นครั้งสุดท้าย * มิตรภาพไร้พรมแดน: ภาพที่สร้างความประทับใจมิรู้ลืม คือการเดินทางข้ามภาคของ อาจารย์ยะโก๊บ หะยีหมัด เพื่อนสนิทและผู้บริหารโรงเรียนธรรมศึกษา ที่ตัดสินใจขับรถยนต์ส่วนตัวจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขึ้นมาด้วยความตั้งใจมั่น เพื่อมาร่วมขอพรและอำลาเพื่อนรักด้วยตนเอง > "ขออัลลอฮ์ได้โปรดเมตตาท่าน" คำอั้นตื้นตันที่ถูกเอ่ยขึ้นซ้ำๆ คือเสียงสะท้อนจากหัวใจของทุกคนที่มารวมตัวกันในวันนั้น > มรดกทางความคิด: สิ่งที่ "อาจารย์สมัย" ทิ้งไว้ให้แผ่นดิน เมื่อมองย้อนเส้นทางชีวิตของ อาจารย์สมัย เจริญช่าง ท่านไม่ได้เป็นเพียงแค่ปุชนียบุคคล แต่ท่านคือ "สถาปนิก" ผู้สร้างรากฐานสำคัญให้แก่สังคมโดยมุสลิมไทยในมิติที่กว้างไกลและลึกซึ้ง: * ผู้นำศาสนาผู้เที่ยงธรรม: ในฐานะอดีตประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ท่านคือนำทางที่ใช้ปัญญา ความเมตตา และร่วมปฏิรูประบบการบริหารกิจการอิสลามในการดูแลพี่น้องมุสลิม * นักการเมืองติดดินผู้รับใช้ประชาชน: การทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นกระบอกเสียงและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง * นักขับเคลื่อนการศึกษา: ผู้ฝากผลงานและรอยเท้าอันทรงคุณค่าไว้ในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับอนาคตของเยาวชนไทย * สะพานเชื่อมพหุวัฒนธรรม: ในสังคมไทยที่หลากหลาย ท่านคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการอธิบายและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างพี่น้องชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม สอนให้เราเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพและความรัก สานต่อเจตนารมณ์: เสียงเรียกถึง "ชนรุ่นหลัง" การจากไปของอาจารย์สมัย เจริญช่าง ไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดของเรื่องราว หากแต่มันคือ "จุดเริ่มต้น" ของการส่งต่อคบเพลิงแห่งคุณความดี ในฐานะคนรุ่นหลัง วันนี้เราไม่ได้สูญเสียเพียงแค่ผู้นำ แต่เราได้รับมรดกทางความคิดอันล้ำค่า บทเรียนจากชีวิตของอาจารย์สมัยบอกเราอย่างชัดเจนว่า ความเป็นผู้นำที่แท้จริงคือการ "ให้" การสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม และการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถึงเวลาแล้วที่พวกเรา—คนรุ่นใหม่และผู้สืบสานงานด้านการศึกษา ศาสนา และสังคม จะก้าวขึ้นมาสานต่อภารกิจเหล่านี้ให้เติบโตงอกงาม เพื่อให้สมกับที่ผู้ใหญ่ได้ปูทางไว้ให้อย่างงดงาม ขอความเมตตาและการอภัยทานจงมีแด่ อาจารย์สมัย เจริญช่าง (ฮัจยีอิสมาแอล บินยะฮฺยา) และขอให้พวกเราทุกคนร่วมกันก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นในการทำความดีเพื่อสังคมไทยดังที่ท่านได้อุทิศตนมาตลอดชีวิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง