back
ส่อง ‘ขนมถิ่นภูเก็ต’ ใน ‘ตลาดเกษตร’ : พิพิธภัณฑ์รสหวานที่ยังมีชีวิต
12 ส.ค. 2569 01:08
View: 100

Akhtarmizi A.
ในยุคที่คาเฟ่เก๋ๆ และร้านเบเกอรีสไตล์ฝรั่งเศสแพร่กระจายไปทั่วเมือง ขนมเพสทรี ครัวซองต์ หรือเบเกอรีชิ้นละนับร้อยกลายเป็นกระแสนิยมหลักในชีวิตประจำวันของผู้คนยุคใหม่ แต่หากเราขยับออกจากคาเฟ่ปรับอากาศ แล้วก้าวเท้าเข้าไปใน ตลาดสาธารณะ 2 เทศบาลนครภูเก็ต หรือคนในพื้นที่เรียกว่า "ตลาดเกษตร" ตลาดสดใจกลางเมืองภูเก็ต ภาพและกลิ่นอายที่เราสัมผัสกลับเป็นอีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิง
ท่ามกลางความคึกคักของผู้คนที่มาจับจ่าย ตลาดแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยของ "ขนมพื้นบ้านและขนมไทยโบราณ" ที่ส่งกลิ่นหอมชวนกิน และยังคงทำหน้าที่เติมเต็มความหวานให้ชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
จากการลงพื้นที่สำรวจตลาดเกษตร พบว่ายังมีร้านขนมพื้นบ้านเปิดให้บริการอยู่อย่างคึกคักไม่ต่ำกว่า 8 ร้านค้า ซึ่งมีทั้งร้านเก่าแก่ที่ปั้น กวน นึ่งขนมเองสดๆ ใหม่ๆ ยามเช้าตรู่ และร้านที่รับมาจากชาวบ้านในชุมชน ช่วยกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ สิ่งที่น่าทึ่งคือเรื่องของราคา เพราะขนมที่นี่เริ่มต้นเพียง 5 ถึง 30 บาทเท่านั้น ทำให้ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงความอร่อยระดับตำนานนี้ได้โดยไม่ต้องจ่ายแพง
เอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ขนมพื้นบ้านภูเก็ตแตกต่างจากที่อื่น คือ "ความหลากหลายทางวัฒนธรรม" ภูเก็ตเป็นเมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์การอพยพและแลกเปลี่ยนเปลี่ยนผ่านของสายเลือด ทั้งชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวมลายู และชาวไทยท้องถิ่น ส่งผลให้ตำรับขนมของที่นี่มีโครงสร้างเฉพาะตัว
• บางชนิดได้รับอิทธิพลจาก วัฒนธรรมจีนฮกเกี้ยน ที่เน้นการแปรรูปแป้ง แป้งข้าวเจ้า และการนึ่ง/ทอด
• บางชนิดซึมซับ วัฒนธรรมมลายูจีน หรือเปอรานากัน (Peranakan) ที่มักจะคุ้นชินว่า บะบ๋ายะหย่า ที่โดดเด่นเรื่องการใช้วัตถุดิบธรรมชาติอย่างกะทิสด ใบเตย กล้วย และข้าวเหนียว
• ผสานเข้ากับ ขนมไทยดั้งเดิม กลายเป็นอัตลักษณ์รสชาติที่มีทั้งความหอม มัน หวาน กลมกล่อม และมีชื่อเรียกเฉพาะถิ่นที่ไม่เหมือนใคร
หนึ่งในตัวแทนความผูกพันนี้คือ "พี่ก้อย" แม่ค้าขายขนมในตลาดเกษตรที่สืบทอดร้านมาจากรุ่นคุณแม่ ขายต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี พี่ก้อยเล่าว่า ร้านของเธอเริ่มจากการทำขนมเอง โดยเฉพาะเมนูสร้างชื่ออย่าง "ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ" แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มมีชาวบ้านในชุมชนที่ทำขนมพื้นบ้านชนิดอื่นๆ นำขนมมาฝากขาย หน้าร้านแห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์รวมความหลากหลายของขนมถิ่นไปโดยปริยาย
"ขนมพื้นบ้านยังไงก็ยังตอบโจทย์คนที่ชอบรสชาติตั้งเดิม ลูกค้าประจำส่วนใหญ่มีทั้งผู้สูงวัยที่คุ้นเคยกับรสชาตินี้มาตั้งแต่เด็ก และคนที่ตามหาขนมไปใช้ในวิถีชีวิตจริง เพราะขนมภูเก็ตไม่ได้มีไว้แค่กินเล่น แต่หลายชนิดยังเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม งานมงคล และประเพณีไหว้เจ้าตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา" พี่ก้อย กล่าว
จากการสำรวจในตลาดเกษตร ได้เผยให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านรสชาติอย่างเด่นชัด เริ่มตั้งแต่ ขนมกินเล่นพื้นบ้านสไตล์บาบ๋า-ฮกเกี้ยน ที่เคี้ยวเพลินนุ่มลิ้น อย่าง โกสุ้ย (ขนมถ้วยน้ำอ้อย), ขนมขี้มัน, อาโป้ง, โอ้เอ๋ว, เกี่ยมโก้ย (ขนมถ้วยเค็ม), แปะถึ่งโก้ย, ปาวหล่าง ,หุนโก๊ย ตลอดจน ต๋าวป่าวอ๊ะโก้ย (ขนมหัวล้าน) ขยับมาที่ กลุ่มขนมในวิถีประเพณีและงานมงคล ที่มักถูกจัดวางบนโต๊ะไหว้เจ้าหรือพิธีสำคัญ อย่าง อั้งกู๊ (ขนมเต่าแดง), ฮวดก๊วย (ขนมถ้วยฟู), บะจ๋าง, อั่งท่อก๊วย และ ขนมเบ่เฮจี่
เชื่อมโยงไปถึง ขนมร่วมวัฒนธรรมคาบสมุทรมลายูและขนมไทยโบราณ ที่โดดเด่นด้วยเทคนิค กรรมวิธี และวัตถุดิบเช่น แป้ง ไข่ กะทิ ธัญญาพืช อย่าง ขนมตาหยาบ (ขนมแป้งพันไส้มะพร้าว), ขนมฮูหลู (ขนมไข่), ต้มใบพ้อ, ขนมโค, ขนมมัน, ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ, ขนมชั้น, ขนมตาล, ขนมสอดไส้, ขนมเทียน , ขนมตะโก้ รวมไปถึงขนมหากินยากอย่าง ข้าวตอก, ข้าวตู, ขนมโก้อ่อน ตลอดจน ขนมตระกูลทอง สีเหลืองนวลชวนกิน
ท่ามกลางโลกที่หมุนไวและเทรนด์อาหารที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ร้านขนมพื้นบ้านในตลาดเกษตร จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ขายอาหารกินเล่นราคาประหยัดเท่านั้น แต่เป็น "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และวิถีวัฒนธรรมของเมืองภูเก็ตจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง
เรื่องและภาพ : อัคตัรมีซี อาหามะ
FB : KitchenZ คิดเช่นซี
IG : kidchen_c
11 สิงหาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง












