back

เชียงรายพาสื่อ–ผู้ประกอบการเปิดเส้นทาง “ปางปูเลาะ” ชูชา–กาแฟเชื่อมวิถีชุมชน สู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

18 ส.ค. 2569 15:43 View: 55
author profile image
ณฐมน แก้วพิทูล
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรม FAM TRIP เส้นทางท่องเที่ยวชากาแฟเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เส้นทางเชียงราย–พะเยา–เชียงราย 2 วัน 1 คืน นำผู้ประกอบการร้านกาแฟใน 4 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน2 ประกอบไปด้วย เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และสื่อมวลชนลงพื้นที่ บ้านปางปูเลาะ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อสัมผัสแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้า เรียนรู้วิถีชุมชนชาวอิ้วเมี่ยน และศึกษารูปแบบการท่องเที่ยวที่นำกาแฟ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างเป็นประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยว บ้านปางปูเลาะเป็นชุมชนบนพื้นที่สูงใกล้เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง มีสภาพอากาศเย็น สามารถมองเห็นภูเขาและทะเลหมอก ขณะเดียวกันยังคงรักษาอัตลักษณ์ของชาวอิ้วเมี่ยนหรือเย้า ทั้งการปักผ้า เครื่องเงิน อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยเฉพาะการปลูก กาแฟอาราบิก้าใต้ร่มเงาป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของพื้นที่ 🌿กาแฟใต้ร่มป่า สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่… นางสยุมพร ปรานวิโรจน์ เจ้าของภูเราะโฮมสเตย์ กล่าวว่า พื้นที่ปางปูเลาะมีป่าและต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก ชาวบ้านจึงเลือกปลูกกาแฟให้เติบโตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยพื้นที่ปลูกกาแฟอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 875–1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเหมาะกับกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้กาแฟจากพื้นที่มีเอกลักษณ์ด้านกลิ่นและรสชาติ โดยบางแหล่งมีกลิ่นคล้าย น้ำผึ้งป่า ดอกไม้ป่า ส้มโอ และลิ้นจี่ ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งปลูกกาแฟ และมีการปลูกพืชอื่นแซมในพื้นที่ เช่น ลิ้นจี่ สำหรับชุมชน กาแฟจึงไม่ได้เป็นเพียงผลผลิตทางการเกษตร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยง เกษตร ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน 🍂จากสวนกาแฟสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยว ปัจจุบันบ้านปางปูเลาะมีการรวมกลุ่มเป็น วิสาหกิจชุมชนกาแฟคุณภาพบ้านปางปูเลาะและวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโฮมสเตย์ เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวไปพร้อมกับการสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำกิจกรรมได้ตั้งแต่เดินชมสวนกาแฟ ทดลองดริปกาแฟ ทำชาดอกกาแฟ และเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกาแฟ รวมถึงการทำสบู่ ขณะเดียวกันยังสามารถพักโฮมสเตย์ เดินป่าโดยมีคนในชุมชนเป็นผู้นำทาง และรับประทานอาหารพื้นถิ่น แนวทางดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงผู้มาเยือน แต่ได้เรียนรู้กระบวนการตั้งแต่ ต้นกาแฟในสวนไปจนถึงผลิตภัณฑ์และวิถีชีวิตของชุมชน 🚘ท่องเที่ยวเติบโต รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่ นางสยุมพร ระบุว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวของปางปูเลาะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังประมาณ 2–3 ปีที่ผ่านมา และได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น รวมถึงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสัมผัสธรรมชาติและวิถีชุมชน ปัจจุบันมีโฮมสเตย์ประมาณ 6 แห่ง ทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และร้านกาแฟ โดยผู้ประกอบการในชุมชนช่วยกันบริหารจัดการและส่งต่อนักท่องเที่ยว หากที่พักแห่งหนึ่งเต็มก็สามารถแนะนำไปยังสมาชิกกลุ่มรายอื่นได้ นอกจากนี้ รายได้จากกิจกรรมต่าง ๆ ยังมีการจัดสรรกลับเข้าสู่ชุมชน เพื่อใช้ดูแลพื้นที่ พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว และสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว สะท้อนแนวคิดให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์ร่วมกัน ไม่กระจุกอยู่กับผู้ประกอบการเพียงรายเดียว 🎓เรียนรู้ “วิถีอิ้วเมี่ยน” ผ่านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา นอกจากกาแฟและธรรมชาติ ปางปูเลาะยังมีทุนทางวัฒนธรรมของชาวอิ้วเมี่ยน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือตรุษจีน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การแต่งกาย การละเล่น พิธีกรรม และขนบธรรมเนียมของชุมชน โดยมีกระบวนการอธิบายกติกาและความหมายของแต่ละกิจกรรมก่อนเข้าร่วม อีกพื้นที่สำคัญคือ พิพิธภัณฑ์อิ้วเมี่ยน ซึ่งรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต รวมถึงตัวอย่างลวดลายการปักผ้าที่มีชื่อและเรื่องราวเฉพาะ สะท้อนภูมิปัญญาที่ชุมชนพยายามรักษาและส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ 👒 “FAM TRIP” เปิดมุมมองท่องเที่ยวเชื่อมโยง 2 จังหวัด การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ใช้สร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยนำผู้ประกอบการและสื่อมวลชนมาสัมผัสประสบการณ์จริง เพื่อนำไปต่อยอดการประชาสัมพันธ์และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับพื้นที่ เส้นทาง FAM TRIP เชื่อมโยงเรื่องราวตั้งแต่ กาแฟเชียงราย โรงคั่ว และแหล่งผลิตบนดอยช้าง ไปจนถึงเครื่องเคลือบเวียงกาหลง และกาแฟใต้ร่มป่าที่ปางปูเลาะ ทำให้เห็นว่าการท่องเที่ยวชาและกาแฟไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการชิมเครื่องดื่ม แต่สามารถเชื่อมโยงกับศิลปะ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของผู้คนได้ สำหรับปางปูเลาะ สิ่งที่ชุมชนนำเสนอจึงไม่ใช่เพียง “กาแฟ” หรือ “โฮมสเตย์” แต่คือ ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำ เรียนรู้ และสัมผัสวิถีของคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกแนวทางของการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและอัตลักษณ์ชุมชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง