back
ภาคประชาชนลุ่มน้ำกก-สาละวิน ยื่นรัฐเร่งแก้มลพิษข้ามแดน จี้ “อนุทิน” ลงพื้นที่รับฟังปัญหา พร้อมให้เวลา 3 เดือนเห็นผล
4 มิ.ย. 2569 19:10
View: 86

วรพล ตะติ
📌ภาคประชาชนลุ่มน้ำกก-สาละวิน ยื่นรัฐเร่งแก้มลพิษข้ามแดน จี้ “อนุทิน” ลงพื้นที่รับฟังปัญหา พร้อมให้เวลา 3 เดือนเห็นผล
#เชียงราย - เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ในกิจกรรมธรรมยาตราเพื่อปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน เครือข่ายภาคประชาชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ผลกระทบจากมลพิษข้ามพรมแดน พร้อมยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่
นายปรัตถกร การเร็ว กำนันตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย กล่าวว่า การรวมตัวของประชาชนครั้งนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญในการทวงคืนความเป็นธรรมให้กับแม่น้ำกก สายน้ำที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนมาหลายชั่วอายุคน พร้อมยืนยันว่าชาวบ้านจะไม่ยอมปล่อยให้ปัญหามลพิษที่เปรียบเสมือน “มัจจุราชเงียบ” ค่อยๆ ทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป
กำนันตำบลแม่ยาวยังเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตนเอง และผลักดันการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยให้เวลาแก่รัฐบาลอีก 3 เดือนในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม หากยังไม่มีความคืบหน้า ภาคประชาชนเตรียมจัดกิจกรรมครั้งใหญ่ในวันที่ 13 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่เชียงราย เพื่อทวงถามความรับผิดชอบจากภาครัฐอีกครั้ง
ด้านนายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ตัวแทนลุ่มน้ำสาละวิน ระบุว่า แนวทางแก้ปัญหาระยะยาวคือการจัดการกับกิจกรรมเหมืองแร่ที่ถูกมองว่าเป็นต้นตอของการปนเปื้อนในแม่น้ำ แม้จะเป็นเรื่องยากเนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำหลายแห่งอยู่ในเขตความขัดแย้งของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในระยะสั้นควรเร่งให้ความรู้แก่ประชาชนในการใช้ชีวิตและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำอย่างปลอดภัย
นายสะท้านยังเสนอให้รัฐบาลประกาศนโยบายแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไขมากขึ้น แม้ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง และจัดหาแหล่งน้ำทางเลือกให้ชุมชนแล้วก็ตาม น้ำทางเลือกให้ชุมชนแล้วก็ตาม พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายอนุทินชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รับฟังปัญหากับประชาชนในวันพรุ่งนี้( 5 มิ.ย.69)อีกด้วย
ขณะที่นายพีระ ประสงค์เวช ตัวแทนเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง ได้นำเสนอข้อเรียกร้องจากพื้นที่ภาคใต้ โดยขอให้หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน และพืชพันธุ์ในแม่น้ำกระบุรีภายใน 1-2 เดือน พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการตรวจสารพิษตกค้างในร่างกายประชาชนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำกระบุรี จัดทำแผนที่ความเสี่ยงของลุ่มน้ำ เปิดเวทีหารือระหว่างไทย-เมียนมาเกี่ยวกับผลกระทบจากเหมืองแร่ ส่งเสริมงานวิจัยท้องถิ่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ และจัดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านอาชีพ สุขภาพ และวิถีชีวิต
นายพีระยังสะท้อนว่า หลายหมู่บ้านในพื้นที่ยังคงใช้น้ำดิบจากแม่น้ำกระบุรีผลิตน้ำประปา ส่งผลให้ท้องถิ่นต้องแบกรับต้นทุนการบำบัดน้ำที่สูงขึ้น จึงเรียกร้องให้มีการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดทดแทน และผลักดันให้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ นักวิชาการ และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













