back
## **อับดุล โซมัด: ปราชญ์แห่งลุ่มน้ำมลายูและถอดรหัส "วาสัตตียะฮ์" สู่สันติภาพชายแดนใต้**
9 พ.ค. 2569 05:33
View: 101

Shukur Dina
## **อับดุล โซมัด: ปราชญ์แห่งลุ่มน้ำมลายูและถอดรหัส "วาสัตตียะฮ์" สู่สันติภาพชายแดนใต้**
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
ในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว ชื่อของ **Ustaz Abdul Somad Batubara** หรือที่รู้จักกันดีในนาม **UAS** ได้กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญในโลกอิสลามร่วมสมัย ไม่เพียงเฉพาะในอินโดนีเซียบ้านเกิดของท่านเท่านั้น แต่รวมถึงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยที่ซึ่งวัฒนธรรมมลายูและศรัทธาในอิสลามหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
### **1. รากฐานทางวิชาการ: การบ่มเพาะจากศูนย์กลางอารยธรรม**
ความทรงอิทธิพลของ UAS ไม่ได้มาจากวาทศิลป์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก **"ฐานความรู้"** ที่ลึกซึ้งและเข้มข้น ท่านคือผลิตผลจากการศึกษาในสถาบันชั้นนำของโลกอิสลามถึง 3 ภูมิภาค:
* **ปริญญาตรี (S1):** มหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร ประเทศอียิปต์ แหล่งบ่มเพาะวิชาการอิสลามที่เก่าแก่และได้รับการยอมรับในเรื่องแนวทางสายกลาง
* **ปริญญาโท (S2):** สถาบัน Dar Al-Hadith Al-Hassania ประเทศโมร็อกโก เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งฮาดิษ (จริยวัตรศาสดา) ซึ่งต้องอาศัยการท่องจำและการวิเคราะห์ที่แม่นยำ
* **ปริญญาเอก (S3):** มหาวิทยาลัยอิสลามสุลต่านชารีฟ อาลี (UNISSA) ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งเป็นการกลับมาต่อยอดวิชาการในบริบทสังคมมลายูอาเซียน
ด้วยการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งในโลกอาหรับและอาเซียน ทำให้ท่านสามารถเชื่อมโยง "ตัวบทศาสนาคลาสสิก" เข้ากับ "บริบทสังคมท้องถิ่น" ได้อย่างแนบเนียน
### **2. แนวทาง "วาสัตตียะฮ์" (Wasatiyyah): ทางสายกลางที่เป็นรูปธรรม**
หัวใจสำคัญที่ทำให้ UAS แตกต่างจากนักวิชาการคนอื่นๆ คือการนำเสนออิสลามในรูปแบบ **"วาสัตตียะฮ์"** หรือการเป็นประชาชาติสายกลาง ซึ่งมีองค์ประกอบที่โดดเด่นดังนี้:
* **การยอมรับพหุทัศนะ (มัซฮับ):** ในการบรรยาย ท่านจะไม่ใช้คำตัดสินแบบ "ถูก-ผิด" หรือ "ขาว-ดำ" เพียงอย่างเดียว แต่จะนำเสนอทัศนะของอิหม่ามทั้ง 4 (ชาฟีอี, ฮานาฟี, มาลิกี และฮันบาลี) เพื่อให้ผู้ฟังเห็นถึงความกว้างขวางของปัญญาอิสลามและลดการขัดแย้งในเรื่องปลีกย่อย
* **การให้เกียรติ "อาดัต" (จารีตประเพณี):** ท่านสนับสนุนการรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมมลายูตราบเท่าที่ไม่ขัดกับหลักศรัทธา ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าความเป็นมุสลิมที่ดีสามารถเดินเคียงคู่ไปกับวิถีรากเหง้าของตนเองได้
* **วิธีการสื่อสารยุคใหม่:** ท่านใช้ "อารมณ์ขัน" และ "ตรรกะ" เป็นเครื่องมือในการทำลายกำแพงระหว่างความรู้ศาสนาที่ดูหนักอึ้งกับวิถีชีวิตคนเมืองและวัยรุ่น ทำให้ศาสนาเป็นเรื่องที่ "เข้าใจได้" และ "ปฏิบัติได้จริง"
### **3. นัยสำคัญต่อสังคมชายแดนใต้: ทำไม อย่างไร และเพื่อใคร?**
แนวทางของ UAS มีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อบริบทสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย:
* **ทำไมต้องแนวทางนี้?:** พื้นที่ชายแดนใต้มีความเปราะบางต่อแนวคิดสุดโต่ง (Extremism) การนำเสนออิสลามที่เน้นความเมตตา (Rahmatan lil 'Alamin) และการอดทนอดกลั้น (Tolerance) จึงเป็นเกราะป้องกันทางความคิดที่สำคัญให้กับเยาวชนในพื้นที่
* **จะมีผลอย่างไร?:**
1. **สร้างความสามัคคีภายใน:** การสอนให้เคารพความเห็นต่างระหว่างสำนักคิด ช่วยลดความตึงเครียดภายในสังคมมุสลิมเอง
2. **การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม:** แนวทางสายกลางช่วยให้มุสลิมปรับตัวเข้ากับเพื่อนต่างศาสนิกได้อย่างมีจริยธรรม โดยยังคงรักษาหลักการศาสนาไว้อย่างมั่นคง
3. **การพัฒนาการศึกษา:** การที่ท่านให้ความสำคัญกับทั้งวิชาการศาสนาและทักษะชีวิต (Soft Skills) เป็นต้นแบบให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาหรือปอเนาะในพื้นที่ นำไปปรับใช้ในการพัฒนาหลักสูตรที่ทันต่อโลก
### **บทสรุป**
อับดุล โซมัด ไม่ได้เป็นเพียงนักบรรยายธรรมที่โด่งดังในโซเชียลมีเดีย แต่ท่านคือ **"สะพานเชื่อม"** ระหว่างโลกวิชาการชั้นสูงกับวิถีชีวิตชาวบ้าน แนวทางวาสัตตียะฮ์ของท่านคือกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่สงบสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความหลากหลายและต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้งอย่างชายแดนใต้ ท่านพิสูจน์ให้เห็นว่า **"ความรู้ที่ถูกต้อง"** เมื่อผสมผสานกับ **"วิธีการที่ชาญฉลาด"** คือรากฐานที่แท้จริงของสันติภาพ
**บทความนี้จัดเตรียมเพื่อสื่อสารใจความสำคัญของแนวคิด "ทางสายกลาง" ที่ Ustaz Abdul Somad นำเสนอ เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ในการนำมาปรับใช้กับการพัฒนาสังคมและสันติภาพในพื้นที่บ้านเรา
หมายเหตุ
อ่านรายงานก่อนนี้
ใน https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/54734
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






