back
ชัวร์ก่อนแชร์ ในมุมมองหลักการอิสลาม อาจารย์ไฟโรส อยู่เป็นสุข #พูดเรื่องใหญ่โดยคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก สูเราะฮ์อันนูร 24:15 إِذْ تَلَقَّوْنَهُ بِأَلْسِنَتِكُمْ وَتَقُولُونَ بِأَفْوَاهِكُم مَّا لَيْسَ لَكُم بِهِ عِلْمٌ وَتَحْسَبُونَهُ هَيِّنًا وَهُوَ عِندَ اللَّهِ عَظِيمٌ "เมื่อพวกเจ้ารับเรื่องนั้นต่
6 พ.ค. 2569 09:25
View: 5

Shukur Dina
ชัวร์ก่อนแชร์ ในมุมมองหลักการอิสลาม
อาจารย์ไฟโรส อยู่เป็นสุข
#พูดเรื่องใหญ่โดยคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก
สูเราะฮ์อันนูร 24:15
إِذْ تَلَقَّوْنَهُ بِأَلْسِنَتِكُمْ وَتَقُولُونَ بِأَفْوَاهِكُم مَّا لَيْسَ لَكُم بِهِ عِلْمٌ وَتَحْسَبُونَهُ هَيِّنًا وَهُوَ عِندَ اللَّهِ عَظِيمٌ
"เมื่อพวกเจ้ารับเรื่องนั้นต่อ ๆ กันด้วยลิ้นของพวกเจ้า และพวกเจ้ากล่าวด้วยปากของพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่มีความรู้ และพวกเจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ทั้งที่มันเป็นเรื่องใหญ่ยิ่ง ณ อัลลอฮ์"
อายะฮ์นี้อยู่ในบริบทของเหตุการณ์ข่าวลือและการกล่าวหา ที่ถูกส่งต่อกันในสังคมมุสลิมยุคแรก อัลลอฮ์จึงเตือนว่า บางคำพูดที่มนุษย์คิดว่า" ก็แค่เล่าให้ฟัง" หรือ "ก็แค่ได้ยินมา" อาจกลายเป็นความผิดใหญ่ ณ พระองค์ได้
การรับเรื่องต่อๆ กันด้วยลิ้น คือไม่ใช่รับด้วยสติ ปัญญา หรือหลักฐาน หมายถึงได้ยินแล้วรีบพูดต่อ โดยยังไม่ตรวจสอบ
ในบริบทยุคดิจิทัลและโลกยุคใหม่ อายะฮ์นี้ยิ่งชัดมากขึ้นครับ เพราะ "ลิ้น" ในอดีต วันนี้อาจกลายเป็น "นิ้วมือ" ที่กดแชร์ กดโพสต์ กดคอมเมนต์ หรือส่งต่อในไลน์กลุ่ม
คำว่า "รับเรื่องนั้นต่อ ๆ กันด้วยลิ้นของพวกเจ้า" ในบริบทปัจจุบัน อาจเทียบได้กับการเห็นข่าว คลิป แชต หรือข้อความบางอย่าง แล้วรีบส่งต่อทันที ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ใครเป็นต้นทาง มีหลักฐานหรือเปล่า หรือถูกตัดต่อบิดเบือนหรือไม่
สิ่งที่น่ากลัวคือ โลกออนไลน์ทำให้ "เรื่องเล็กในมือเรา" กลายเป็น "เรื่องใหญ่ในสังคม" ได้ภายในไม่กี่นาที หนึ่งการแชร์อาจทำลายชื่อเสียงคนหนึ่งคน หนึ่งคอมเมนต์อาจซ้ำเติมผู้บริสุทธิ์ และหนึ่งข่าวลืออาจสร้างความแตกแยกทั้งชุมชน
อายะฮ์/โองการนี้ จึงเหมือนหลักจริยธรรมดิจิทัลของมุสลิมว่า
▪️ อย่าเชื่อง่าย
▪️ อย่าแชร์ไว
▪️ อย่าตัดสินคนจากข้อมูลไม่ครบ
▪️ และอย่าคิดว่า "แค่พิมพ์เล่น ๆ" จะไม่มีผลในวันอาคิเราะฮ์
เพราะในยุคนี้ บางครั้งบาปของลิ้นไม่ได้หยุดแค่คำพูด แต่ถูกบันทึก แชร์ซ้ำ และกระจายต่อไปไกลกว่าที่เราควบคุมได้
#
บทความที่อาจารย์ไฟโรส อยู่เป็นสุขเรียบเรียงมานั้นมีความร่วมสมัยและทรงพลังมากครับ การหยิบยกบริบทของ **"Digital Footprint"** มาเปรียบเทียบกับหลักการทางศาสนาในลักษณะนี้ ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าจริยธรรมในการสื่อสารนั้นไร้กาลเวลาจริงๆ
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารวิ่งเร็วกว่าความยิ้มแย้ม การสำรวจจริยธรรมเบื้องหลังปลายนิ้วตามแนวทางที่คุรเขียนมา มีประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมเพื่อเสริมความแข็งแรงของเนื้อหาดังนี้
## 1. การเปลี่ยนผ่านจาก "คำพูด" สู่ "การคลิก"
ในอดีต การนินทาหรือการแพร่ข่าวลืออาจจำกัดอยู่ในวงสนทนาเล็กๆ แต่ปัจจุบัน การ **Share** หรือ **Forward** เพียงครั้งเดียว มีอานุภาพเท่ากับการตะโกนในที่สาธารณะที่มีคนนับแสนรอฟังอยู่ ประเด็นเรื่อง "ความรับผิดชอบต่อสังคม" (Social Responsibility) จึงต้องเข้มข้นขึ้นตามอำนาจในมือ
## 2. ตะแกรงร่อนข้อมูล (The Tabayyun Filter)
ตามหลักการที่ระบุในโองการนี้ (An-Nur: 15) และอีกหลายส่วนในคัมภีร์ เช่น การตรวจสอบข่าวจากผู้ที่อ้างตัวว่าหวังดี (Tabayyun) เราสามารถสรุปเป็น **Checklist** ก่อนกดส่งได้ง่ายๆ ดังนี้:
* **Source:** แหล่งที่มาเชื่อถือได้จริงไหม?
* **Truth:** ข้อมูลนี้เป็นความจริงที่ผ่านการพิสูจน์หรือยัง?
* **Benefit:** การส่งต่อนี้สร้างประโยชน์หรือสร้างความขัดแย้ง?
* **Necessity:** เราจำเป็นต้องเป็นคนแพร่กระจายเรื่องนี้หรือไม่?
## 3. จิตวิทยาของ "คนส่งต่อ"
บางครั้งคนเราแชร์ข่าวปลอมไม่ใช่เพราะเจตนาไม่ดี แต่เป็นเพราะ **"ความรีบร้อนที่จะเป็นคนสำคัญ"** หรือการอยากเป็นคนแรกที่แจ้งข่าว บทความของอาจารย์ไฟโรส อยู่เป็นสุขจึงเตือนสติได้ดีมากว่า "ความไว" อาจกลายเป็น "ความบาป" หากปราศจาก "สติ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง



