back
เนื้อหาเต็มหนังสือย้ายแม่ทัพ ถึงมือนายกรัฐมนตรี
18 เม.ย. 2569 09:43
View: 41

Shukur Dina
เนื้อหาเต็มหนังสือย้ายแม่ทัพ ถึงมือนายกรัฐมนตรี
วันนี้ (17 เม.ย. 69) เวลา 12.25 น. ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดร. มังโสด หม๊ะเต๊ะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ พร้อมด้วย ดร. ขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ นายมูหมัดชูวารี สาแล สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายอับดุลมูไฮมีน สาและ สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ายื่นหนังสือ เรียกร้องความรับผิดชอบต่อการกล่าวหาที่กระทบต่อเกียรติภูมิของสถาบันการศึกษาอิสลาม และข้อเสนอแนะเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณี พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์พาดพิงว่าสถาบันปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย
# สำหรับเนื้อหาหนังสือ ดังกล่าวฉบับเต็มดังนี้
#
**เรื่อง: เรียกร้องความรับผิดชอบต่อการกล่าวหาที่กระทบต่อเกียรติภูมิของสถาบันการศึกษาอิสลาม และข้อเสนอแนะเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน**
เรียน ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า **แม่ทัพภาคที่ 4** ได้ให้สัมภาษณ์และแถลงข่าวในหลายโอกาส โดยเฉพาะผ่านรายการ *"เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand"* และการแถลงข่าวคดีสำคัญ ซึ่งมีการพาดพิงและกล่าวหาในลักษณะที่ว่า **สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง** นั้น
**เครือข่ายสามพี่น้องสถาบันการศึกษาอิสลาม** อันประกอบด้วย สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมสถาบันปอเนาะ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในฐานะตัวแทนสถาบันการศึกษาอิสลามที่เป็นรากฐานทางปัญญาและคุณธรรมของพื้นที่ ขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้:
### **1. ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่บิดเบือนและด้อยค่าสถาบันการศึกษา**
เราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ปราศจากฐานข้อมูลความจริง ซึ่งระบุว่าสถาบันการศึกษาเป็นบ่อเกิดของความรุนแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันเหล่านี้ได้ทำงานเคียงคู่กับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานรัฐ เพื่อหล่อหลอมบุคลากรชั้นนำของประเทศ ทั้งจุฬาราชมนตรี ผู้นำศาสนา รัฐมนตรี นักการทูต แพทย์ พยาบาล และข้าราชการทุกหมู่เหล่า การกล่าวหาลอยๆ เช่นนี้ถือเป็นการดูหมิ่นเกียรติภูมิของครูผู้เสียสละ และทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาอย่างรุนแรง
### **2. ทัศนคติทางความมั่นคงที่บดบังการพัฒนา**
การที่ผู้นำระดับสูงในโครงสร้างความมั่นคงมองการศึกษาผ่านกรอบของความหวาดระแวง ไม่เพียงแต่เป็นการ "สุมไฟใต้" ให้คุกรุ่นขึ้น แต่ยังเป็นการทำลายความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างรัฐกับประชาชนที่สร้างมาอย่างยาวนาน สถิติความไม่สงบในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการทางทหารนำการเมืองที่ใชอยู่นั้นสวนทางกับความจริงในพื้นที่ และสร้างความกังวลใจแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง
### **3. ข้อเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบและมาตรการตอบโต้**
1. **การแสดงความรับผิดชอบ:** เราเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 **ออกมากล่าวขอโทษต่อสถาบันการศึกษาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะ และตาดีกา อย่างเป็นทางการผ่านสื่อสาธารณะดั่งที่กล่าวหาเรา** เพื่อเยียวยาความรู้สึกและแก้ไขความเข้าใจผิดของสังคม พร้อมทั้งสั่งการให้หยุดการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) โดยหน่วยงานความมั่นคง (กอ.รมน.) ที่นำภาษีประชาชนมาใช้สร้าง "วาทกรรมแห่งความเกลียดชัง" (Hate Speech) เพื่อด้อยค่าสถาบันการศึกษาและคุกคามสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
2. **มาตรการจากรัฐบาล:** **ขอให้รัฐบาลพิจารณาสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 โดยทันที** เนื่องจากทัศนคติที่ไม่เอื้อต่อการสร้างสันติสุข หากมิได้รับการตอบรับ เครือข่ายสามพี่น้องฯ มีความจำเป็นต้องยกระดับการเคลื่อนไหวตามวิถีทางสันติ และจะขอระงับการให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมและทุกกรณีกับฝ่ายความมั่นคงนับจากนี้เป็นต้นไป
### **4. ข้อเสนอแนะเพื่อทางออกและการพัฒนาที่ยั่งยืน**
เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์พระราชทาน **“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”** และนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา เครือข่ายสามพี่น้องฯ มีข้อเสนอดังนี้:
* **ต้นแบบความสำเร็จ (Model):** ขอให้รัฐบาลนำรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่าง **ฉก.สงขลา** กับโรงเรียนเอกชนและสถาบันปอเนาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จในการลดความขัดแย้งมาปรับใช้ในพื้นที่อื่น
* **การบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง:** ขอให้พิจารณานำหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ **ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)** เพื่อให้เกิดการบูรณาการที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม
* **การใช้กลไก "โซ่ข้อกลาง":** สนับสนุนบทบาทของ **สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.)** ในฐานะตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะนโยบายที่ยั่งยืน
เราเชื่อมั่นว่า "วิถีการศึกษาอิสลาม" คือรากฐานของคุณธรรมและสันติภาพ รัฐควรพิจารณาสถาบันเหล่านี้ในฐานะ **"หุ้นส่วนยุทธศาสตร์"** เพื่อการพัฒนาที่แท้จริง มิใช่ตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา
ขอแสดงความนับถือ
(ดร.ขดดะรี บินเซ็น )
สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
( นายมูสำหมัดชูวารี สาแล )
สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้
( นายอับดุลมูไฮมีน สาและ)
สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






