back
“รายอแน” วันรวมญาติที่มีเฉพาะชายแดนใต้ ระหว่างวัฒนธรรมชุมชนกับศาสนพิธี: คิดต่างได้แต่อย่าทะเลาะกัน
29 มี.ค. 2569 01:33
View: 15

Shukur Dina
“รายอแน” วันรวมญาติที่มีเฉพาะชายแดนใต้ ระหว่างวัฒนธรรมชุมชนกับศาสนพิธี: คิดต่างได้แต่อย่าทะเลาะกัน
โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บิน ชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
บทนำ: มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ
"มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ (สุบหานะฮูวะตะอาลา) ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความจำเริญและสันติจงประสบแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน"
สื่อไทยชายแดนใต้ได้รายงานข่าวบรรยากาศในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อก้าวเข้าสู่วันที่ 28 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือนเชาวาล ฮ.ศ. 1447 อันเป็นวันที่ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จำนวนมากร่วมปฏิบัติประเพณีที่เรียกว่า “รายอแน” หรือ “รายอหก” ภาพของผู้คนที่เดินทางร่วมกับญาติพี่น้อง ไปยังกูโบร์ (สุสาน) เพื่อทำความสะอาด อ่านอัลกุรอาน และขอพรให้ผู้ล่วงลับ กลายเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและหยั่งรากลึกในพื้นที่แห่งนี้ และถือว่า วันนี้ เป็นรวมญาติที่มีเฉพาะที่นี่ชายแดนใต้ เท่านั้นของมุสลิมไทย ไม่ว่าเหนือ กลาง ตก และมุสลิมใต้ตอนบน
อธิบาย: ที่มาและความหมายของ "รายอแน"
คำว่า “แน” ในภาษามลายูแปลว่า “หก” รายอแนจึงหมายถึงการเฉลิมฉลองหลังจากที่มุสลิมได้ปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดสุนัตต่ออีก 6 วันในเดือนเชาวาล ตามแบบอย่างของท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ซ.ล.) ที่ระบุว่า:
> “ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน แล้วเขาได้ถือศีลอดต่ออีกหกวันในเดือนเชาวาล นั่นเสมือนกับว่าเขาได้ถือศีลอดถึงหนึ่งปี” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1164)
>
แม้ในทางศาสนบัญญัติจะมีวันรื่นเริง (อีด) เพียง 2 วัน คือ อีดิ้ลฟิตรฺ และอีดิ้ลอัฎฮา แต่ “รายอแน” ถูกสร้างขึ้นโดยใช้กุศโลบายของผู้รู้ (โต๊ะครู) ในอดีต เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านได้ถือศีลอดสุนัต 6 วันให้ครบถ้วน โดยนัดหมายวันเลี้ยงฉลองและทำบุญอุทิศส่วนกุศลพร้อมกันในวันที่เจ็ด เพื่อความเป็นระเบียบและการจัดการชุมชน
อภิปราย: มุมมองทางวิชาการและวิถีปฏิบัติ
การจัดกิจกรรมในวันรายอแนมักถูกตั้งคำถามในเชิงนิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกฮ์) ว่าเป็นอุตริกรรม (บิดอะฮ์) หรือไม่? ในประเด็นนี้สามารถแยกพิจารณาได้ดังนี้:
* การเยี่ยมเยียนสุสานและญาติพี่น้อง: ศาสนาสนับสนุนให้เยี่ยมเยียนสุสานและกระชับสัมพันธ์เครือญาติอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ระบุวันเวลาตายตัว การนัดหมายในวันรายอแนจึงเป็นการบริหารจัดการเชิงวัฒนธรรมเพื่อให้เครือญาติที่อยู่ห่างไกลได้มาพบกันในคราวเดียว
* การละหมาดตัสบีฮฺ: มีทัศนะที่ต่างกันในหมู่ปราชญ์ถึงความถูกต้องของหะดีษ แต่สายของอิหม่ามอันนะวาวีย์และปราชญ์ฝ่ายชะฟิอียะฮ์ส่วนใหญ่เห็นว่าสามารถปฏิบัติได้เพื่อความประเสริฐ (ฟะฎีละฮฺ) ส่วนการละหมาดแบบรวมกลุ่ม (ญะมาอะฮฺ) นั้น แม้ไม่มีสุนนะฮฺโดยตรง แต่ก็ไม่ถึงขั้นมักรูฮฺ (น่ารังเกียจ) ในเชิงวิชาการเรียกสิ่งนี้ว่า “คิลาฟุล-เอาลา” คือการกระทำที่ค้านกับสิ่งที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้ทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้
จุดสำคัญที่ต้องตระหนัก: หากเราเชื่อว่ารายอแนคือ "ศาสนพิธี" ที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ย่อมเป็นบิดอะฮ์ แต่หากเรามองว่ามันคือ "วัฒนธรรมชุมชน" ที่นำแนวคิด Islamization มาผนวกเพื่อให้เกิดกิจกรรมเชิงบวกในสังคม มิตินี้จะกลายเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีที่ทรงพลัง
สรุป: หัวใจสำคัญคือความรักและหน้าที่
รายอแนไม่ใช่ อิบาดะฮ์เฉพาะตัว (Khususiyyah) เหมือนวันอีดตามศาสนบัญญัติ แต่มันคือชื่อเรียกทางภาษาและวันรวมญาติที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของชาวมลายูมุสลิมในชายแดนใต้
สุดท้ายนี้ ผู้เขียนอยากฝากว่า "อย่าทะเลาะกัน" ในเรื่องความเห็นต่างทางวิชาการ สิ่งที่สำคัญกว่าการตัดสินคนอื่นคือการย้อนถามตนเองว่า ในปีนี้เราได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีโดยการไปเยี่ยมสุสานพ่อแม่เพื่อรำลึกความตายกี่ครั้ง? และเราได้ปฏิบัติตามสุนนะฮฺโดยการถือศีลอด 6 วันครบถ้วนแล้วหรือยัง?
ขอให้วันรายอแนเป็นวันแห่งการเติมเต็มความรัก เสริมสร้างความผูกพัน และรำลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษด้วยความสงบและเข้าใจ
#หมายเหตุ: 1. หลักฐานศาสนบัญญัติ รวมถึงตำราทางศาสนาคัดลอกและเรียบเรียงจาก ทัศนะอาลี เสือสมิง http://alisuasaming.com/webboard/index.php?topic=436.0
2. โปรดดูบทความประกอบของ Matty Ibnufatim Hamady เรื่อง รายอเเน ( อีดิลอับรอร) มีใจความดังต่อไปนี้
หลักฐานของนักวิชาการที่กล่าวว่า มุสลิมไม่สามารถเรียกว่า " รายอเเน" หรือ " อีดิลอับรอร" ได้ เอามาจากคำกล่าวของท่าน อิบนุฮายัร อัลฮัยตามีย์ ในหนังสือ อัลฟาตาวีย์ ฟิกฮียะห์ อัลกุบรอฮ รวบรวมโดยลูกศิษย์ ของท่าน คือ เชค อัลฟากีฮานีย์ เเละ คำกล่าวของท่าน อิบนุมุฟลิฮ รวมทั้ง อิบนุตัยมียะห์ เเละนักวิชาการเหล่านี้มักศึกษาเพื่อหาหลักฐานมาโจมตีคนอื่น
1. ท่าน อิบนุตัยมียะห์ กล่าวว่า
أما اتخاذ موسم غير المواسم الشرعية كبعض ليالي شهر ربيع الأول التي يقال : إنها ليلة المولد أو بعض ليالي رجب أو ثامن عشر ذي الحجة أو أول جمعة من رجب أو ثامن شوال الذي يسميه
الجهال عيد الأبرار فإنها من البدع التي لم يستحبها السلف ولم يفعلوها والله سبحانه وتعالى أعلم
( وأما ثامن شوال : فليس عيداً لا للأبرار ولا للفجار , ولا يجوز لأحد أن يعتقده عيداً, ولا يحدث فيه شيئاً من شعائر الأعياد ) ا. هـ. الاختيارات الفقهية ص/199
ความว่า " การยึดถือฤดูที่ไม่ใช่ฤดูทางชาเราะอุ เช่น การยึดถือบางคืนในเดือนรอบีอุลเอาวัล เป็นคืนเมาลิดนบี ศอลฯ หรือ บางคืนในเดือนรายับ หรือคืนที่ 8 ในเดือนซุลฮิจยะห์ หรือ วันที่ 8 ของเดือนเชาวาล ซึ่งคนโง่ได้ตั้งชื่อว่า อีดิลอัลรอร ( รายอเเน) นั้น เป็นส่วนหนึ่งของบิดอะห์ เเละ ชาวสาลัฟไม่ปฏิบัติกัน ส่วนวันที่ 8 ของเดือนเชาวาล ไม่ใช่วันอีด อัลอับรอร หรือ อัลฟุญญาร เเละไม่อนุญาตให้ยึดว่า เป็นวันอีด เเละห้ามอุตริกรรมสิ่งหนึ่งที่มาจากชีอารของวันอีดต่างๆ "
2. ท่าน อิบนมุฟลิฮ กล่าวว่า
لا يَجوز تسمية الثامن من شوال عيد الأبرار، ولا يجوز اتِّخاذه عيدًا؛ لموافقته انتهاء صيام الست من شوال، لمن صامها متتابعة بعد العيد
ความว่า " ไม่อนุญาตให้ตั้งชื่อวันที่ 8 ของชาวาล เป็นวันอีดิล อัลอับรอร ( รายอเเน) เเละไม่สามารถรวมฉลองวันอีดได้ สำหรับคนที่ถือศีลอด"
วันอีดในศาสนาอิสลามมีเพียง 2 วันเท่านั้น ไม่มีวันอีดบวชหกใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนการละหมาดตัสบีห์และการไปเยี่ยมกุบูรนั้นอนุญาตให้กระทำได้ไม่ว่าจะเป็นวันวันใดของเดือนเชาวาลเพราะไม่มีตัวบทศาสนามาระบุเจาะจงห้าม หากเราทำก็ไม่อนุญาตให้เชื่อมั่นว่าศาสนาได้เจาะจงให้ทำการละหมาดตัสบีห์หรือการเยี่ยมกุบูรในวันที่ 6 หรือ 7 หรือ 8 ของเดือนเชาวาล เพราะถ้าเชื่อเจาะจงเช่นนั้นถือว่าเป็นบิดอะฮ์ เพราะไม่มีหลักฐานมาระบุรับรอง
3. คำกล่าวของท่าน อิบนุฮายัร จาก หนังสือ อัลฟาตาวา อัลฟิกฮียะห์ อัลกุบรอ เล่ม 1 หน้าที่ 272
หมายเหต: ดูเเละอ่านคำตอบของท่าน อิบนุฮายัรให้ดี...นักวิชาการที่ต่อต้านรายอเเน เอาคำตอบของท่าน อิบนุฮายัร ไปหักล้าง โจมตีคนอื่น
(وَسُئِلَ) - رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ - بِمَا لَفْظُهُ فِي شُعَبِ الْإِيمَانِ الْفَارِسِيَّةِ لِلسَّيِّدِ نُورِ الدِّينِ مُحَمَّدٍ الْأَبَجِيِّ - رَحِمَهُ اللَّهُ - أَنَّهُ لَا يَجُوزُ تَسْمِيَةُ الثَّامِنِ مِنْ شَوَّالٍ عِيدًا وَلَا اعْتِقَادُهُ عِيدًا وَلَا إظْهَارُ شَيْءٍ مِنْ شِعَارِ الْعِيدِ فِيهِ فَهَلْ صَرَّحَ بِذَلِكَ غَيْرُهُ أَوْ فِي كَلَامِ غَيْرِهِ مَا يُؤَيِّدُهُ وَهَلْ اتِّخَاذُ الطَّعَامِ الْكَثِيرِ فِيهِ كَمَا فِي الْعِيدِ إظْهَارٌ لِشِعَارِ الْعِيدِ أَوْ لَا؟
(فَأَجَابَ) بِقَوْلِهِ: لَمْ أَرَ لِهَذَا السَّيِّدِ سَلَفًا فِيمَا ذُكِرَ عَنْهُ. وَلَيْسَ مَا ذَكَرَهُ بِصَحِيحٍ إلَّا فِي اعْتِقَادِ أَنَّهُ عِيدٌ وَضَعَهُ الشَّارِعُ كَمَا وَضَعَ عِيدَيْ الْفِطْرِ وَالْأَضْحَى فَتَحْرِيمُ اعْتِقَادِ ذَلِكَ ظَاهِرٌ جَلِيٌّ وَأَمَّا مُجَرَّدُ تَسْمِيَةِ ذَلِكَ عِيدًا أَوْ إظْهَارُ شِعَارِ الْعِيدِ فِيهِ فَلَيْسَ بِمُحَرَّمٍ نَعَمْ يَنْبَغِي أَنَّهُ خِلَافُ الْأَوْلَى وَخِلَافُ الْأَوْلَى يُطْلَقُ عَلَيْهِ أَنَّهُ غَيْرُ جَائِزٍ حَمْلًا لِلْجَوَازِ عَلَى مُسْتَوِي الطَّرَفَيْنِ فَلَعَلَّ السَّيِّدَ أَرَادَ بِقَوْلِهِ: لَا يَجُوزُ ذَلِكَ وَإِلَّا كَانَ مُخَالِفًا لِكَلَامِ الْأَئِمَّةِ بِلَا مُسْتَنَدٍ
ตามทัศนะของอิบนุฮายัร เราก็ไม่ได้ยึด หรือศัทธาว่า เป็นวันอีด ของอิสลามอยู่เเล้ว...เเค่เรียกชื่อ ตามที่คนเเก่คนเก่าเรียกมา...คนฉลาดต้องอ่านคำพูดของอิบนุฮายัร เเละท่าน อิบนุมุฟลิฮ ออกอย่างเเตกฉาน
ท่าน อิบนุ มุฟลิฮ รฮ. กล่าวว่า ...
لا يجوز تسمية الثامن ( ไม่สามารถตั้งชื่อได้)
เราไม่ได้ตั้ง....ต้องไปถามคนที่ตั้ง ว่า เค้านียัต อย่างไร... เเละอิบนุมุฟลิฮ กล่าวว่า لمن صام ( สำหรับคนที่บวชซุนัตชาวาลติดกันเท่านั้น) ส่วนคนบวชที่ไม่ต่อเนื่องกัน..ตั้งชื่อได้หรือไม่..
รายอเเน เป็นภาษาชาวบ้าน.... คำว่า เเน มาจาก อือนัม ( ภาษากลาง) ภาษาอาหรับคือ ست มาจากคำว่า ستة เเปลว่า หก เป็นจำนวนวันบวชในเดือนชาวาล 1 วัน เลยตั้งชื่อว่า รายอเเน (ซึงตรงกับวันที่ 8 ของเดือนเชาวัล หากบวชต่อเนื่องกัน นับจาก 2, 3, 4, 5, 6, 7 (6 วัน) ส่วนวันที่ 1 เชาวาล เป็นวันอีดิลฟิตรีย์ ไม่นับ....
ดังนั้นวันที่ 8 เชาวาล เป็นวันรายอเเน......( วันรายอไม่ทางการ ซึ่งเกิดจากการกียาส หลังถือศีลอด 6 วันติดต่อกัน...ส่วนคนที่ไม่บวช ไม่มีรายอเเน่ เพราะ การกียาสใช้ได้เฉพาะคนที่ถือศีลอด เท่านั้น.. อย่างไรก็ตาม หากจะร่วมทำความดี ก็สามารถทำได้ เพราะทำกันหลายๆ คน มีเเรงจูงใจ
ท่านอีหม่าม อันนาวาวีย์ กล่าวว่า.." ใครก็ตามที่ หากละหมาดตารอเเวะห์ ที่มัสยิด เเล้วทำให้เขาขยันทำอีบาดัตมากกว่า ที่บ้าน ไปละหมาดที่มัสยิดที่กว่า เเต่หากทำที่บ้านเเล้วขยันกว่า ก็ทำที่บ้านดีกว่า "
ตามคำพูดของท่านอีหม่าม อันนาวาวีย์ รฮ.. เราควรฉลาดในการดะวะห์คนอื่น...ๆ เช่น คนที่ชอบไปเยี่ยม กุโบร์ วันรายอ เเน หรือ รอยออิสลาม ทั้ง 2 ก็อย่าไปกล่าวว่า บิดอะห์ คนกำลังมีเเรงใจทำความดี...ให้เค้าทำไปก่อน
หากไปพูดว่า บิดอะห์ เเละเค้าหยุดทำทันที่ ไม่ว่า จะเป็นเดือนไหน วันไหน หรือ หยุด เยี่ยมกุโบร์โดยปริยาย....เราต้องรับผิดชอบ เพราะทำให้เขาขาด motivation ที่จะทำอีบาดัตต่อไป...
รายอเเนเเถวบ้านเรา เป็นเเค่ประเภณี ( อาดัต) ไม่ใช่ (อีบาดัต) ที่เกิดจากการกียาสหลังจากการถือศีลหก 6 วัน .ในวันที่ 8 ใครจะไปเยี่ยมกุโบร์ ไปเยี่ยมได้ ใครจะลหมาดตัสบีฮ ก็ละหมาดได้ ใครจะทำข้าวต้มมัดก็ ทำได้ เเต่อย่ายึดถือว่า วันนี้ เป็นวันอีดของอิสลาม เเค่เท่านั้น เพราะรายอนี้ สำหรับคนที่ถือศีลอดติดกัน 6 วันเท่านั้น เเล้วคนที่ถือศีลอดเเบบไม่ติดกัน จะเรียกรายอเเนได้หรือไม่ หรือ เรียกว่า รายอนาน เช่นถือศีลอดวันท 4 เชาวาล หยุด 3 วัน เเล้วถือศีลอด อีก หรือ เลือกไปถือศีลอด 6 วันสุดท้ายของเชาวาล เขาจะไปรยอเเน เดือนต่อไปหรือ เพราะ การถือศีลอด สามารถถือศีลอดเเบบไม่ต่อเนื่องทันทีได้
ตามคำกล่าวของท่านอีหม่าม อันนาวาวีย์ รฮ
قال النووي في "المجموع"، (6/227): "ويستحبُّ أن يصومَها مُتتابعة في أول شوال، فإن فرقها أو أخَّرها عن شوال جاز، وكان فاعلاً لأصل هذه السنة؛ لعموم الحديث
وإطلاقه".
อะไรก็เเล้วเเต่ที่ไม่มีการห้าม สามารถทำได้ อัลลอฮ ซบ ทรงตรัสในอัลกุรอ่านว่า
قوله تعالى وما آتاكم الرسول فخذوه وما نهاكم عنه فانتهوا
ความว่า " อะไรก็เเล้วเเต่ที่ท่านรอซุล ศอลฯ ได้นำมาให้คุณ จงเอาเเละทำตาม และอะไรก็ตามที่ท่านรอซุลฯ ห้าม ก็จงห้ามเเละหยุดทำ"
ส่วนคนที่ไม่ถือศีลออด 6 วันในเดือนเชาวาลตามทัศนะของท่านอาบูฮานีฟะห์ เเละท่าน อีหม่ามมาลิก ที่กล่าว ว่า มักรุฮ เพราะชาวสาลัฟไม่มีใครทำกันนั้น คงต้องไม่พูดถึงเรืองรายอเเน ขนาดการถือศีลอด 6 วันนี้ มักรุฮ
ตามคำกล่าวของท่านอีหม่าม มาลิก รฮ .ในหนังสือ อัลมุวัฎเตาอ
قال يحيى وسمعت مالك يقول في صيام ستة أيام بعد الفطر من رمضان إنه لم ير أحدا من أهل العلم والفقه يصومها ولم يبلغني ذلك عن أحد من السلف وإن أهل العلم يكرهون ذلك ويخافون بدعته وأن يلحق برمضان ما ليس منه أهل الجهالة والجفاء لو رأوا في ذلك رخصة عند أهل العلم ورأوهم يعملون ذلك وقال يحيى سمعت مالكا يقول لم أسمع أحدا من أهل العلم والفقه ومن يقتدى به ينهى عن صيام يوم الجمعة وصيامه حسن وقد رأيت بعض أهل العلم يصومه وأراه كان يتحراه
ดังนั้น มุสลิมไม่ควรเถียงไปมาในเรื่องที่เปิดกว้าง อย่าทำให้โลกเเคบ คนอื่นอยากจะทำ ก็ให้เขาทำ เป็นอีบาดัตของเขา เพราะในวันอื่นเขาอาจจะไม่มีเเรงจูงใจในการทำ ต้องดะวะห์คนด้วยฮิกมัต อย่าชอบโจมตี ฮุกุ่มคนนั้น คนนี้บิดอะห์ไปหมด ว่างมาก มีสิ่งที่ฮารอมมากมายในสังคมที่ควรไปโจมตี หรือห้าม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









