back
สันติภาพชายแดนใต้:"Political Will จะเกิดจากผู้มีอำนาจ (รัฐบาลอนุทินฯ)ก็ต่อเมื่อพลังขับเคลื่อนมาจากภาคประชาชนในพื้นที่"
23 ก.ย. 2569 06:36
View: 105

Shukur Dina
สันติภาพชายแดนใต้:"Political Will จะเกิดจากผู้มีอำนาจ (รัฐบาลอนุทินฯ)ก็ต่อเมื่อพลังขับเคลื่อนมาจากภาคประชาชนในพื้นที่"
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้/รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้
:เรียบเรียง
ถ้อยแถลงอันทรงพลังจากปาฐกถาพิเศษของ รศ.ดร.มารค ตามไท ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา ประจำปี 2569 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ในงานเสวนา “สันติศึกษาในโลกอนาคต จะยังมีที่ทางหรือไม่?” เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ สถาบันสันติศึกษา ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งตอกย้ำสัจธรรมที่ว่า “สันติภาพที่ปาตานีหรือชายแดนใต้จะมาถึง เมื่อประชาชนเลิกกลัว และกล้าลุกขึ้นมาเรียกร้อง”
ในมุมมองของการพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองภาคประชาชน เจตจำนงทางการเมือง (Political Will) แทบไม่เคยเกิดขึ้นจากความสมัครใจของผู้มีอำนาจ หากแต่ขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติสำคัญ:
1. อำนาจนำไม่เคยเปลี่ยนมือด้วยความเมตตา: การผลักดันนโยบายสาธารณะที่ท้าทายต้องอาศัยเสียงสะท้อนอันทรงพลังจากฐานราก
2. ต้นทุนทางการเมืองบังคับให้ต้องขยับ: เมื่อภาคประชาชนรวมตัวอย่างเป็นระบบและมีข้อมูลหนุนเสริม ผู้มีอำนาจจำต้องคำนวณต้นทุนทางการเมือง (Political Cost)
3. ความยั่งยืนอยู่ที่การมีส่วนร่วม: การมีกลไกตรวจสอบและโอบอุ้มจากภาคประชาสังคมค้ำจุนความยั่งยืนของนโยบาย
4. ความเข้าใจเชิงพื้นที่ (Contextualized Political Will): การก้าวข้ามกรอบความมั่นคงแบบรวมศูนย์ (Security-first approach) สู่การนิยามปัญหาบนฐานพหุวัฒนธรรมและสิทธิมนุษยชน
การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเรียกร้องให้ภาคประชาชนเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้รอรับการเยียวยา" สู่การเป็น "ผู้กำหนดวาระ (Agenda Setter)" ผ่านการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย (Safe Public Space) ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลวิชาการ (Evidence-Based Advocacy) การมุ่งเน้นสิทธิในการจัดการตนเอง และการขยายสาระสู่พื้นที่สาธารณะในระดับชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










