back

คณะนักวิจัย มนร. ค้นพบนวัตกรรมผึ้งชันโรงเสม็ดขาว และ “น้ำผึ้งมรกต” แห่งแรกของโลก

24 ต.ค. 2569 19:08 View: 41
author profile image
Sea Slow
คณะนักวิจัย มนร. ค้นพบนวัตกรรมผึ้งชันโรงเสม็ดขาว และ “น้ำผึ้งมรกต” แห่งแรกของโลก นวัตกรรมซูเปอร์ฟู้ดจาก “น้ำผึ้งชันโรงเสม็ดขาว” สายพันธุ์อิตามา ในพื้นที่ อ.บาเจาะ อ.สุไหงโก-ลก และอ.ตากใบ จ.นราธิวาส และอัตลักษณ์ “น้ำผึ้งมรกต” (Emerald Honey) แห่งแรกของโลก ถูกค้นพบโดย ผศ.ดร.ธนเสฏฐ์ ทองใสเกลี้ยง ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ แพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มนร. ซึ่งมีหลากเฉดสีเขียวและเก็บเกี่ยวได้เพียง 4 เดือนต่อปี ผลงานวิจัยพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพกว่า 200 ชนิด อาทิ เอมบิลิน (Embelin) ช่วยฟื้นฟูระบบประสาท ต้านอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน ลูมิโครม (Lumichrome) และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการอักเสบและต้านเซลล์มะเร็งหลายชนิด ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรและตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติแล้ว ปัจจุบันได้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์ ทองใสเกลี้ยง อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มนร. เปิดเผยความคืบหน้า โครงการต่อยอดและขยายผลผลิตน้ำผึ้งมรกตจากผึ้งชันโรง ภายใต้ทุนวิจัยของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่(บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รพว. จากการคัดกรองครัวเรือนยากจน โดยใช้ระบบฐานข้อมูล PPAOS ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและผู้นำศาสนาด้วยการยืนยันว่าครอบครัวนั้นยากจนจริง ประชุมชาวบ้านชี้แจงโครงการต้นแบบสร้างรายได้ ให้ผู้ที่ไม่มีงานทำหรือมีเวลาว่างเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ ผู้เข้าร่วมได้รับการอบรมการเลี้ยงผึ้งชันโรง การเก็บน้ำผึ้ง การดูแลรัง และการบรรจุขวดแปรรูปขั้นพื้นฐาน เพื่อให้มีรายได้เป็นตัวเงินเร็วที่สุด ซึ่งมีครัวเรือนยากจน 175 ครัวเรือน 795 คน ได้รับการส่งต่อกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หลังเข้าร่วมโครงการโมเดลแก้จน มีรายได้เพิ่มจาก 30,000 บาทต่อปี เป็น 54,000 บาทต่อปี "พื้นที่โครงการเป็นป่าพรุที่มีต้นเสม็ดขาวขึ้นหนาแน่น น้ำผึ้งที่เก็บได้เป็นสีเหลืองปกติมาตั้งแต่ต้นปี แต่ช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. กลับพบน้ำผึ้งสีเขียวหลายเฉด ทั้งเขียวมรกต เขียวหยก และเขียวอมเหลือง กลิ่นคล้ายต้นเสม็ด ขณะที่พืชที่ออกดอกในช่วงนั้นส่วนใหญ่คือเสม็ดขาว จึงตั้งสมมติฐานว่าผึ้งเก็บน้ำหวานจากดอกเสม็ดขาวมาผลิตน้ำผึ้งสีเขียว ทีมวิจัยสกัดน้ำหวานจากดอกเสม็ดขาวและน้ำผึ้งมรกตด้วยวิธีเดียวกัน แล้ววิเคราะห์ด้วยเครื่องแมสสเปกโทรมิเตอร์ พบว่าน้ำผึ้งมรกตมีสารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด ขณะที่น้ำหวานดอกเสม็ดขาวมีราว 30 ชนิด และมีสารตรงกันประมาณ 4-5 ชนิด น้ำผึ้งชนิดนี้เมื่ออยู่ในถ้วยรังเป็นสีเขียว แต่เมื่อนำออกมาจะเป็นสีเหลืองอมเขียว สารที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับสีคือรูมิโครมในกลุ่มแซนโทน ทีมวิจัยกำลังศึกษาต่อว่าสารนี้มาจากพืชหรือเกิดจากกระบวนการของผึ้ง และทดลองปลูกเสม็ดขาวตั้งแต่ปี 2567 พร้อมอบรมชาวบ้านบริหารจัดการแปลงแหล่งอาหารของผึ้ง เพื่ออนุรักษ์ป่าเสม็ดและขยายผลอย่างยั่งยืน" น้ำผึ้งสีเขียวพบเฉพาะป่าเสม็ดที่มีชุดดินเดียวกัน เช่น ป่าพรุบาเจาะ โต๊ะแดง และพรุที่สุไหงปาดี และบางพื้นที่ในปัตตานีและยะลา รวมทั้งได้รับการระบุเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จุดเด่นสำคัญของน้ำผึ้งคือฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักในการจัดเกรดตามดัชนีน้ำผึ้งไทย (Thai Honey Index) ที่พัฒนาโดย รศ.ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ผู้ช่วยอธิการบดี มจธ.ราชบุรี ฝ่ายวิจัยและอุตสาหกรรม โดยน้ำผึ้งที่ต้านอนุมูลอิสระ 60 เปอร์เซ็นต์ราคาราวก.ก.ละ 5,000 บาท ระดับ 70-75 เปอร์เซ็นส์ อาจสูงถึง 10,000 บาท ส่วนน้ำผึ้งมรกตอยู่ที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ซึ่งสูงกว่าน้ำผึ้งมานูก้าของนิวซีแลนด์ที่ราคาสูงสุดราว 3,000-4,000 บาทต่อ ก.ก. ดร.วนิตา ปานทอง อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มนร. ผู้ร่วมวิจัยผึ้งชันโรงมรกตระบุถึงจุดเด่นสำคัญของผึ้งชันโรงคือฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หากมีมากจะช่วยในการป้องกันและซ่อมแซมเซลล์ นำไปสู่การซ่อมแซมเซลล์อักเสบ ดูฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ค้นพบว่าโรคที่ไม่ติดต่อและโรคมะเร็งมาจากการที่ร่างกายมีการอักเสบขึ้นอย่างเรื้อรังก่อนนำไปสู่การต้านการอักเสบในระดับยีนส์ โดยดูจากสารสืบกลางที่ตอบสนองต่อการอักเสบซึ่งมีทั้งหมด 3 ชนิดที่ศึกษา ดูจากโปรตีนที่ลดลง และนำไปสู่โรคมะเร็ง 5 ชนิดที่มีคนตายมากที่สุดของไทยคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบว่า น้ำผึ้งชันโรงบริสุทธิ์และในแบบผลิตภัณฑ์ มีการยับยั้งเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ผลที่ได้กำลังจะตีพิมพ์ภายในปีนี้ งานวิจัยพบว่าน้ำผึ้งชันโรงจากดอกเสม็ดขาวกระตุ้นการตายและยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง โดยทดสอบกับเซลล์มะเร็งปอด ลำไส้ ปากมดลูก เต้านม และตับ ภาพเปรียบเทียบแสดงว่าเซลล์มะเร็งลดลง สารสำคัญได้แก่ ลูมิโครม ไตรเซติน เคร็นอล เอมเบลิน และสเปอร์มิดีน โดยสองชนิดหลังเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์และโรคหัวใจ ผลดังกล่าวเป็นการทดสอบระดับห้องปฏิบัติการ ยังไม่ใช่การรักษามะเร็งในคน ต้องทดลองในสัตว์ก่อน โดยคาดว่าจะใช้เวลาวิจัยราว 2-3 ปี ดร.วนิตา ระบุว่ากำลังศึกษาในเซลล์อัลไซเมอร์ ที่อ.ธนเสฏฐ์ได้วิเคราะห์สารและดูโครงสร้างพบว่าโครงสร้างของสารกลุ่มนี้จะมีผลต่อการป้องกันการเกิดอัลไซเมอร์ "ปกติจะพบในแบคทีเรีย แต่มาพบในน้ำผึ้ง จะดูว่าชันโรงหรือแบคทีเรียในตัวชันโรงเป็นผู้ผลิต เมื่อผลการศึกษานิ่ง จะตีพิมพ์และเผยแพร่ภายในปีนี้ รวมทั้งทดลองในหลอดเลือดของสัตว์โดยใช้ศูนย์ทดลองมาตรฐานของ ม.วลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช โดยใช้ระยะเวลาในการทดสองประมาณ 1-2 ปี ใน 5 ประเภทเซลล์มะเร็ง เมื่อได้ในระดับสัตว์ทดสองกับโรคหลอดเลือดและเบาหวาน และหาความร่วมมือจากแพทย์ที่มีผู้ป่วยแบบนั้น" ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์ ระบุอีกว่า มนร.ทำหน้าที่รับรองคุณสมบัติน้ำผึ้งแต่ละลอตและมีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยเกษตรกรส่งน้ำผึ้งให้มหาวิทยาลัยสุ่มตรวจก่อนเอกชนรับซื้อ ทั้งนี้ มนร.เป็นทีมวิจัยร่วมกับ มจธ. ราชบุรี ม.ศิลปากร และม.หาดใหญ่ เพื่อช่วยยกระดับงานได้มากขึ้น ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีโอกาสพัฒนาเป็นยา แต่ต้องสกัดสารสำคัญให้บริสุทธิ์ และทดสอบตั้งแต่ระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง ไปจนถึงขั้นสูงกว่านั้น ปัจจุบันได้ต่อยอดน้ำผึ้งชันโรงเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ผงชงดื่มผสมคอลลาเจน ผงบรรจุแคปซูล สเปรย์พ่นคอ และเซรั่มยับยั้งสิว พร้อมเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า ทำเกษตรพันธสัญญาร่วมกับเอกชน ช่วยสร้างรายได้สุทธิส่วนเพิ่มให้ครัวเรือนเกษตรกรเป้าหมายเฉลี่ยถึง 11,583 บาท/เดือน #น้ำผึ้งมรกต #บพท #มนร #วิจัยแก้จน #ผึ้งชันโรงเสม็ดขาว #ศสว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง