back

ชาวสวนยางตรังยิ้มร่า ราคายางพุ่ง  86บาท/กก.แล้ว เผยสาเหตุ พื้นที่ปลูกน้อยลง ล้มยางปลูกปาล์มกันมากขึ้น เชื่อ แตะโลร้อยแน่นอน

23 ต.ค. 2569 14:28 View: 43
author profile image
จำนง ศรีนคร
ชาวสวนยางตรังยิ้มร่า ราคายางพุ่ง  86บาท/กก.แล้ว เผยสาเหตุ พื้นที่ปลูกน้อยลง ล้มยางปลูกปาล์มกันมากขึ้น เชื่อ แตะโลร้อยแน่นอน ชี้อนาคตสดใสแน่ หลังยางในตลาดโลกลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ . เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังลงพื้นที่สำรวจราคารับซื้อน้ำยางสดตามจุดรับซื้อน้ำยางสด ในพื้นที่ ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง พบว่า ขณะนี้ราคาน้ำยางสดทะลุ กก.ละ 80 บาทแล้วโดยราคาที่เกษตรกรขายได้ในวันนี้ราคากก.ละ 86บาท/กก. ทำให้ชาวสวนยางยิ้มออก ค่าเหนื่อยที่ได้แตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ราคากก.ละ 40 -50 บาทมาก ดีใจได้มีเงินซื้อกับข้าว หรือเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ส่งลูกหลานเรียนหนังสือ และสู้ค่าครองชีพที่ยังคงสูงขึ้นรายวัน อันเนื่องมาจากค่าพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำประชาชนทุกสาขาอาชีพได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า  ภาพรวมชาวสวนเชื่อว่าราคาน่าจะไต่ขึ้นไปอีก หวังลึกๆขอให้ถึง กก.ละ 100 บาท . นายประทีป  คงอินทร์ ( นั่งโพกหัวผ้าขาว )   เกษตรกรชาวสวนยาง กล่าวว่า น้ำยางสดวันนี้ กก.ละ 86 บาท ถือเป็นราคาที่ดี ขออย่าให้ต่ำกว่ากก.ละ80 บาทก็พอ   ทั้งนี้ แนวโน้มเท่าที่ติดตามข่าวสารการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ส่งออกยางพาราแห่งหนึ่ง ทราบว่าราคายางอาจจะขึ้นไปอีก สาเหตุน่าจะเกิดจากภาวะ สงครามที่ตลาดโลกต้องการยางมาก ประเทศอินโดนีเซียยางเหลือน้อยเพราะคนล้มยางพาราปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้น  เช่นเดียวกับประเทศไทยชาวสวนโค่นยางปลูกปาล์มกันจำนวนมาก ส่วนตัวทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่มีคนมาชวนให้ไปกรีดยาง เพราะสวนอยู่ใกล้บ้าน จึงกรีดมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว แบ่งกับข้าวของสวน 50:50  เพื่อเป็นรายได้เสริม และเพิ่งเห็นราคา 80 บาทครั้งแรก  . ด้านนายสุชาติ หุ้นย่อง พ่อค้ารับซื้อน้ำยางสด พื้นที่ ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า ราคายางพาราเริ่มดีขึ้น ขึ้นไปถึง 86 บาทแล้ว อย่างไรก็ตามภาคใต้ฝนก็ตกบ่อยทำกรีดได้ไม่เต็มที่ ส่วนตัวมองว่าหากบริษัทปล่อยไปตามกลไกจริงของตลาด ราคายางควรปรับขึ้นไปมากกว่านี้ หรือควรจะอยู่ที่กก.ละ 100 บาทแล้ว  เพราะพื้นที่ปลูกยางลดลงอย่างมาก  อีกทั้งพอยางอายุมากชาวสวนโค่นยางไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน ส่วนตัวตอนนี้รับซื้อน้ำยางเหลือประมาณวันละ 2,200กก. จากเดิมประมาณวันละ  6,000กก.  เพราะพื้นที่ลดลง ส่วนหนึ่งถูกเวนคืนที่ดินเพราะติดสนามบิน อีกส่วนโค่นแล้วปลูกปาล์ม โดยปาล์มปลูกประมาณ 2 -3 ปี ก็ได้ตัดขายได้ แต่ยางพาราต้อง 7-8  ปี จึงจะได้กรีด ต่างกันมาก ปัญหาอีกอย่าง ยางพาราโรคมาก การดูแลลำบาก    . นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวมองว่าเกษตรกรควรจะรักษาและเพิ่มพื้นที่ปลูกยางให้มากขึ้น เพราะตอนนี้ยางเหลือน้อยมาก ทั้งนี้เชื่อว่ายางพารายังมีอนาคตที่ดีตลาดโลกยังต้องการมากเหมือนเดิม นอกจากนี้ตอนนี้ปัญหาคนกรีดก็หายาก เพราะคนรุ่นใหม่กรีดยางไม่เป็น ไปทำงานอย่างอื่น ที่เห็นตอนนี้คนมีอายุทั้งนั้นที่ยังกรีดมาก ตนจึงมองว่าอนาคตยางพาราดีขึ้นแน่นอน ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง