back

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ! อะโวคาโดขาดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

23 ต.ค. 2569 04:55 View: 87
author profile image
ชวลิต สจ.มอไซต์
พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ! อะโวคาโดขาดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว ตาก – พายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรบ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ ก่อนพัดผ่านพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ต้นพริกและต้นอะโวคาโดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะต้นอะโวคาโดที่ถูกแรงลมพัดจนขาดหัก และบางส่วนถูกพัดกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร มีต้นอะโวคาโดเสียหายหลายสิบต้น สร้างความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดูแลสวนมาอย่างดี และต้นอะโวคาโดหลายต้นกำลังให้ผลผลิต ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ต้นหนึ่งสามารถสร้างรายได้มากกว่า 10,000 บาท นายบุญเลิศกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึกมานานกว่า 38 ปี ไม่เคยพบเห็นพายุลมหมุนที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวและอันตรายอย่างยิ่ง หลังเกิดเหตุ ผู้นำหมู่บ้าน นำโดย. นายทองแดง จันทะเสน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึกพร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมาชิกอบต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจความเสียหาย พร้อมรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ โดยมีการประสานเจ้าหน้าที่เกษตรเข้าตรวจสอบความเสียหายร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา เพื่อประเมินผลกระทบและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป ขณะเดียวกัน นางบังอร แซ่ยั้ง เกษตรกรผู้ปลูกพริก ซึ่งมีพื้นที่พักอาศัยอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 44 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ เปิดเผยว่า ตนลงทุนปลูกพริกบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 200,000 บาท ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ และค่าแรงงาน โดยเงินลงทุนส่วนหนึ่งมาจากการกู้ยืม เพื่อนำมาใช้ในการเพาะปลูกและดูแลผลผลิต แต่เมื่อเกิดพายุลมหมุนรุนแรง กลับทำให้ต้นพริกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เพิ่งพักร้อน พังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น ขณะที่ต้นพริกซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก สร้างความกังวลใจให้กับตนเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่ทันได้เก็บผลผลิตเพื่อสร้างรายได้ กลับต้องเผชิญกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด นางบังอรกล่าวว่า ตนปลูกพริกมาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยพบเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน โดยปีนี้พายุสร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ต้องกังวลทั้งเรื่องต้นทุนที่ลงทุนไปแล้วและภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ ภายหลังได้รับรายงานจากผู้นำหมู่บ้านทหารผ่านศึก นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของสวนเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้อมูลและรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ต่อไป เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งต้องลงทุนทั้งเงินทุน แรงงาน และเวลาในการดูแลผลผลิต โดยเฉพาะสวนอะโวคาโดที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเติบโตและให้ผลผลิต ขณะที่สวนพริกกำลังใกล้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงส่งผลกระทบต่อรายได้และภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรโดยตรง ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง