back
“รองอาทร” ร่วมชมการแสดงตีกลองศึก “ทหารเสือพระเจ้าตาก” ถ่ายทอดวีรกรรมบรรพชน สะท้อนวิถีเมืองตากริมน้ำปิง ในงานสมโภชเมืองตาก 734 ปี
31 ส.ค. 2569 04:44
View: 35

ชวลิต สจ.มอไซต์
“รองอาทร” ร่วมชมการแสดงตีกลองศึก “ทหารเสือพระเจ้าตาก” ถ่ายทอดวีรกรรมบรรพชน สะท้อนวิถีเมืองตากริมน้ำปิง ในงานสมโภชเมืองตาก 734 ปี
ตาก – นายอาทร พิมชะนก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
นางสาวศุภธิดา อินทรศุภมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดตาก
นายสยัมภู แพงจันทร์ พัฒนาการจังหวัดตาก
นายมาโนช โพธิ์เนียม
นายอำเภออุ้มผาง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรับชมการแสดงตีกลองศึก “ทหารเสือพระเจ้าตาก” ภายในงาน สมโภชเมืองตาก 734 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคล ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นบริเวณศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคักและความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของเมืองตาก
การแสดงครั้งนี้จัดโดยนักแสดงจาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ซึ่งได้นำศิลปะการแสดงและจังหวะกลองศึกมาถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ผ่านการแสดงที่สื่อถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคีของเหล่าบรรพชนที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องบ้านเมืองจากอริราชศัตรู
เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องบริเวณศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไม่เพียงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชม แต่ยังเปรียบเสมือนการย้อนพาผู้คนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของเมืองตากในอดีต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
การแสดงได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าทหารและวีรชนในอดีตที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงเวลาที่มีศึกสงคราม โดยนำเสนอผ่านจังหวะกลอง การเคลื่อนไหวของนักแสดง และองค์ประกอบของการแสดงที่สื่อถึงพลัง ความพร้อมเพรียง และความมุ่งมั่นในการปกป้องผืนแผ่นดิน
นอกจากเรื่องราวของการศึกสงครามแล้ว การแสดงยังได้ผสมผสาน วิถีชีวิตของชาวเมืองตากที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปิง ซึ่งถือเป็นสายน้ำสำคัญที่มีความผูกพันกับผู้คนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการดำรงชีวิต การเดินทาง การค้าขาย และการตั้งถิ่นฐานของชุมชน
แม่น้ำปิงจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำธรรมชาติ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนเมืองตาก การนำเรื่องราวดังกล่าวมาผสมผสานกับการแสดงเชิงประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพอีกมิติหนึ่งของเมืองตาก ทั้งในมุมของเมืองแห่งประวัติศาสตร์ เมืองแห่งวีรกรรม และเมืองที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ
บรรยากาศตลอดการแสดงได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก หลายคนต่างหยุดชมและร่วมสัมผัสกับเสียงกลองศึกที่ดังก้องกังวาน สร้างบรรยากาศให้บริเวณจัดงานมีความยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยพลังแห่งความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
โดยเฉพาะสถานที่จัดการแสดงบริเวณ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประชาชนชาวจังหวัดตากให้ความเคารพและศรัทธา การนำการแสดงเกี่ยวกับวีรกรรมของบรรพชนมาจัดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว จึงช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์กับคนรุ่นปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
สำหรับงาน สมโภชเมืองตาก 734 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคล ประจำปี พ.ศ. 2569 นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และร่วมกิจกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของจังหวัดตากให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับรู้
การจัดกิจกรรมที่นำประวัติศาสตร์มาผสมผสานกับการแสดงร่วมสมัย ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้เรื่องราวในอดีตเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น จากเรื่องราวที่เคยอยู่ในตำรา กลายมาเป็นภาพ เสียง และการแสดงที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้จริง
“ตีกลองศึกทหารเสือพระเจ้าตาก” จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นการสื่อสารเรื่องราวของบรรพชนผ่านศิลปะการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงคุณค่าของความเสียสละ ความกล้าหาญ และความสามัคคีของคนในอดีต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของบ้านเมืองในวันนี้
ขณะเดียวกัน การนำเสนอวิถีชีวิตของชาวเมืองตากริมแม่น้ำปิง ยังช่วยสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดตากในอีกมิติหนึ่ง เพราะเมืองตากมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสัมพันธ์กับแม่น้ำปิงมาอย่างต่อเนื่อง การดำรงชีวิตของผู้คนจึงมีสายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและวัฒนธรรม
การแสดงในค่ำคืนนี้จึงเปรียบเสมือนการนำ “ประวัติศาสตร์–วีรกรรม–ศรัทธา–วิถีชีวิต” มาร้อยเรียงไว้ในเวทีเดียวกัน ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบัน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวจังหวัดตากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้
ทั้งนี้ งานสมโภชเมืองตาก 734 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดตาก เปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสัมผัสเรื่องราวของเมืองตากผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ พร้อมร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป
เสียงกลองศึกที่ดังก้องในค่ำคืนแห่งการสมโภช จึงไม่ได้สะท้อนเพียงเรื่องราวของสงครามในอดีต หากยังเป็นเสียงเตือนใจให้คนรุ่นปัจจุบันได้ย้อนมองถึงคุณค่าของแผ่นดินที่บรรพชนร่วมกันปกป้อง และร่วมกันรักษาประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจของ “เมืองตาก” ให้ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป
ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













