back
“สื่อสันติภาพ...วาระที่หายไป?” ปัญหาและทางออก ทั้งกัมพูชาและชายแดนใต้ อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน ?️ บทนำ: เมื่อการสื่อสารถือกำหนด "
25 ส.ค. 2569 06:20
View: 2

Shukur Dina
“สื่อสันติภาพ...วาระที่หายไป?” ปัญหาและทางออก ทั้งกัมพูชาและชายแดนใต้
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
🕊️ บทนำ: เมื่อการสื่อสารถือกำหนด "เรื่องเล่า" ของสังคม
> "ผู้นำกำหนดเรื่องเล่า ผู้นำย่อมมีส่วนกำหนดทิศทางของสังคม"
>
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างไร้พรมแดน คำถามสำคัญที่สังคมกำลังเผชิญคือ เราจะสื่อสารความจริงอย่างไรโดยไม่ทำให้ความเห็นต่างกลายเป็นความเป็นศัตรู? และ เราจะรายงานความขัดแย้งอย่างไรโดยไม่ขยายความกลัวและความเกลียดชัง?
ประเด็นเหล่านี้ได้รับการเน้นย้ำอย่างเข้มข้นในเวทีเสวนา “สื่อสันติภาพ...วาระที่หายไป?” ภายใต้งาน Peace Festival Week 2026 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยเฉพาะการปาฐกถาพิเศษจาก ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นว่า พลังของสื่อและการสื่อสารในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงกระจกสะท้อนความจริง แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง "กำแพงระหว่างเขาและเรา" หรือในทางกลับกัน คือการ "สร้างพื้นที่ให้ความแตกต่างอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ"
🔍 บทเรียนจากพื้นที่: ความเปราะบางของไทย–กัมพูชา และความจริงซับซ้อนในชายแดนใต้
บทบาทของสื่อในการสร้างสันติภาพทั้งในกรณีความขัดแย้งไทย–กัมพูชาและชายแดนใต้ มีเป้าหมายร่วมกันคือการลดอคติและเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง แต่ในความเป็นจริง กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากสภาพแวดล้อมทางข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน
* กรณีชายแดนไทย–กัมพูชา: ท่ามกลางความเปราะบางและข้อพิพาทด้านดินแดน สื่อกระแสหลักและอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียบางส่วนมักตกหลุมพรางของการนำเสนอข่าวในมุมชาตินิยมสุดโต่ง เพื่อแลกกับยอดวิวและการปั่นกระแสอารมณ์ ซึ่งสร้างบาดแผลและความเกลียดชังลึกลงไประหว่างประชาชนตามแนวชายแดน
* กรณีชายแดนใต้ (ปาตานี): ความรุนแรงมิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ปฏิบัติการทางกายภาพ แต่ถูกขับเคลื่อนผ่าน "สงครามข้อมูลข่าวสาร" (Information Warfare) ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาวะระบบนิเวศสื่อที่ผิดปกติ (Information Disorder) มีการนำภาพหรือคลิปเก่ามาบิดเบือนเพื่อสร้างความหวาดกลัวและตอกย้ำอคติต่อคนในพื้นที่ จนเกิดภาวะ "ความจริงสองชุด" ระหว่างคำกล่าวอ้างของชาวบ้านกับท่าทีปฏิเสธจากฝั่งรัฐ
⚠️ ความท้าทาย: เมื่อ "ความไว้วางใจ" และ "ความชอบธรรมของรัฐ" ถูกสั่นคลอน
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในกระบวนการสันติภาพปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการรับมือกับผู้ก่อเหตุรุนแรง แต่เป็นการรักษา ความชอบธรรมของรัฐ (State Legitimacy) และ ความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ โดยมีประเด็นปัญหาที่สำคัญ ได้แก่:
* การรีบปฏิเสธโดยขาดการตรวจสอบรอบด้าน: การที่หน่วยงานความมั่นคงรีบปฏิเสธข้อกล่าวหาในทันที โดยยังไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่โปร่งใส (เช่น กรณีข้อกล่าวหาการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน) ยิ่งสร้างความรู้สึกไม่ไว้วางใจและซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจให้แก่ประชาชน
* บรรยากาศความหวาดกลัวและการเซ็นเซอร์ตัวเอง: นักวิชาการ ภาคประชาชาคม และสื่อท้องถิ่นที่พยายามนำเสนอข้อเท็จจริงอีกด้าน มักต้องเผชิญกับการถูกป้ายสีหรือคุกคาม ส่งผลให้พื้นที่สาธารณะสำหรับการพูดคุยอย่างสันติถูกลดทอนลงอย่างน่าใจหาย
#
แนวทางการปฏิบัติสำหรับ "Peace Journalism" (วารสารศาสตร์เพื่อสันติภาพ): เปลี่ยนสื่อจากการขัดแย้งสู่การสร้างความเข้าใจ
การทำ Peace Journalism (สื่อสารสันติภาพ) ไม่ได้หมายถึงการรายงานข่าวแบบโลกสวยหรือการปกปิดความจริงอันเจ็บปวด แต่เป็นการปรับมุมมอง (Lens) ในการทำข่าว เพื่อให้สังคมมองเห็น "ทางออก" และ "ความซับซ้อนของปัญหา" มากกว่าการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เกลียดชังหรือการล้างแค้น
แนวทางการปฏิบัติที่สื่อมวลชน นักสื่อสาร หรือผู้ผลิตเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง มีดังนี้
1. เปลี่ยนจาก "ผู้แพ้-ผู้ชนะ" (Zero-Sum) สู่ "การมองหาทางออก" (Solution-Oriented)
* แบบเดิม (War Journalism): มักรายงานโดยเน้นการเอาชนะคะคาน ใครผิดใครถูก ใครโจมตีใครก่อน ใครเสียหายเท่าไหร่ ซึ่งทำให้ความขัดแย้งติดหล่ม
* แนวทาง Peace Journalism: เปลี่ยนมาตั้งคำถามว่า “ทุกฝ่ายจะออกจากวังวนนี้ได้อย่างไร?” และนำเสนอทางเลือก ข้อเสนอแนะ หรือความพยายามสันติวิธีจากภาคส่วนต่างๆ ที่พยายามแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
2. ขยายกรอบความสนใจจาก "ผู้นำระดับสูง" สู่ "เสียงของคนชายขอบและภาคประชาชาติ"
* แบบเดิม: ให้พื้นที่ข่าวเฉพาะกับคู่ขัดแย้งระดับบนสุด หรือโฆษกหน่วยงานความมั่นคง/กลุ่มติดอาวุธ ซึ่งมักใช้วาทกรรมแข็งกร้าว
* แนวทาง Peace Journalism: ให้พื้นที่กับเสียงของประชาชน เยาวชน ผู้หญิง ผู้นำชุมชน และภาคประชาสังคมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริง (Humanize the Victim) ทำให้เห็นว่าพวกเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลขหรือ "ฝ่ายตรงข้าม"
3. ระมัดระวังการใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ (De-escalating Language)
* แบบเดิม: ใช้คำเร้าอารมณ์ ชาตินิยมสุดโต่ง เช่น กวาดล้าง, เด็ดขาด, ศัตรูตัวฉกาจ, ถอนรากถอนโคน ซึ่งเป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) ของฝ่ายตรงข้าม
* แนวทาง Peace Journalism: เลือกใช้คำที่เป็นกลาง หลีกเลี่ยงการผลิตซ้ำวาทกรรมเกลียดชัง (Hate Speech) และระมัดระวังการรายงานข่าวที่จะนำไปสู่การตอบโต้ล้างแค้นระลอกใหม่
4. เจาะลึก "บริบทและรากเหง้าของปัญหา" มากกว่ารายงานแค่ "เหตุการณ์เฉพาะหน้า"
* แบบเดิม: รายงานเฉพาะตูมตาม! ระเบิด! ปะทะ! สูญเสีย! จบ แล้วก็นิ่งหายไปเมื่อหมดกระแส
* แนวทาง Peace Journalism: อธิบายเบื้องหลังเชิงโครงสร้างประวัติศาสตร์ ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเชิงระบบ หรือความเปราะบางทางสังคม เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจว่าเหตุใดความขัดแย้งจึงดำรงอยู่ และช่วยกันคิดแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ
5. ตรวจสอบความจริงอย่างเข้มข้น ท่ามกลางภาวะ "ข่าวลือและข้อมูลลวง" (Fact-Checking First)
* ในยุคที่ AI และ สงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) เฟื่องฟู สื่อต้องไม่รีบแชร์ภาพ คลิป หรือข้อมูลที่เร้าความโกรธทันที แต่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check) จากหลายฝ่ายอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองกลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อที่สร้างความเกลียดชังเพิ่มขึ้น
> 💡 หัวใจสำคัญ: สื่อสันติภาพเชื่อว่า "ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่ความรุนแรงไม่ใช่ทางเลือกเดียว" หน้าที่ของสื่อจึงไม่ใช่การเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน แต่คือการเปิดพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ให้ผู้คนในสังคมได้หันหน้ามาฟังกันอีกครั้ง
>
หมายเหตุ
PEACE FESTIVAL WEEK 2026
...
วันที่ 18 สิงหาคม 2569
สื่อสันติภาพ...วาระที่หายไป?
● หลักการและแนวคิดของสื่อสันติภาพ
โดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
(ช่วงที่ 2 เวลา 14.00 -16.00 น.) เสวนาวิชาการ สื่อสันติภาพ...วาระที่หายไป
● คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักวิชาการอิสระ
● คุณพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ บรรณาธิการบริหารเนชั่นออนไลน์
● ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
● ผศ.ดร.พรรษาสิริ กุหลาบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
● คุณสุเมธ สมคะเน อนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
● คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย The Reporters (ดำเนินรายการ)
....
🌱ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาได้ที่
Website: https://ihrp.mahidol.ac.th/
IG: https://www.instagram.com/ihrpmu
#IHRP #Humanrights #Peace #HumanRightsEducation #AUN-HRE #SHAPE-SEA #GlobalCampus #GC-RLF #เมืองสิทธิมนุษยชน #HumanRightsCity #PEACEFestival2026 #50ปีควังจูสู่6ตุลา
#สิทธิมนุษยชน #สันติศึกษา #IHRP #realworldimpact #synergicstrategy
#IHRP #MahidolUniversity
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









