back
บันทึกความทรงจำ: คืนฝนโปรยนิดๆที่ราชมังคลาฯ — เมื่อตั๋วสู่นัดชิงไม่อาจลบความอึดอัดในสนาม
19 ส.ค. 2569 08:48
View: 96

Shukur Dina
บันทึกความทรงจำ: คืนฝนโปรยนิดๆที่ราชมังคลาฯ — เมื่อตั๋วสู่นัดชิงไม่อาจลบความอึดอัดในสนาม
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญในชีวิต การเดินทางจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ของผู้เขียนและเพื่อนผู้เขียนอาจารย์ฆอซาลี อาแว จากนราธิวาสขึ้นสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนาทางวิชาการ Peace Festival Week 2026: เทศกาลสันติภาพ ประจำปี 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้เปิดโอกาสให้ผมตัดสินใจสัมผัสประสบการณ์ชมฟุตบอลทีมชาติไทยติดขอบสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นครั้งแรกในชีวิต
แม้เป้าหมายหลักของการเดินทางครั้งนี้คือการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และการสร้างสันติภาพภายใต้แนวคิด “ถอดบทเรียนจากควังจู สู่การรำลึก 50 ปี 6 ตุลา” แต่ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองและสังคม ก็อดไม่ได้ที่จะใช้โอกาสนี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเสียงเชียร์ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติสิงคโปร์
บรรยากาศรอบสนามและการเข้าชม
ก่อนเกมเริ่ม บรรยากาศรอบสนามราชมังคลาฯ สะท้อนให้เห็นถึงความเงียบเหงาอย่างชัดเจน เมื่อตัวเลขแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมในบ้านตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ลดลงเรื่อยๆ จากหลักหมื่นต้นๆ จนเหลือเพียง 10,802 คน ในค่ำคืนนี้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นและปัญหาการไม่มีถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี
เมื่อเดินผ่านประตูเข้าสู่แสตนด์เชียร์ แม้ที่นั่งโซนต่างๆ จะมีมาตรการลดราคาบัตรเพื่อดึงดูดแฟนบอล แต่ความคึกคักและเสียงกลองที่เคยกระหึ่มกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบและสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของผู้คนรอบข้าง ทุกคนรู้ดีว่าเรากุมความได้เปรียบมาจากนัดแรกที่บุกไปชนะ 3-1 แต่ความคาดหวังในเรื่อง "รูปเกมที่ต้องเหนือกว่า" กลับเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกคนพกเข้ามาในใจด้วย
ครึ่งแรก: ความหวังที่วูบดับและความเงียบงัน
เสียงนกหวีดเริ่มต้นขึ้น ทัพ "ช้างศึก" พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ตามเสียงเร่งเร้าของแฟนบอล บรรยากาศบนอัฒจันทร์ลุ้นระทึกทุกครั้งที่บอลขึ้นไปถึงแดนหน้า นาทีที่ 33 หัวใจของคนทั้งสนามเกือบได้เฮลั่นเมื่อ เสกสรรค์ ราตรี หลุดเข้าไปส่งบอลตุงตาข่ายได้สำเร็จ เสียงเชียร์ดังสนั่นกระหึ่มชั่ววินาที แต่ความดีใจนั้นอยู่ได้ไม่นานเมื่อธงยกขึ้นเป็นจังหวะล้ำหน้า เสียงเฮแปรเปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกันทั้งสนาม
เกมยังคงอึดอัด กระทั่งช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 45 ความเงียบเข้าปกคลุมสนามอีกครั้งเมื่อสิงคโปร์แทงบอลยาวขึ้นมา กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ออกมาตัดบอลจังหวะแรกไม่ขาด บอลเข้าทาง แฮร์ริส สจ๊วร์ต ยิงไกลสวนเข้าประตูไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำและความไม่พอใจของแฟนบอลที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่กรรมการจะเป่าจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ไทยตามหลัง 0-1
ช่วงพักครึ่งและครึ่งหลัง: ฝนโปรยนิดๆ กับอารมณ์ที่คุกรุ่น
ช่วงพักครึ่ง ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มและมีละอองฝนโปรยนิดๆ ลงมาบางๆ ช่วง20 นาทีก่อนจบจนต้องหยิบเสื้อกันฝนออกมาคลุมกาย ความชื้นเย็นของสายฝนผสมผสานกับบรรยากาศความอึดอัดบนอัฒจันทร์ที่ร้อนระอุยิ่งขึ้น
* นาทีที่ 59: ความหวังกลับมาอีกครั้งเมื่อ วันชัย จารุนงคราญ ถูกทำล้มในเขตโทษ และเป็น คคนะ คำยก ยิงจุดโทษไม่พลาด พาไทยตีเสมอเป็น 1-1 เสียงเชียร์รอบสนามดังกระหึ่มขึ้นมาได้ชั่วครู่
* นาทีที่ 65: ความสุขอยู่ได้ไม่นาน สิงคโปร์ได้ลูกเตะมุมและเป็น ไรฮาน สจ๊วร์ต ตวัดยิงแฉลบ พรรษา เหมวิบูลย์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้ไทยตามหลังอีกครั้ง 1-2
ช่วงเวลาที่เหลือในสนามเต็มไปด้วยเสียงบ่น เสียงถอนหายใจ และเสียงวิจารณ์การเล่นที่ไร้ทิศทาง หลายคนเริ่มนั่งเงียบ กอดอก และมองเกมในสนามด้วยความหงุดหงิด
เสียงนกหวีดหมดเวลาและการเดินออกจากสนาม
เมื่อจบเกม 90 นาที แม้สกอร์รวมสองนัดไทยจะเป็นฝ่ายชนะ 4-3 และ "ได้ตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ" สำเร็จ แต่บรรยากาศการเดินออกจากสนามของแฟนบอลกลับไม่ได้เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขมากนัก
ผู้คนทยอยเดินออกจากราชมังคลากีฬาสถานด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ เสียงพูดคุยตามทางเดินเต็มไปด้วยการวิจารณ์ฟอร์มการเล่นที่แพ้คาบ้านต่อสิงคโปร์ในรอบเกือบ 17 ปี หลายคนตั้งคำถามถึงแท็กติกและความอึดอัดตลอดเกม สะท้อนความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ของแฟนบอลที่รักทีมชาติไทยด้วยใจ แต่ต้องแลกมากับการดูฟอร์มการเล่นที่ชวนอึดอัด
บทสะท้อนสุดท้าย
แม้ความรู้สึกหลังเกมจะเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและความไม่พอใจต่อฟอร์มการเล่น จนกระทั่งกุนซือใหญ่อย่าง แอนโธนี่ ฮัดสัน ต้องออกมาปะทะคารมเดือดในห้องแถลงข่าวเรื่องโปรแกรมเตะถี่และสภาพร่างกายนักเตะ แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว ในฐานะคนรักฟุตบอลไทย สุดท้ายไม่ว่าจะเจอปัญหาหรือความหงุดหงิดแค่ไหน เมื่อถึงวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ... อย่างไรเสีย หัวใจก็ยังคงต้องกลับมาเชียร์ทีมชาติไทยต่อไปอยู่ดี
หมายเหตุ ประมวลภาพและคลิปสั้นใน
https://www.facebook.com/share/r/1D9HQvwzGK/?mibextid=wwXIfr
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













