back

“สาทิตย์“ แฉ สตูล-พัทลุง รังใหญ่โกงสอบท้องถิ่น ฐานการเมืองมท.4 ซัด “อนุทิน“ คนไม่เชื่อถือแล้ว ชี้กก.สอบชุดปกรณ์ไม่ทีอำนาจชงรายชื่อถอดถอน ต้องศาลเท่านั้น ฮั๊วสว.ผุดระบอบปชต.ผีดิบ จัดทัพปชป.รุมถล่มศึกซักฟอก อย่าโยนเผือกร้อนให้อปท.เชือดแทน ฟ้องกลับระนาวแน่ แนะปรึกษากฤษฎีกาก่อน

19 ส.ค. 2569 15:43 View: 9
author profile image
The Journalist
ตรัง-”สาทิตย์“ แฉ สตูล-พัทลุง รังใหญ่เครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น ฐานการเมืองมท.4 ทำคนไม่เชื่อมั่นผลสอบโยงญาติรมช.มีเอี่ยว ซัด ”อนุทิน“-”สถ.“ คนไม่เชื่อถือแล้ว ชี้กก.สอบชุดปกรณ์ไม่มีอำนาจทางกม.ชงรายชื่อถอดถอน ต้องจบที่ศาลเท่านั้น พ่วงฮั๊วสว.ผุดระบอบปชต.ผีดิบ จัดทัพขุนพลปชป.-กมธ.โควต้าพรรคขุดข้อมูลเด็ดรุมถล่มศึกซักฟอก อย่าโยนเผือกร้อนให้นายกอปท.ลงนามเชือดแทน ถูกฟ้องกลับระนาวแน่ แนะปรึกษากฤษฎีกาก่อน . เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่บ้านวงศ์หนองเตย อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฝ่ายการเมือง กล่าว กรณีสังคมจับตาการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น ว่า การโกงสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นการทำลายระบบคุณธรรมและระบบราชการไทย และเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการได้เพียงกระทรวงเดียว และไม่ควรให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะไม่น่าเชื่อถือมาตั้งแต่ต้น เพราะว่าต้นเหตุของการโกงสอบในครั้งนี้ก็มาจากกรมสถ. แล้วจะให้กรมสถ.สอบกันเอง ตัดสินใจกันเอง หรือแก้ปัญหากันเองคงไม่ได้ ตนเคยติติงตั้งแต่ต้นแล้วว่าการตั้งกรรมการสอบที่ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งเป็นคนของนายกรัฐมนตรี แล้วในการสอบครั้งนี้ก็มีการพาดพิงคนเบื้องหลังในการหาผลประโยชน์จากการโกงสอบ ซึ่งเกี่ยวกับนักการเมืองในพรรคการเมืองเดียวกันกับท่านนายกฯ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่กรมสถ.จะเป็นผู้ทำฝ่ายเดียว . นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นทั้งหมดนี้ปัญหาจึงยังไม่จบ เช่น ความพยายามที่จะแก้คะแนนผลการสอบ ยกเลิกผลการสอบ และยกเลิกการสอบบรรจุ ซึ่งอาจจะยุ่งเหยิงมากขึ้นอีก เพราะว่าในข้อเท็จจริงกรรมการกลางไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยกเลิกการประกาศผล ขณะที่ผู้บริหารท้องถิ่น ก็เกรงว่าตัวเองจะถูกฟ้องกลับด้วย ฉะนั้น ทางออกเรื่องการยกเลิกการสอบ 1.ควรจะปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างไร จะทำให้ขั้นตอนในทางกฎหมายชัดเจนมากขึ้น 2.ผลการสอบของนายปกรณ์ ยังพูดชัดว่าโกงทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เรื่องของการกำหนดตำแหน่ง การจัดทำข้อสอบ ผลการสอบ ไปจนถึงการบรรจุก็เกินตำแหน่งที่ขอ . “เรื่องนี้จริงๆแล้วมันจะต้องมีกระบวนการและวิธีการนำไปสู่ศาล ทั้ง ศาลอาญาคดีทุจริต เพื่อที่จะสอบสาวทั้งขบวนการ เพราะพบคนโกง แก้คะแนนมากกว่า 5,000 ราย มูลค่าความเสียหาย 4,500 ล้านบาท แต่ได้ผู้ต้องหาแค่ระดับผู้จ่ายเงิน หรือมากสุดคือข้าราชการระดับ 10 เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ต้องหาแค่นั้น จึงชัดเจนว่าผลการสอบเป็นการตัดตอนกัน เพราะเป็นการสอบของคนในในรัฐบาลกันเอง ก็เลยปิดบังไม่ให้ไปถึงตัวการ ดังนั้นเรื่ีองนี้จึงต้องไปศาล แม้จะอ้างว่าอยู่ที่ปปช. แต่วันนี้ปปช.เองก็มีข้อกังขาจากสังคมว่าปปช.หน้าที่เป็นองค์กรอิสระอยู่หรือไม่“นายสาทิตย์กล่าว . นายสาทิตย์กล่าวว่า ต่อไปนี้ควรปรับระบบของการสอบท้องถิ่นทั้งหมด เช่น อาจจะต้องให้ก.พ เป็นคนดำเนินการ ไม่ใช่สถ.เป็นฝ่ายดำเนินการ ตอนนี้เรื่องใหญ่ที่สุดคือ การสอบสาวหาขบวนการทั้งหมด ทั้ง เส้นทางการเงิน ตัวนายหน้า ซึ่งก็ตอนนี้ทราบว่ามีการคืนเงินกันแล้ว โอนเงินกันมาโอนเงินกันกลับ หรือให้เงินสดกันต่างๆ ซึ่งในการสอบของสถ.ไม่มีเรื่องนี้เลย ในการสอบของนายปกรณ์ ก็ไม่มีเรื่องนี้สังคมจึงไม่ให้ความเชื่อถือ เพราะดูเหมือนว่าสอบกันเองตัดสินใจกันเอง แก้ปัญหากันเอง แต่ที่พังพินาศคือ ประเทศและระบบราชการ แล้วยังโยนให้ผู้บริหารท้องถิ่นลงนามถอดถอน เท่ากับว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบของคนในระดับบน ของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ตัวนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และโยนมาให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องน่าเกลียดมาก ที่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียปัดความรับผิดชอบ ส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคดีความเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก จะต้องมีการโต้แย้งกันเกิดขึ้นอีกมาก ตราบใดที่ยังไม่ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายหรือกฤษฎีกา เพื่อเอาความชัดเจนในเรื่องนี้ . ”ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราติดตามเรื่องนี้ตลอด และโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการปปง.และคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ และคนของพรรคที่ทำงานอยู่ในคณะกรรมาธิการได้ติดตามและเก็บข้อมูลมาโดยตลอด ซึ่งเราก็จะนำไปเทียบเคียงกับมาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการ ก็จะพบปัญหา ถ้าเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน และอึมครึมว่าจะเดินต่อไปแบบไหน ตัดตอนกันแบบไหน แบบนี้ก็จะเจอกันแน่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะปรากฏการณ์นี้เกี่ยวพันกับการหาผลประโยชน์จากเรื่องตำแหน่ง มีขบวนการทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง หาผลประโยชน์ เช่นเดียวกับการฮั๊วสว. ก็ปิดกันไม่มิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้ การเมืองสุจริตที่ต้องเกิดขึ้นในประเทศนี้ และประชาชนก็ติดตาม เพียงแต่เรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าที่จะชาวบ้านธรรมดาจะเข้าใจได้ ต้องอาศัยการอภิปราย เราก็จะพยายามชี้ให้คนเห็นว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบมาก เพราะการโกงท้องถิ่นจะกระทบถึงระบบราชการทั้งหมด เรื่องการฮั้วสว.คือระดับการกินรวบประเทศ เป็นการทำลายหลักการใหญ่ของระบบประชาธิปไตอบประชาธิปไตยในเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุล เพราะสว.เป็นคนไปแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระทั้งหลาย ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล ถ้าทำลายตรงนี้ประเทศไทยก็ไม่ต่างอะไรกับประชาธิปไตยผีดิบ ที่มีการเลือกตั้งแต่ เนื้อในไม่มีการตรวจสอบ ใช้อำนาจกันตามอำเภอใจ“ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว . นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า โดยเฉพาะในภาคใต้ เป็นที่รู้กันว่าจังหวัดสตูลกับจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติในเรื่องของการโกงสอบท้องถิ่น ตนตั้งข้อสังเกตว่า ในจังหวัดสตูลนั้น มีมท. 4 ท่านเป็นสส.ที่เกี่ยวพันกับจังหวัดมีส.ส.ของรัฐบาล ท่านเหมือนกับเป็นหัวเรือใหญ่ในการสอบ ซึ่งมีคำถามเรื่องของความไว้วางใจด้วยว่า ในขบวนการสอบท้องถิ่นมีการกล่าวหาญาติของท่าน ซึ่งเป็นคณะกรรมการในระดับประเทศด้วยคนหนึ่ง ดังนั้น ผลสอบที่รัฐบาลทำกันเอง ปกปิดกันเองแล้วตัดตอนกันเอง ซึ่งมันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ต้องมีกระบวนการที่ไปสู่ศาล เพื่อลากโยงขบวนการออกมาให้หมด ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
 สสส. สานพลังภาคี จัดเวทีเสวนา “อย่ารอให้เกิดเหตุ : เห็นสัญญาณ เชื่อมการดูแล สร้างความปลอดภัย สังคมไทยไร้ความรุนแรง” แนะมาตรการ 3 ด่าน “ครอบครัว-โรงเรียน-ชุมชน” ร่วมคัดกรอง-ช่วยเหลือ-สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก-เยาวชนไทย พร้อมหนุนรัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายลดความรุนแรง-หยุดเหตุโศกนาฏกรรมในสังคม
17 ส.ค. 2569 23:08
author profile image
Akhtarmizi A.

สสส. สานพลังภาคี จัดเวทีเสวนา “อย่ารอให้เกิดเหตุ : เห็นสัญญาณ เชื่อมการดูแล สร้างความปลอดภัย สังคมไทยไร้ความรุนแรง” แนะมาตรการ 3 ด่าน “ครอบครัว-โรงเรียน-ชุมชน” ร่วมคัดกรอง-ช่วยเหลือ-สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก-เยาวชนไทย พร้อมหนุนรัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายลดความรุนแรง-หยุดเหตุโศกนาฏกรรมในสังคม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายเด็ก เยาวชน และครอบครัว จัดเวทีเสวนาหัวข้อ “อย่ารอให้เกิดเหตุ: เห็นสัญญาณ เชื่อมการดูแล สร้างความปลอดภัย สังคมไทยไร้ความรุนแรง” เดินหน้าชวนภาครัฐ เอกชน แล

View: 129
Like: 1
Comment: 0