back

“สุวิรุฬห์ ชาไทย” ผู้บุกเบิกปลูกชาที่ราบเชียงราย ดัน “เชียงรายเมืองชา” สู่ตลาดโลก

18 ส.ค. 2569 17:02 View: 23
author profile image
วรพล ตะติ
เชียงราย – 18 ส.ค.69 คณะ FAM TRIP เส้นทางท่องเที่ยวชากาแฟเชิงสร้างสรรค์ เชียงราย–พะเยา–เชียงราย โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นำผู้ประกอบการร้านกาแฟในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และสื่อมวลชน เดินทางเยี่ยมชม ไร่ชา สุวิรุฬห์ ชาไทย อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เพื่อเรียนรู้เบื้องหลังการผลิตชาอินทรีย์ และบทบาทของผู้ประกอบการท้องถิ่นในการผลักดันเชียงรายสู่การเป็นเมืองแห่งชา กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ FAM TRIP ที่ออกแบบให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นทางของผลผลิต ทั้งกาแฟ ชา เกษตร วิถีชุมชน และวัฒนธรรม โดยก่อนหน้านี้คณะได้สัมผัสกาแฟเชียงรายที่ The Roastery By Roj โรงงานกาแฟทริปเปิ้ล เอ ดอยช้าง และเครื่องเคลือบเวียงกาหลง ก่อนเข้าสู่จังหวัดพะเยาและเดินทางกลับมายังเชียงราย คุณเหมียว – จารุวรรณ์ ณติณณ์วิรุฬห์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของสุวิรุฬห์ ชาไทย มาจากพื้นที่เดิมที่เป็นสวนมะม่วง ก่อนครอบครัวจะทดลองนำแนวคิดเรื่องการปลูกชาบนพื้นที่ราบสูงของเชียงราย ซึ่งสามารถปลูกชาได้ตั้งแต่ระดับประมาณ 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล มาปรับใช้กับพื้นที่ เมื่อการทดลองประสบความสำเร็จ จึงค่อย ๆ ขยายพื้นที่ปลูกชา จากจุดเริ่มต้นที่อำเภอแม่ลาวไปสู่พื้นที่อื่น ๆ และขยายความร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ปัจจุบันเฉพาะพื้นที่ของสุวิรุฬห์ ชาไทย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 5 ฟาร์ม รวมกว่า 1,400 ไร่ และมีคนงานกว่า 200 คน โดยการทำเกษตรอินทรีย์จำเป็นต้องใช้แรงงานในการดูแลแปลง ทั้งการควบคุมศัตรูพืช กำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย และดูแลน้ำ ส่วนพื้นที่ไร่ชาที่คณะ FAM TRIP เดินทางมาเยี่ยมชมในอำเภอแม่ลาว มีประมาณ 270 ไร่ สุวิรุฬห์เริ่มต้นจากการปลูกชา โดยเฉพาะ ชาอู่หลง หลายสายพันธุ์ เช่น อู่หลงเบอร์ 12 อู่หลงก้านหอมเบอร์ 17 ชาสี่ฤดู และชาอัสสัม รวมถึงการนำดอกไม้ เช่น ดอกมะลิและดอกหมื่นลิน มาผสมกับใบชา เมื่อมาถึงคนรุ่นปัจจุบัน มีการต่อยอดไปสู่ ชาสมุนไพรไทย ด้วยการปลูกวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ตะไคร้ ขิง เปปเปอร์มินต์ กระเจี๊ยบ ใบเตย ดอกเก๊กฮวย ดอกอัญชัน และดอกกุหลาบ จนกลายเป็นแนวคิด “ไร่ชาสวนผสม” ที่นำแนวคิดจากทฤษฎีไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ คุณเหมียวระบุว่า สุวิรุฬห์ ชาไทย ถือเป็นผู้บุกเบิกสำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะการทดลอง ปลูกชาในพื้นที่ราบสูงของจังหวัดเชียงราย ซึ่งช่วยเปิดทางให้การปลูกชาขยายออกจากพื้นที่ดอยไปสู่พื้นที่ราบสูง และสามารถขยายพื้นที่ปลูกชาไปยังหลายพื้นที่ของจังหวัด อีกด้านคือการทำ เกษตรอินทรีย์ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงที่ประเทศไทยยังไม่มีระบบรับรองเกษตรอินทรีย์ ก่อนพัฒนาจนได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของไทย รวมถึงมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ สุวิรุฬห์ยังระบุว่าเป็น ผู้ผลิตมัทฉะในประเทศไทยกลุ่มแรก ๆ โดยเริ่มทดลองผลิตตั้งแต่ปี 2544 และมีการผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวในการพัฒนามัทฉะไทย คุณเหมียวเล่าว่า เดิมเชียงรายมีพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ลำไยและลิ้นจี่ แต่เมื่อมองถึงสภาพพื้นที่แล้ว เชียงรายเป็นพื้นที่ราบสูงที่เหมาะกับการปลูกชา ขณะเดียวกันชาเป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนพื้นที่ดอยอยู่แล้ว จึงเป็นแนวคิดที่ครอบครัวนำมาใช้ในการผลักดันการปลูกชา โดยมองว่า หากธรรมชาติมีความเหมาะสม ก็สามารถนำมาพัฒนาและขยายการปลูกชาได้ทั้งพื้นที่ดอยและพื้นที่ราบสูง จากการทดลองที่อำเภอแม่ลาวและพบว่าสามารถปลูกชาได้ จึงนำองค์ความรู้ไปขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดเชียงราย ผลิตภัณฑ์ของสุวิรุฬห์ ชาไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดในประเทศ โดยธุรกิจเริ่มต้นจากการส่งออกไป ไต้หวัน ก่อนขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากกว่า 20 ประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี รวมถึงประเทศในตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียและคูเวต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ผมดำสู่ผมขาว... 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ต้องรอถึงเมื่อไหร่?" เสียงสะท้อนจาก 'อ.ฆอซาลี อาแว' ถึงเวลาเลิกทำงานไปวันๆ แล้วมาร่วมสานพลังสร้างอนาคตจริงจัง บทสรุปรายงานข่าวพิเศษ ปัตตานี-ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนานมากว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2547 เม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไป หยาดเหงื่อของคนทำงาน และคร
17 ส.ค. 2569 17:29
author profile image
Shukur Dina

"ผมดำสู่ผมขาว... 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ต้องรอถึงเมื่อไหร่?" เสียงสะท้อนจาก 'อ.ฆอซาลี อาแว' ถึงเวลาเลิกทำงานไปวันๆ แล้วมาร่วมสานพลังสร้างอนาคตจริงจัง บทสรุปรายงานข่าวพิเศษ ปัตตานี-ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนานมากว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2547 เม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไป หยาดเหงื่อของคนทำงาน และคร

"ผมดำสู่ผมขาว... 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ต้องรอถึงเมื่อไหร่?" เสียงสะท้อนจาก 'อ.ฆอซาลี อาแว' ถึงเวลาเลิกทำงานไปวันๆ แล้วมาร่วมสานพลังสร้างอนาคตจริงจัง บทสรุปรายงานข่าวพิเศษ ปัตตานี-ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนานมากว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2547 เม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไป หยาดเหงื่อของคนทำงาน และคร

View: 14
Like: 1
Comment: 0