back

สุดเจ๋ง! รพ.หาดสำราญตรัง โชว์นวัตกรรมโคลนชายหาดพอกรักษาข้อเข่าเสื่อม ตะกอนอุดมสมบูรณ์ทับถมเป็นแร่ธาตุยา รักษาเห็นผลจริง-กวาดรางวัลเพียบ

16 ส.ค. 2569 06:22 View: 437
author profile image
The Journalist
ตรัง-สุดเจ๋ง! รพ.หาดสำราญตรัง โชว์นวัตกรรมโคลนชายหาดพอกรักษาข้อเข่าเสื่อม ตะกอนอุดมสมบูรณ์ทับถมเป็นแร่ธาตุยา ลงมือรักษาเห็นผลจริง ดีกรีประกวดงานด้านสาธารณสุขแชมป์ระดับเขต-กวาดรางวัลเพียบ . ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ตรัง ว่า เมื่อเร็วๆนี้ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลหาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ลงพื้นที่บริเวณชายหาดสำราญ ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง เพื่อเก็บดินโคลนสีดำนิลละเอียด เพื่อนำไปใช้ในการรักษาอาการโรคข้อเข่าเสื่อม หลังผลงานวิจัยแล้วพบว่ามีสรรพคุณในการรักษาอาการโรคข้อเข่าเสื่อม โดยได้ดำเนินการรักษาอาการโรคข้อเข่าเสื่อมให้กับผู้ป่วยมาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่เก็บโคลนนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องใช้วิธีเดินย่ำไปบนโคลนไปเรื่อยๆ . โดยนายอมรินทร์ เกียงเฮีย หัวหน้ากลุ่มงานแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลหาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.หาดสำราญ จ.ตรัง เล่าว่า หากเจอโคลนสีดำนิลที่ต้องการจุดใด เมื่อย่ำลงไปจะรู้สึกนุ่มเท้าบริเวณนั้น จึงจะสามารถก้มลงไปขุดขึ้นมาได้ และต้องร่อนทรายออกไปด้วย เอาแต่เฉพาะโคลนที่เป็นสีดำจริง จึงจะเก็บใส่ภาชนะได้ ซึ่งจะร่อนออกง่าย เพราะโคลนสีดำนิลจะละเอียดมาก ขณะที่จุดใกล้กันซึ่งไม่ใช่โคลนอ่อนสีดำนิล เมื่อนำโคลนมาเปรียบเทียบ สีจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และหาไม่ได้ง่ายๆด้วย บางครั้งที่มาเก็บใช้เวลาเดินย่ำหานานมาก บางช่วงก็พบเจอได้ง่าย บางช่วงก็พบเจอยาก ขึ้นอยู่กับน้ำขึ้นน้ำลง แต่จะต้องออกมาเก็บใช่ช่วงในช่วงที่น้ำทะเลลงสุด ช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรม 13-15 ค่ำ เท่านั้น นอกจากนั้น ในปี 2561 กรมควบคุมมลพิษ ได้พื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศในอำเภอหาดสำราญ โดยพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก หรือระดับสีฟ้า หรือไม่มีสารก่อมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เนื่องจากเป็นอำเภอเดียว จากทั้งหมด 10 อำเภอในจังหวัดตรัง ที่ปลอดโรงงานอุตสาหกรรม และมีสิ่งแวดล้อมสีเขียว . ทางด้านผู้ป่วยที่มาพอกรักษาข้อเข่า บางรายเคยประสบอุบัติเหตุ แต่เพิ่งมามีอาการปวดเข่า รายหนึ่ง บอกว่า พอกแล้ว รู้สึกเย็น และรู้สึกดีขึ้น . ด้านนพ.ภูริวัจน์ คำแหง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กล่าวว่า การนำโคลนจากพื้นที่ชายทะเลของ ต.ตะเสะ มาใช้ทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมของโรงพยาบาลหาดสำราญฯ นั้น เกิดขึ้นประมาณปี 2562 -2563 ซึ่งเป็นยุคที่นายอำเภอในขณะนั้นได้ลงเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนในชุมชนแล้วพบว่า ชาวบ้านได้นำโคลนสีดำที่มีมากบริเวณชายฝั่งมาพอกตามใบหน้าและร่างกาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อรักษาร่างกายและดูแลผิวพรรณ จากนั้นทางโรงพยาบาลจึงได้เก็บตัวอย่างส่งไปตรวจหาสารตกค้าง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเริ่มทำงานวิจัย และทดลองในการนำดินโคลนทะเลมาพอกลดอาการข้อเข่าเสื่อม โดยพบว่า โคลนทะเลดังกล่าวเป็นฤทธิ์เย็น ซึ่งเป็นฤทธิ์หลักการแพทย์แผนไทยใช้ในการพอก เพื่อลดอาการข้อเข่า และยังมีการนำการแพทย์แผนปัจจุบันมาปรับใช้ร่วม โดยได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ นพ.อุกฤษฏ์ คุณาธรรม ศัลยกรรมกระดูกและข้อ(ออร์โธปิดิกส์) โรงพยาบาลศูนย์ตรัง มาร่วมให้ข้อมูลในการดูความเคลื่อนไหวของข้อเข่า ลักษณะมุมงอ มุมป้าน และการประเมินต่างๆทางด้านกายภาพเข้ามาร่วมผสมผสานบูรณาการการแพทย์แผนไทยกับแผนปัจจุบันเข้าร่วมด้วยกันในงานวิจัยครั้งนี้ และประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เมื่อเก็บโคลนมาแล้วก่อนนำไปใช้ จะต้องนำมาพักไว้ 1 คืน ซึ่งระยะเวลาเก็บ 1 ครั้ง สามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน ซึ่งการที่พัก 1 คืน เพื่อให้สารแร่ธาตุต่างๆตกตะกอน และลดกลิ่นที่เกิดจากการหมักหมม และช่วยลดเรื่องของกลิ่น เพิ่มการตกตะกอนของแร่ธาตุ การพอกแต่ละครั้งใช้โคลนทะเล 200 กรัม พอกบริเวณข้อเข่าทิ้งไว้ 20 นาที ทำการนัดผู้ป่วย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวัน รวมการรักษา 12 ครั้ง . นพ.ภูริวัจน์ เล่าต่อว่า ในส่วนของแร่ธาตุที่มีในดินโคลนนั้นเชื่อว่าเกิดจากการทับถมของเปลือกหอยเปลือกปูและซากอาหารและแร่ใยต่างๆ ซึ่งจะมีผลแนบอยู่ในผลของการส่งตรวจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งชายหาด อ.หาดสำราญ เป็นพื้นที่ชายทะเลของอำเภอหนึ่งในจ.ตรัง ชายหาดอาจไม่สวยเหมือนอำเภออื่นๆที่มีชายหาดจะมีทรายสีขาวละเอียด ชายหาดไม่ขาวแต่เป็นสีดำที่เกิดจากเปลือกหอยเปลือกปูและอื่นๆ จึงทำให้เกิดการสะสมของแร่ธาตุ เป็นลักษณะเฉพาะในพื้นที่ โดยเฉพาะในเวลาช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรมช่วง 13-15 ค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ลงเก็บ โคลนจะมีสีดำนิลและผิวจะมีความละเอียดมากกว่าปกติ ส่วนผู้ป่วยที่มาทำการรักษาส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ กลุ่มเป้าหมายอายุ 18-85 ปี ที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อม แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สูงอายุ . ทั้งนี้ ล่าสุดในงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของเขตสุขภาพที่ 12 กระทรวงสาธารณสุข ปรากฏว่าผลงานนวัตกรรมโคลนพอกเข่าทะเลตะเสะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ปฐมภูมิและทุติยภูมิ หลังจากนี้ก็จะได้เป็นตัวแทนระดับเขต ไปนำเสนอผลงานวิจัยในระดับกระทรวงต่อไป ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น และเป้าหมายต่อไป ทางโรงพยาบาลตั้งเป้าหมายมีแผนที่จะนำผลงานวิจัยชิ้นนี้ไปพูดคุยหารือกับทางพาณิชย์จังหวัดตรัง เพื่อจะนำนวัตกรรมผลงานวิจัยนี้ไปพัฒนาต่อยอด อาจจะได้ผลิตออกมาเป็นครีมนวด หรือยา ในการลดอาการปวดข้อเข่าในอนาคตก็เป็นได้ นอกจากนั้น ในส่วนของคลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลหาดสำราญ ยังได้รางวัลพื้นที่ต้นแบบแพทย์แผนไทยดีเด่นในระดับจังหวัดหลายปีซ้อนอีกด้วย . สำหรับระยะเริ่มต้น ถือว่าได้ผลดี เพราะประชากรในอำเภอหาดสำราญ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และประมง ส่งผลให้ต้องใช้อิริยาบถและใช้กำลังกล้ามเนื้อเป็นหลัก ทำให้ประชากรมีอาการปวดข้อเข่าร่วมด้วย และจากสถานการณ์การเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในโรงพยาบาลหาดสำราญฯ พบว่าติดอันดับ 1 ใน 5 โรคที่พบบ่อย และยังเป็นลำดับที่ 1ของโรคที่พบในงานการแพทย์แผนไทย . จากสถิติดังกล่าวทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี การพอกด้วยโคลนดังกล่าวจึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้ยาในโรงพยาบาล และผู้ป่วยหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ยา เป็นการใช้โคลนทะเลจากทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาตนเอง และภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม สามารถลดอาการปวด ลดอาการข้อฝืด เพิ่มความสามารถในการใช้งานของข้อเข่าได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว และลดภาวะความบวมของข้อเข่าได้ อีกทั้งโคลนทะเลเป็นธาตุวัตถุที่มีฤทธิ์เย็น และยังประกอบด้วยยารสเค็มจากน้ำทะเล ช่วยซึมซาบเข้าสู่เส้นเอ็นและกระดูก ช่วยเสริมฤทธิ์ให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง