back
"ผมดำสู่ผมขาว... 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ต้องรอถึงเมื่อไหร่?" เสียงสะท้อนจาก 'อ.ฆอซาลี อาแว' ถึงเวลาเลิกทำงานไปวันๆ แล้วมาร่วมสานพลังสร้างอนาคตจริงจัง บทสรุปรายงานข่าวพิเศษ ปัตตานี-ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนานมากว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2547 เม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไป หยาดเหงื่อของคนทำงาน และคร
17 ส.ค. 2569 17:29
View: 14

Shukur Dina
"ผมดำสู่ผมขาว... 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ต้องรอถึงเมื่อไหร่?" เสียงสะท้อนจาก 'อ.ฆอซาลี อาแว' ถึงเวลาเลิกทำงานไปวันๆ แล้วมาร่วมสานพลังสร้างอนาคตจริงจัง
บทสรุปรายงานข่าวพิเศษ
ปัตตานี-ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนานมากว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2547 เม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไป หยาดเหงื่อของคนทำงาน และคราบน้ำตาของครอบครัวผู้สูญเสีย กลายเป็นคำถามตัวโตถึงอนาคตของคนในพื้นที่ว่า “เราต้องทำงานสันติภาพนี้ส่งต่อให้ลูกหลานไปอีกนานแค่ไหน? หรือต้องรอให้ครบ 30 ปี หรือนับหนึ่งใหม่อีก 20 ปีข้างหน้า?”
นี่คือเสียงสะท้อนอันทรงพลังจาก อาจารย์ฆอซาลี อาแว ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตรวุฒิบัตรการเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 8 (4ส.ใต้ รุ่นที่ 😎 ซึ่งสะท้อนมุมมองชีวิตการทำงานด้านสันติภาพผ่านการเรียนรู้ เครือข่ายความร่วมมือ และเสียงสะท้อนจากพื้นที่ที่ต้องการเห็น "ภาพอนาคต" (Scenario) ที่ชัดเจน มากกว่าการทำงานไปวันๆ
จากจุดเริ่มต้นที่ลังเล สู่การเรียนรู้ "การอยู่ร่วมกัน"
อาจารย์ฆอซาลี เล่าถึงเส้นทางการก้าวเข้าสู่รั้ว 4ส.ใต้ รุ่นที่ 8 ว่า เดิมทีมีความลังเลและคิดว่าตนเองทำงานและเรียนรู้ด้านสันติศึกษามาพอสมควรแล้ว จนกระทั่งตัดสินใจสมัครในปีนี้และได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 50 คน
ในช่วงแรกของการอบรม แม้รูปแบบจะเน้นการบรรยายค่อนข้างมากจนชวนตั้งคำถาม แต่เมื่อได้ศึกษาโครงสร้างหลักสูตรอย่างถ่องแท้ จึงพบว่ามีการผสมผสานทั้งภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ การลงพื้นที่ และการทำโครงงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความสนุกสนาน ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อนร่วมรุ่นที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ผ่านบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยมิตรภาพ
> "สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเรียนรู้ทฤษฎีเพื่อสอบผ่าน แต่คือการรู้จักเฉลความคิด ประสบการณ์ และภูมิหลังของกันและกัน เพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน (Learning to live together) ตลอดจนการรักษาความสัมพันธ์และเครือข่าย เพื่อเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการหนุนเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพในอนาคต"
>
22 ปีสันติภาพ: จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก... เราจะรอถึงเมื่อไหร่?
ประเด็นสำคัญที่สุดที่อาจารย์ฆอซาลีหยิบยกขึ้นมาสะท้อนสังคม คือความอัดอั้นตันใจต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่ขึ้นๆ ลงๆ และถูกสื่อสารเร็วกว่าความพยายามในการสร้างสันติภาพ โดยตั้งคำถามสะเทือนใจว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนเริ่มทำงานตั้งแต่ผมดำจนกระทั่งปัจจุบันผมขาว หลายคนล่วงลับไปตามกาลเวลา และลูกหลานต้องมารับไม้ต่อทำหน้าที่นี้แทน
ผลสำรวจความคิดเห็น (Peace Survey) ชี้ชัดว่า ประชาชนยังคงมีความหวังและสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติภาพ แต่กลับขาดความมั่นใจและความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในแนวทางปฏิบัติแบบปัจจุบัน
เสียงสะท้อนสู่วาระลงมือทำ: ถึงเวลา 'Synergy' พลังทุกภาคส่วน
อาจารย์ฆอซาลีทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกระตุ้นเตือนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน (Stakeholders) ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำหน้าที่ในหน้างานของตนเองให้ดีที่สุด พร้อมทั้งเปิดใจมาร่วมกัน "สานพลัง" (Synergy) กับภาคีเครือข่ายอื่นๆ อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ความหวังของประชาชนต่อสันติภาพในปาตานี/ชายแดนใต้ต้องตายไปพร้อมกับลมหายใจของผู้ปฏิบัติงาน
สันติภาพยังคงเป็นความหวังและความต้องการสูงสุดของประชาชน... Wallahu a’lam (และอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










