back

“ปัตตานีโมเดลด้านการศึกษา”พลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้: เมื่อ "ปอเนาะ" ผสานพลัง "วิทยาลัยชุมชน" สู่การเรียนรู้ที่เท่าทันโลก

25 ก.ค. 2569 07:39 View: 174
author profile image
Shukur Dina
“ปัตตานีโมเดลด้านการศึกษา”พลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้: เมื่อ "ปอเนาะ" ผสานพลัง "วิทยาลัยชุมชน" สู่การเรียนรู้ที่เท่าทันโลก อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน 1. บทนำ (Introduction) การจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ถือเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายและมีบริบทเฉพาะตัวมาอย่างยาวนาน เนื่องจากการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับหลักศาสนาอิสลามและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมลายู ทว่าที่ผ่านมาระบบการศึกษาจากส่วนกลางมักถูกขับเคลื่อนผ่านมุมมองด้านความมั่นคงและการควบคุม จนอาจลดทอนโอกาสและความยืดหยุ่นในการพัฒนาศักยภาพที่แท้จริงของผู้เรียน กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ได้เกิดหมุดหมายสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมมือกับวิทยาลัยชุมชนปัตตานี ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อเปิดหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาอิสลามศึกษา ณ โรงเรียนอิสลามพัฒนาปัญญา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสถาบันปอเนาะให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่ โดยไม่ทิ้งรากฐานทางจิตวิญญาณ 2. สถานการณ์ปัจจุบัน (Current Situation) ความร่วมมือระหว่างสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนใต้ และวิทยาลัยชุมชนปัตตานีครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต.ด้านการศึกษาโดยเฉพาะเพื่อสานต่อภารกิจนี้ รวมถึงหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีเป้าหมายหลักในการเปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาอิสลามศึกษา ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษารุ่นแรกกว่า 30 คน (นำร่อง)เข้ารับการศึกษาโดยมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอิสลามศึกษาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต สถาบันปอเนาะเคยถูกมองว่าเป็นเพียงสถานศึกษานอกระบบที่สอนศาสนาเพียงอย่างเดียว และมักตกอยู่ภายใต้การเพ่งเล็งด้านความมั่นคงหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในปี 2547 จนกระทั่งมีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยสถาบันปอเนาะ พ.ศ. 2547 บังคับให้ต้องจดทะเบียน และมีการผลักดันให้ปรับตัวผสมผสานวิชาสามัญ หรือเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เพื่อให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนรายหัวจากรัฐ อย่างไรก็ตาม สถาบันปอเนาะดั้งเดิมยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่มีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุหรือระยะเวลา ผู้เรียนส่วนใหญ่ผ่านการศึกษาภาคบังคับมาแล้ว และต้องการศึกษาเชิงลึกด้านศาสนาควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพ การจับมือกับวิทยาลัยชุมชนปัตตานีในครั้งนี้ จึงเป็นการเชื่อมโยงการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยเข้าสู่อุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 3. บริบททางการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ บริบททางการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนให้เห็นความพยายามในการแสวงหาจุดสมดุลระหว่าง "โลกนี้และโลกหน้า" ตามหลักคำสอนอิสลาม การออกแบบหลักสูตรและการบริหารจัดการศึกษาในพื้นที่จึงไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวได้ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนี้: * การบูรณาการ 3 ภาษา: การศึกษาในพื้นที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทั้งภาษาไทย มลายู และอาหรับ ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์การดำเนินชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการศึกษาต่อยังต่างประเทศ เช่น ประเทศในตะวันออกกลางหรือมาเลเซีย * ความยืดหยุ่นของสถาบันปอเนาะ: ปอเนาะไม่ใช่พื้นที่สำหรับผู้ตกหล่นทางการศึกษา แต่เป็นสถาบันทางเลือกที่เปิดกว้างสำหรับทุกช่วงวัย ผู้เรียนสามารถกำหนดเส้นทางและระยะเวลาการเรียนรู้ของตนเองได้ บางคนเรียนเพื่อเป็นผู้นำศาสนา (อิหม่าม) หรือบางคนเลือกเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาสายสามัญ * ความจำเป็นในการกระจายอำนาจ: การพัฒนาการศึกษาชายแดนให้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องกระจายทั้งอำนาจการบริหารจัดการ บุคลากร และงบประมาณ ให้ท้องถิ่นและชุมชนสามารถร่วมออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง มิใช่การควบคุมผ่านมุมมองความมั่นคงที่อาจทำลายอัตลักษณ์และลดทอนโอกาสในการเรียนรู้ (ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถได้เต็ม 100%แต่ก็สามารถออกแบบได้มากกว่าที่อื่นๆของประเทศ) 4. การเกิดขึ้นของหลักสูตรอนุปริญญาอิสลามศึกษาผ่านความร่วมมือระหว่างปอเนาะและวิทยาลัยชุมชนปัตตานี การเกิดขึ้นของหลักสูตรอนุปริญญาอิสลามศึกษาผ่านความร่วมมือระหว่างปอเนาะและวิทยาลัยชุมชนปัตตานี นับเป็นโมเดลต้นแบบที่น่าสนใจในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การที่รัฐเปิดพื้นที่ให้สถาบันทางศาสนาสามารถจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้ สะท้อนถึงพัฒนาการเชิงบวกในการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในอนาคตคือการสร้างความมั่นใจร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น ว่าการยกระดับการศึกษานี้จะช่วยเสริมสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" และศักยภาพในการแข่งขันให้กับเยาวชน โดยไม่ทำให้พวกเขาสูญเสียอัตลักษณ์ดั้งเดิม การที่วิทยาลัยชุมชนเข้ามาหนุนเสริมจะช่วยเปลี่ยนวุฒิความรู้ทางศาสนาแบบเดิม ให้ได้รับการรับรองทางวิชาการที่สากลยอมรับ ซึ่งจะช่วยเปิดประตูให้บัณฑิตจากปอเนาะสามารถก้าวไปเรียนต่อในระดับสูงขึ้นในสาขาอิสลามศึกษาทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสู่ตลาดแรงงานสมัยใหม่ได้อย่างภาคภูมิใจ ทั้งในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณและพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ 5. สรุป (Conclusion) การยกระดับการศึกษาปอเนาะชายแดนใต้ผ่านวิทยาลัยชุมชนปัตตานี เป็นอีกหนึ่งโมเดลให้กับวิทยาลัยชุมชนจังหวัดอื่นๆ และถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาที่มีคุณภาพสามารถปรับให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทเฉพาะของพื้นที่ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับโลกสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน หากมีการกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้ร่วมกำหนดอนาคตตนเองอย่างแท้จริง สิ่งนี้จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการพัฒนาภูมิภาคให้เท่าทันสถานการณ์โลก และนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนในอนาคต หมายเหตุ ข่าว ปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนใต้ จับมือวิทยาลัยชุมชนปัตตานี เปิดหลักสูตรอนุปริญญาอิสลามศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ยกระดับคนในพื้นที่ (24 กรกฎาคม 2569) สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนปัตตานี จัดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อจัดการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขาวิชาอิสลามศึกษา มุ่งขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงเรียนอิสลามพัฒนาปัญญา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยในพิธี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วย นายนิกร เซ้งเถียร ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวงศึกษาธิการ) ร่วมเป็นสักขีพยาน และผู้ร่วมลงนาม ประกอบด้วย นายมูฮัมหมัดชูวรี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสุทธิศักดิ์ น้ำทิพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนปัตตานี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานด้านการศึกษาและภาครัฐในพื้นที่ ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดปัตตานี และนายอำเภอสายบุรี ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการจัดการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายหลังพิธีลงนาม คณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมงานได้เยี่ยมชมห้องเรียนหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาอิสลามศึกษา ซึ่งเปิดการเรียนการสอนภายในโรงเรียนอิสลามพัฒนาปัญญา อำเภอสายบุรี โดยปัจจุบันมีนักศึกษารุ่นแรกกว่า 30 คน และมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอิสลามศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอน เพื่อผลิตกำลังคนที่มีความรู้ทั้งด้านวิชาการและหลักศาสนา สามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาชุมชนและสังคมในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน(อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/share/p/1EQfEgJYAH/?mibextid=wwXIfr)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง