back

เปิดงบ "ฮัจญ์" ชาวไทยมุสลิมบินแสวงบุญ... ควักเงินตัวเอง หรือ รัฐจ่ายให้?

9 ก.ค. 2569 09:08 View: 338
author profile image
ชุมพล​ ศรี​สมบัติ​
เปิดงบ "ฮัจญ์" ชาวไทยมุสลิมบินแสวงบุญ... ควักเงินตัวเอง หรือ รัฐจ่ายให้? ​กลายเป็นประเด็นที่สร้างความเข้าใจผิดและถกเถียงกันในสังคมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อถึงฤดูกาลเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ภาพของพี่น้องชาวไทยมุสลิมจำนวนหลายพันคนเดินทางออกจากสนามบิน พร้อมการส่งงบประมาณ บุคลากร และทีมแพทย์จากภาครัฐไปคอยดูแล จนทำให้คนภายนอกหรือเพื่อนต่างศาสนิกหลายคนเกิดคำถามคาใจว่า "รัฐบาลไทยใช้เงินภาษีสนับสนุนค่าเดินทางให้คนไปทำพิธีทางศาสนาหรือเปล่า?" ​เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สะท้อนข้อเท็จจริงตามระเบียบกฎหมาย และปกป้องความสัมพันธ์อันดีระหว่างศาสนา วันนี้เราจะมาเจาะลึกโครงสร้าง "งบฮัจญ์" กันชัดๆ ว่าใครเป็นคนจ่าย และภาครัฐเข้ามามีบทบาทในส่วนไหนกันแน่ ​1. ไขความจริง: พลังศรัทธาที่ "จ่ายเองทุกบาททุกสตางค์" ​ข้อเท็จจริงข้อแรกที่สำคัญที่สุดคือ ภาครัฐไทยไม่มีนโยบายแจกเงินอุดหนุนตรง ช่วยออกค่าเครื่องบิน หรือค่าที่พักให้แก่ผู้แสวงบุญเป็นรายบุคคลแม้แต่บาทเดียว ​ตามหลักการของศาสนาอิสลาม การไปประกอบพิธีฮัจญ์ถูกกำหนดไว้ชัดเจนว่า "เป็นหน้าที่สำหรับผู้ที่มีความสามารถและมีความพร้อมเท่านั้น" (ทั้งทางด้านร่างกายและทุนทรัพย์) หากใครยังต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือเพื่อไปทำฮัจญ์ จะถือว่ายังไม่เข้าเกณฑ์ภาคบังคับ ​ดังนั้น เงินค่าแพ็กเกจเดินทางทั้งหมด ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 180,000 – 280,000+ บาทต่อคน (ขึ้นอยู่กับระดับของโรงแรมและการบริการ) ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบินเช่าเหมาลำ ค่าโรงแรมในมักกะฮ์และมาดีนะฮ์ ค่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Hajj) ของซาอุฯ ค่าเต็นท์ที่พักในทุ่งมีนา-อารอฟะฮ์ ตลอดจนค่าอาหารและค่าหนังสือเดินทาง ทั้งหมดนี้ ผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมสะสมเงินและควักกระเป๋าจ่ายเอง 100% 2. แล้ว "งบรัฐ" ที่เห็นสะพัด... เขาเอาไปใช้ทำอะไร? ​หากถามว่าแล้วทำไมเรายังเห็นข่าวหน่วยงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง? คำตอบคือ รัฐบาลไทยมองว่าผู้แสวงบุญเหล่านี้คือ "ประชาชนคนไทยในต่างแดน" ที่เดินทางไปพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงระดับโลก รัฐจึงเข้ามาสนับสนุนในฐานะ "ผู้คุ้มครอง ป้องกัน และอำนวยความสะดวก" โดยใช้งบประมาณแผ่นดินในส่วนของสวัสดิการพื้นฐาน ดังนี้: ​ทีมแพทย์และสาธารณสุขฟรี: กระทรวงสาธารณสุขจะจัดส่งทีมหมอ พยาบาล และเวชภัณฑ์ บินไปตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลรักษาคนไทยที่เจ็บป่วยในต่างแดนฟรี เพราะในอดีตเคยมีผู้สูงอายุชาวไทยไปเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยรุนแรงที่นั่นเป็นจำนวนมากจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ​การควบคุมราคาไม่ให้โดนโกง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล ออกระเบียบข้อบังคับ และคอยจัดระเบียบ "บริษัทนำเที่ยว (แซะห์)" บังคับให้บริษัทวางเงินค้ำประกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านถูกมิจฉาชีพหลอกลวงหรือถูกลอยแพกลางสนามบิน ​การประสานงานต่างประเทศ: กระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ฮัจญ์ไทย จะคอยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสาร วีซ่า และเป็นตัวกลางเจรจากับทางการซาอุดีอาระเบีย เพื่อขอความคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิ์ในพื้นที่พักแรม ​เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: สิ่งที่รัฐทำ ไม่ต่างจากการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมแพทย์ หรือสถานทูตไปคอยดูแลและจัดระเบียบคนไทยเวลาเดินทางไปร่วมงานมหกรรมระดับโลก หรือเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะปลอดภัยและได้กลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ ​3. ระเบียบขั้นตอนที่เปลี่ยนไป: โปร่งใส ตรวจสอบได้ ​ในอดีต กิจการฮัจญ์อาจเคยมีช่องโหว่เรื่องราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงเกินจริง หรือปัญหาแซะห์เถื่อนแอบอ้างเก็บเงินชาวบ้านแล้วเชิดหนี แต่ปัจจุบันภายใต้การดูแลของ กรมการปกครอง ระบบถูกยกระดับให้เป็นดิจิทัลและรัดกุมขึ้นมาก: ​ระบบโควตาดิจิทัล: ผู้แสวงบุญต้องลงทะเบียนผูกกับบัตรประชาชนโดยตรง เพื่อตัดวงจรมาเฟียหิ้วโควตาไปเก็งกำไร ​การจ่ายเงินผ่านบัญชีทางการ: เงินมัดจำงวดแรกและงวดต่อๆ ไป จะต้องระบุในสัญญาบริการอย่างชัดเจน และบริษัทแซะห์ต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หากมีปัญหาผู้แสวงบุญสามารถร้องเรียนผ่าน สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ทันที ​ร่วมใจสร้างสังคมเข้าใจ... ไม่ขัดแย้งเพราะข่าวลือ ​การไปทำฮัจญ์จึงไม่ใช่เรื่องของ "อภิสิทธิ์" ที่ศาสนาใดศาสนาหนึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากภาษีของประชาชนทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของ "พลังศรัทธาและความรับผิดชอบส่วนตน" ของพี่น้องมุสลิม ควบคู่ไปกับ "หน้าที่ของรัฐในการดูแลพลเมืองไทย" ​เมื่อเราเข้าใจระเบียบขั้นตอนและข้อเท็จจริงที่ตรงกัน ความหวาดระแวงหรือความรู้สึกไม่เท่าเทียมระหว่างศาสนิกก็จะหมดไป เปลี่ยนเป็นการร่วมส่งกำลังใจให้เพื่อนร่วมชาติเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจอย่างปลอดภัย และนำชื่อเสียงอันดีของประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลกอย่างภาคภูมิใจ #ข่าวมุสลิมเชียงใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
>>>  ปศุสัตว์อ่างทองออกหน่วยเคลื่อนที่ทำหมัน-ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ในโครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เฉลิมพ¶ระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี ฯ<<<
9 ก.ค. 2569 11:35
author profile image
แพรว เมืองทอง V14Angt.

>>> ปศุสัตว์อ่างทองออกหน่วยเคลื่อนที่ทำหมัน-ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ในโครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เฉลิมพ¶ระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี ฯ<<<

💉 ปศุสัตว์อ่างทองออกหน่วยเคลื่อนที่ทำหมัน-ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ในโครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี ฯ 🐕‍🦺วันนี้ (8/07/69) เวลา 09.30 น. ณ อาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ

View: 14
Like: 2
Comment: 0