back

ลิเกลุงมัย และคณะดนตรีลูกทุ่งศรีอรุณ : ภาพสะท้อนบทบาทของชาวมุสลิมย่านช้างคลานในโลกศิลปะและความบันเทิงของเชียงใหม่

29 มิ.ย. 2569 09:30 View: 21
author profile image
ชุมพล​ ศรี​สมบัติ​
ลิเกลุงมัย และคณะดนตรีลูกทุ่งศรีอรุณ : ภาพสะท้อนบทบาทของชาวมุสลิมย่านช้างคลานในโลกศิลปะและความบันเทิงของเชียงใหม่ ชุมชนมุสลิมช้างคลาน : มากกว่าพ่อค้า คือผู้สร้างสีสันทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ เมื่อกล่าวถึงชุมชนมุสลิมย่านช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ ภาพจำของผู้คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงพ่อค้าชาวอินเดีย ชาวเบงกาลี หรือชาวปาทานที่เข้ามาตั้งรกรากและประกอบธุรกิจการค้าในเมืองเชียงใหม่มาตั้งแต่อดีต แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชุมชนแห่งนี้ไม่ได้มีบทบาทเพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงของสังคมเชียงใหม่อีกด้วย ในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวมุสลิมย่านช้างคลานจำนวนไม่น้อยได้ก้าวเข้าสู่วงการศิลปะการแสดง จนสามารถสร้างชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากชาวเชียงใหม่ทุกเชื้อชาติและศาสนา โดยเฉพาะ "ลิเกคณะลุงมัย" ซึ่งถือเป็นคณะลิเกที่โด่งดังที่สุดคณะหนึ่งของภาคเหนือในยุคนั้น ลิเกลุงมัย : คณะลิเกมุสลิมเบงกาลีที่ครองใจชาวเชียงใหม่ "ลุงมัย" หรือ นายสมัย ศรีอรุณ เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายเบงกาลีแห่งย่านช้างคลาน บุตรของนายตาแดง ศรีอรุณ หรือ "ฮิตารี" พ่อค้าชาวเบงกาลี และนางคำป้อ ชาวพื้นเมืองล้านนา แม้ครอบครัวจะประกอบอาชีพค้าขาย แต่ลุงมัยกลับมีความหลงใหลในศิลปะการแสดง จนสามารถก่อตั้งคณะลิเกของตนเองขึ้นมาได้ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2480–2500 คณะลิเกลุงมัยได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่เพียงในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ยังเดินสายแสดงไปตามอำเภอต่าง ๆ และจังหวัดใกล้เคียง การแสดงของคณะได้รับการยอมรับว่าโดดเด่นทั้งด้านบทบาทการแสดง ความสนุกสนาน และความสามารถในการเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชม จุดเด่นของคณะลิเกลุงมัย ได้แก่ - การแสดงที่มีชีวิตชีวาและเข้าถึงผู้ชมทุกระดับ - การผสมผสานบทตลกและบทละครได้อย่างกลมกลืน - เครื่องแต่งกายและฉากที่วิจิตรสวยงาม - นักแสดงและตัวตลกที่มีชื่อเสียง เช่น นายผัน และนายหลง ซึ่งต่อมาได้แยกตัวไปตั้งคณะของตนเอง คณะลิเกลุงมัยมักได้รับเชิญไปแสดงตามงานบุญ งานปอยหลวง และงานเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ทั้งที่วัดพวกแต้ม วัดหัวฝาย และงานประจำปีในหลายพื้นที่ของเชียงใหม่ ความนิยมของคณะลิเกลุงมัยในยุคนั้นมีมากถึงขั้นเกิดสำนวนติดปากของชาวเชียงใหม่ว่า «"พูดเป็นลิเกลุงมัยไปได้"» ซึ่งสะท้อนถึงชื่อเสียงและอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่คณะลิเกมีต่อสังคมเชียงใหม่ในยุคนั้น จากลิเกสู่บทเพลงลูกทุ่ง : คณะดนตรีลูกทุ่งศรีอรุณ เมื่อยุคลิเกเริ่มลดความนิยมลงตามกระแสสังคม ชาวมุสลิมย่านช้างคลานยังคงมีบทบาทในวงการบันเทิงต่อเนื่อง ผ่านการก่อตั้ง "วงดนตรีลูกทุ่งคณะศรีอรุณ" ซึ่งมีหัวหน้าวงเป็นชาวมุสลิมจากชุมชนเดียวกัน วงดนตรีคณะศรีอรุณได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงไม่ต่างจากลิเกลุงมัย โดยรับงานแสดงในงานวัด งานรื่นเริง และงานประเพณีต่าง ๆ สร้างทั้งชื่อเสียง รายได้ และโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่สมาชิกในชุมชนจำนวนมาก สำหรับคนมัสลิมรุ่นเก่าย่านช้างคลานเชียงใหม่ หากได้ย้อนพูดคุยถึงอดีต มักจะได้ยินคำบอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า «"สมัยก่อนฉันเคยเล่นลิเก" "เคยเป็นนักร้อง" "เคยเป็นหางเครื่อง"» คำบอกเล่าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ศิลปะการแสดงเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ และความฝันของผู้คนในยุคนั้นอย่างแท้จริง ปรากฏการณ์ทางสังคม : จากเวทีการแสดงสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชน การที่ชาวมุสลิมย่านช้างคลานจำนวนมากเข้าสู่วงการลิเกและดนตรี มิได้เป็นเพียงเรื่องของความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในแต่ละยุคสมัย ในช่วงเวลานั้น การเป็นนักแสดงลิเก นักร้อง หรือสมาชิกวงดนตรี ถือเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ชื่อเสียง และสถานะทางสังคมได้ไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ หลายครอบครัวจึงสนับสนุนบุตรหลานให้เข้าสู่วงการบันเทิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป การศึกษาศาสนาอิสลามภายในชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปฏิบัติทางศาสนาก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ชาวมุสลิมจำนวนมากค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและอาชีพไปสู่แนวทางที่สอดคล้องกับหลักศาสนามากยิ่งขึ้น ในทัศนะของนักวิชาการอิสลามจำนวนมาก มีการอ้างอิงคำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัด ﷺ ที่กล่าวถึงความระมัดระวังต่อความบันเทิงบางประเภท โดยเฉพาะดนตรีและการละเล่นที่อาจนำไปสู่การละเลยหน้าที่ทางศาสนา ทั้งนี้ นักวิชาการอิสลามในแต่ละสำนักก็มีทัศนะที่แตกต่างกันในรายละเอียดของประเด็นดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ คณะลิเกและวงดนตรีลูกทุ่งในชุมชนมุสลิมจึงค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคมและศาสนา มรดกแห่งความทรงจำ แม้ว่าวันนี้เสียงปี่พาทย์ของลิเกลุงมัยและเสียงเพลงของคณะศรีอรุณจะเงียบหายไปแล้ว แต่เรื่องราวของพวกเขายังคงเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของชุมชนมุสลิมย่านช้างคลานและของจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ชาวมุสลิมเชียงใหม่ในอดีตมิได้จำกัดบทบาทของตนเองอยู่เพียงด้านการค้าและศาสนาเท่านั้น หากยังมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม ความบันเทิง และความสุขให้กับสังคมเชียงใหม่โดยรวมอย่างงดงาม นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่ครั้งหนึ่งเคยเบ่งบานอยู่ในย่านช้างคลาน และยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนตราบจนทุกวันนี้ ชุมพล ศรีสมบัติ เรียบเรียง อ้างอิงข้อมูล: พ.ต.อ.อนุ เนินหาดลิเกลุงมัย ภาพประกอบ: ภาพแรกลูกหลานลิเกส่งมาให้ส่วนภาพอื่นสืบค้นจาก Google เป็นภาพประกอบบทความเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง