back
กล้าเปลี่ยน! เกษตรกรตรังยึดอาชีพปลูกข้าวโพดแทนกรีดยาง โกยรายได้หลายแสนบาทต่อปี
29 มิ.ย. 2569 05:12
View: 230

The Journalist
ตรัง-กล้าเปลี่ยน! เกษตรกรตรังยึดอาชีพปลูกข้าวโพดหลายสายพันธุ์แทนกรีดยาง โกยรายได้หลายแสนบาทต่อปี จนเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดใหญ่สุดในจังหวัด
.
ที่จังหวัดตรัง นางพัฒนา บัวเพ็ชร อายุ 57 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 5 บ้านยางงาม ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูการเก็บผลผลิตข้าวโพดหวาน และข้าวโพดข้าวเหนียว ที่ตัวเองและสามีร่วมกันปลูกไว้ ขณะที่สามีเร่งทำการเตรียมพื้นที่ เพื่อปลูกใหม่ในแปลงที่เพิ่งเก็บผลผลิตหมด โดยทั้งคู่ได้ยึดปลูกข้าวโพดขายมายาวนานประมาณ 10 ปีแล้ว แทนอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ซึ่งรายได้ไม่แน่นอนเพราะยางพาราราคาตกต่ำ และภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ฝนตกชุก ทำชาวสวนเดือดร้อนกรีดยางไม่ได้ บางช่วงขาดรายได้เป็นเวลานาน
.
โดยได้ปลูกข้าวโพดแบบหมุนเวียนในพื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมันขนาดเล็กของเพื่อนบ้าน ซึ่งให้ทำฟรีไม่คิดเงินหรือค่าเช่า โดยทั้ง 2 คน มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 10 ไร่ โดยวางแผนการปลูก แบ่งเป็นรุ่นๆ เนื้อที่แต่ละแปลง/รุ่น ประมาณ 1-2 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน เพราะมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ จากคลองลำภูรา และ คลองแม่น้ำตรัง จึงดึงน้ำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ทำให้สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าร้อนข้าวโพดจะให้ผลผลิตดีกว่าหน้าฝน
.
นางพัฒนา บัวเพ็ชร เกษตรกรชาวตรัง เล่าว่า สามีจะมีหน้าที่ในการเตรียมแปลง เมื่อเก็บผลผลิตหมดแต่ละรุ่น ก็จะให้ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวมาตัดต้นข้าวโพดเอาไปเลี้ยงวัวจนหมด จากนั้นสามีก็จะเข้าทำการเตรียมแปลงเพื่อเตรียมปลูกทดแทนใหม่ ซึ่งสายพันธุ์ที่ใช้คือ ข้าวโพดหวานจัมโบ้สวีท (Jumbo Sweet F1) ใช้เวลาปลูกประมาณ 70 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ นอกจากนั้น ได้วางแผนปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวไว้ในแปลงเดียวกับข้าวโพดหวาน เพื่อให้ได้สีของข้าวโพดเหนียวตามต้องการ
.
“วิธีการปลูกข้าวโพดข้าวเหนียว คือ ปลูกข้าวโพดหวานก่อนเป็นเวลา 6 วัน โดยเว้นพื้นที่ช่องว่างระหว่างต้นข้าวโพดหวานไว้ เมื่อครบ 6 วัน ก็จะทำการปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวแซมลงไป เพื่อให้เกสรข้าวโพดหวานผสมกับเกสรข้าวโพดข้าวเหนียว พอครบ 70 วัน ทั้งข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียว ก็จะโตและเก็บผลผลิตได้พร้อมกัน น้ำหนักดี เพียง 2-3 ฝัก/กก. ซึ่งข้าวโพดหวานจะมีสีเหลืองสดเมล็ดเรียงสมบูรณ์เต็มฝัก รสชาติหวานมัน กรอบ อร่อย ส่วนข้าวโพดข้าวเหนียว จะได้สีเหลือง แซมด้วยสีม่วง สีขาวเล็กน้อย รสชาติจะออกเหนียวกว่า แต่หวานมันอร่อยเช่นเดียวกัน”
.
นางพัฒนา บอกอีกว่า ทั้งนี้ หากปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวแยกแปลงเดี่ยวไม่ปลูกรวมกับข้าวโพดหวาน จะได้ข้าวโพดข้าวเหนียวฝักสีม่วง เคี้ยวเหนียวหนึบรสชาติหวานมันอร่อยเช่นกัน โดยลูกค้าจะนิยมข้าวโพดข้าวเหนียวสีเหลือง-ม่วง มากกว่าสีม่วงทั้งฝัก จึงปลูกรวมกันดังกล่าว นอกจากนี้เทคนิคการปลูกอีกประการคือ จะเว้นฝักที่สมบูรณ์ไว้แค่ต้นละ 1 ฝัก เท่านั้น เกินกว่านั้นจะหักขายเป็นข้าวโพดอ่อนทั้งหมด กก.ละ 80 บาท เพราะหากเว้นไว้ฝักจะแย่งอาหารกันเลี้ยงตัวเอง ผลที่ได้ฝักจะไม่สมบูรณ์ทั้งหมด แต่เมื่อเหลือต้นละฝัก ทำให้ข้าวโพดที่ได้ฝักจะเรียงเมล็ดสวยงามเต็มฝัก ซึ่งปลูกข้าวโพดสามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะอยู่ทั้งในพื้นที่ อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด และอำเภอเมืองตรัง ที่ซื้อไปเพื่อนำไปต้มขายต่อ
.
นางพัฒนา กล่าวว่า โดยลูกค้าจะสั่งครั้งละหลายสิบกิโลกรัม ถึงนับร้อยกิโลกรัม บางวันต้องเก็บมากถึง 400 กิโลกรัม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งตนเองเก็บคนเดียวใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องจ้างแรงงาน แค่หักใส่กระสอบปุ๋ย เพราะทุกฝักจะสมบูรณ์เหมือนกัน ไม่ต้องมาคัดแยก แต่ละกระสอบหนักประมาณ 35 กิโลกรัม ส่วนสามีแค่มาช่วยแบกกระสอบกลับเท่านั้น ราคาขายส่งหน้าสวน ข้าวโพดหวานกิโลกรัมละ 15 บาท ข้าวโพดข้าวเหนียวกิโลกรัมละ 17 บาท หากขายปลีก ข้าวโพดหวานกิโลกรัมละ 25 บาท ข้าวโพดข้าวเหนียวกิโลกรัมละ 30 บาท ตลาดต้องการสูง เพราะคนปลูกน้อย จึงมีไม่เพียงพอความต้องการ ต่อปีสร้างรายได้รวมกว่า 300,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 25,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีกว่ายางพารา เพราะก่อนหน้านั้นตัวเองและสามีมีอาชีพกรีดยางจ้าง รายได้ไม่ดี จึงเลิกทำและหันมายึดอาชีพปลูกข้าวโพดขายมานานนับ 10 ปีแล้ว ส่วนตัวจึงส่วนเปลือกข้าวโพดหากปอกเองจะชาวบ้านที่เลี้ยงวัวมาขอเอาไปเลี้ยงวัว
.
“นอกจากนั้นในพื้นที่ยังมีญาติๆ และชาวบ้านรายอื่นๆปลูกอีกกว่า 10 ราย รายละไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ในพื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางพารา ซึ่งชาวบ้านให้ปลูกฟรี เพราะได้ช่วยดูแลสวนให้ด้วย ถือว่าเป็นแหล่งใหญ่ของการปลูกข้าวโพดในจังหวัดตรัง ส่วนตัวหากเป็นหน้าฝนจะปลูกประมาณ 5 ไร่ ลดพื้นที่ปลูก เพราะบางจุดพื้นที่น้ำท่วมถึง แต่พอหน้าแล้งจะปลูกได้ทุกแปลง และได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงยึดเป็นอาชีพมายาวนานนับ 10 ปี” นางพัฒนา เล่า
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













