back
## **'ประเสริฐ' เคลียร์ชัด! ปอเนาะไม่ใช่แหล่งบ่มเพาะรุนแรง เตรียมตั้ง 'บอร์ดหรือสภาพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้' ยกระดับคุณภาพชีวิต**
30 เม.ย. 2569 06:14
View: 58

Shukur Dina
## **'ประเสริฐ' เคลียร์ชัด! ปอเนาะไม่ใช่แหล่งบ่มเพาะรุนแรง เตรียมตั้ง 'บอร์ดหรือสภาพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้' ยกระดับคุณภาพชีวิต**
**กรุงเทพฯ (29 เม.ย. 69)** – รมว.ศึกษาธิการ เปิดกระทรวงถก "เครือข่ายสามพี่น้องการศึกษาอิสลาม" สยบดราม่าปอเนาะ-ตาดีกา ยันตรวจสอบแล้วไม่พบความเชื่อมโยงก่อการร้าย พร้อมขานรับข้อเสนอตั้งผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ดูแลการศึกษาโดยเฉพาะ และเดินหน้าสร้าง "ประวัติศาสตร์สมานมิตร" เพื่อสันติสุขยั่งยืน
### **สรุปสถานการณ์: การเผชิญหน้าสู่การทำความเข้าใจ**
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เชิญผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา กลุ่มปอเนาะ และตาดีกา รวม 45 คน เข้าหารือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง (สมช.) และ ศอ.บต. เพื่อคลี่คลายกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงว่าสถาบันการศึกษาอิสลามเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับพี่น้องในพื้นที่
### **📌 ส่วนที่ 1: ข้อชี้แจงจากเครือข่ายการศึกษาอิสลาม**
ตัวแทนเครือข่ายฯ (สมาพันธ์โรงเรียนเอกชน, สถาบันปอเนาะ และมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา) ได้ชี้แจงประเด็นสำคัญต่อรัฐบาล ดังนี้:
* **ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง:** การยื่นหนังสือที่ผ่านมาคือ "พันธกิจทางศีลธรรม" เพื่อปกป้องเกียรติยศของสถาบันศึกษาตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่กฎหมู่หรือการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐ
* **ยืนยันอุดมการณ์:** สถาบันศึกษาอิสลามคือรากฐานของการสร้าง "พลเมืองดี" ไม่ใช่วิถีของโจรหรือกระบวนการแบ่งแยกดินแดน
* **พร้อมให้อภัยและร่วมมือ:** เครือข่ายฯ พร้อมข้ามผ่านความเข้าใจผิด และมุ่งทำงานร่วมกับ ศธ. ภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568 - 2570
### **📌 ส่วนที่ 2: 6 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนา**
จากการระดมความเห็นร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าและภาคประชาสังคม เครือข่ายฯ ได้ยื่นข้อเสนอ 6 ประเด็นหลักต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้:
1. **ปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร:** ดึงหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับของ ศอ.บต. โดยให้ตั้งตำแหน่ง **"ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ด้านการศึกษา"** และจัดตั้ง **"สภาการศึกษาชายแดนใต้"**
เพื่อยกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มุ่งเน้นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ และสร้างระบบแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสันติสุขที่ยั่งยืน
2. **ยกระดับมาตรฐานสากล (G to G):** เร่งรัดการลงนามรับรองหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนปลายกับ **มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์** ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล เพื่อความมั่นใจในการศึกษาต่อของนักเรียนไทย
3. **ผลักดันกฎหมายรองรับ:** สนับสนุนการตั้งอนุกรรมาธิการในสภาฯ เพื่อศึกษาการจัดการศึกษาอิสลาม และผลักดัน **ร่าง พ.ร.บ.ตาดีกา และ พ.ร.บ.ปอเนาะ** ให้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนและยั่งยืน
4. **สื่อสารสร้างความเข้าใจเชิงรุก:** ขอให้ ศธ. ออกแถลงการณ์ทางการเพื่อชี้แจงบทบาทที่ถูกต้องของปอเนาะ-ตาดีกาต่อสังคม และบรรจุเนื้อหา **"ประวัติศาสตร์สมานมิตร"** ในหลักสูตรทุกระดับชั้นเพื่อลดความขัดแย้ง
5. **ยกระดับสวัสดิการและวิชาชีพครู:** เปิดโอกาสให้ครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาสามารถ **สอบบรรจุเป็นข้าราชการครู** ในสังกัด สช. ได้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นธรรมในการทำงาน
6. **ปั้นโมเดลต้นแบบอาเซียน:** สนับสนุนการจัดตั้ง **"ปอเนาะ-ตาดีกาต้นแบบ"** ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้อิสลามแห่งอาเซียนที่สามารถรองรับนักศึกษาต่างชาติได้ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว
### **บทสรุปจากภาครัฐ**
นายประเสริฐ ยืนยันว่าจากการตรวจสอบของ สช. **"ยังไม่พบปัญหาตามที่ถูกกล่าวหา"** และพร้อมจะตั้ง "บอร์ดการศึกษา" เพื่อดึงทุกภาคส่วนมาร่วมทำงาน หรือ
สภาพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้"** เพื่อการทำงานที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
ขณะที่ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ย้ำว่าพร้อมเป็นตัวกลางในการพิสูจน์ความโปร่งใสและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
> *"ข้อมูลที่บิดเบือนทำให้เราไม่เข้าใจกัน การพูดคุยกันตรงๆ แบบพี่น้องจะช่วยให้ปัญหาจบเร็วกว่าเดิม"* — นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวทิ้งท้าย
หมายเหตุ สำหรับเนื้อหาฉบับเต็มหนังสือถึง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง ขอชี้แจงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการจัดการศึกษาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
สิ่งที่ส่งมาด้วย๑. สำเนาหนังสือที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี ฉบับลงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๙
๒. บทความการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๓. แนวทางการรับรองวุฒิอิสลามศึกษาเพื่อศึกษาต่อมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์
ตามที่ตัวแทนเครือข่ายสามพี่น้องการศึกษาอิสลามอันประกอบด้วยสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๙ ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรณีผลกระทบจากทัศนคติและการกล่าวพาดพิงสถาบันการศึกษาปอเนาะและตาดีกาในพื้นที่นั้น
ในการนี้ เครือข่ายสามพี่น้องการศึกษาอิสลาม ขอนำเรียนข้อชี้แจงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
๑. ขอชี้แจงต่อสถานการณ์และการเคลื่อนไหว การเข้ายื่นหนังสือและแสดงเจตนารมณ์ที่ผ่านมา มิใช่การเคลื่อนไหวทางการเมืองเชิงปฏิปักษ์ หรือการใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหา หากแต่เป็นการแสดงออกถึง“พันธกิจทางศีลธรรม”เพื่อปกป้องเกียรติยศของสถาบันการศึกษาตามครรลองประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญและหลักการศาสนา เพื่อยืนยันว่าสถาบันศึกษาอิสลามมิใช่วิถีของโจรหรือกระบวนการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างพลเมืองดี
๒. จุดยืนด้านความร่วมมือเพื่อสันติสุข เครือข่ายฯ พร้อมให้อภัยต่อความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น และมีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๐ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อยกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มุ่งเน้นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ และสร้างระบบแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสันติสุขที่ยั่งยืน
๓. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาร่วมกัน จากข้อเรียกร้องในการยื่นจดหมายต่อนายกรัฐมนตรีในวันดังกล่าวและจากการระดมความเห็นร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า สมช. กอ.รมน. สำนักงานการศึกษาเอกชน ของกระทรวงศึกษาธิการและภาคประชาสังคม เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๙ ณ จังหวัดปัตตานี จึงขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
- การปฏิรูปโครงสร้าง พิจารณานำหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ศอ.บต. โดยให้มีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ด้านการศึกษา และจัดตั้ง “สภาการศึกษาชายแดนใต้” เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับวิถีวัฒนธรรม
- ยกระดับมาตรฐานสากล (G to G) เร่งรัดการลงนามรับรองหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนปลายเพื่อศึกษาต่อมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล เพื่อสร้างความมั่นคงในเส้นทางการศึกษาต่อของนักเรียนไทย
/- กลไกนิติบัญญัติและตรวจสอบ…
- กลไกนิติบัญญัติและตรวจสอบ ผลักดันให้มีคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการจัดการศึกษาอิสลามชายแดนใต้ในสภาผู้แทนราษฎร เหมือนกับเคยตั้ง กมธ.ตาดีกา เมื่อสมัยการประชุมที่ผ่านมา และพิจารณาให้มีร่าง พ.ร.บ.ตาดีกา และ พ.ร.บ.ปอเนาะ เพื่อรองรับสถานะทางกฎหมายและการพัฒนาที่ยั่งยืน
- การสื่อสารสร้างความเข้าใจ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงข้อสงสัยของสังคมต่อบทบาทของศูนย์ตาดีกา สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ทั้งในมิติข้อกฎหมายและคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต
- กระทรวงศึกษาธิการนำแนวคิดประวัติศาสตร์สมานมิตรโดยจัดพิมพ์เนื้อหาประวัติศาสตร์สมานมิตรเพื่อการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ทุกระดับชั้น รวมทั้งสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนออกแบบจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ชาติกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดความสัมพันธ์ที่ ดีที่สุดสามารถยอมรับความต่าง เคารพความเห็น สามารถเปิดพื้นที่
- ยกสวัสดิการให้กับพนักงานราชการ
เพื่อสร้างความเป็นธรรมและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครู เสนอให้ภาครัฐพิจารณา “เปิดโอกาสและกำหนดสิทธิ์” ให้ครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถเข้าสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
(นายขดดะรี บินเซ็น)
นายยกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
( นายมูสำหมัดชูวารี สาแล )
นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
( นายอับดุลมูไฮมีน สาและ)
ประธาน มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต
>
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










