back

เมื่อผู้บ่าวผู้สาว ม.นครพนม เปลี่ยนชุดลงดำนา ม่วนขนาด

6 ส.ค. 2569 12:17 View: 66
author profile image
นักข่าวพลเมือง มหาวิทยาลัยนครพนม
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 คงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน เพราะกิจกรรมจะเป็นการสร้างประสบการณ์ตรงที่หล่อหลอมทั้งองค์ความรู้ ทักษะชีวิต และคุณธรรมควบคู่กันไป โดยเฉพาะสำหรับสถาบันการศึกษาที่มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาชีพและการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจึงเป็นอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจคุณค่าของธรรมชาติ สังคม และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน กิจกรรมจิตอาสาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปีการศึกษา 2569 พานักศึกษาจากคณะเกษตรและเทคโนโลยี พร้อมเพื่อน ๆ จากคณะครุศาสตร์ ออกมาทำกิจกรรม "ปล่อยปลาและดำนาโยน" ที่ทั้งเปื้อน ทั้งเปียก แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน หลายคนอาจคิดว่าการดำนาเป็นเรื่องของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่พอลองลงมือทำจริงกลับพบว่า "การดำนาโยน" เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดการก้มทำงาน ไม่ต้องปักกล้าทีละต้นเหมือนแบบดั้งเดิม และยังเป็นเทคนิคการปลูกข้าวที่ตอบโจทย์เกษตรยุคใหม่มากขึ้น และที่สำคัญหลายคนเพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก นายวัชพล สาริศรี นักศึกษาคณะครุศาสตร์ บอกว่า แม้ที่บ้านจะทำนาแต่ก็ไม่เคยดำนาโยนมาก่อน ตอนแรกแอบตื่นเต้น แต่พอได้ลองจริงกลับรู้สึกสนุกกว่าที่คิด ได้เจอเพื่อนใหม่ต่างคณะ แม้ฝนจะตกตลอดกิจกรรมยิ่งทำให้บรรยากาศครึกครื้น และค้นพบว่าการดำนาโยนไม่ได้ยากอย่างที่คิด เช่นเดียวกับนักศึกษาคณะเกษตรและเทคโนโลยีที่ยอมรับว่า การดำนาโยนช่วยลดอาการปวดหลังเมื่อเทียบกับการดำนาแบบปักกล้า อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิถีการทำนาในอีกมุมหนึ่ง และสนุกกับการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนต่างคณะ กิจกรรมไม่ได้มีแค่การดำนาโยนเท่านั้น ทุกคนยังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาดุกและปลาตะเพียนลงสู่สระน้ำทฤษฎีใหม่ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลระบบนิเวศภายในมหาวิทยาลัย นางสาวมุกดา คำพิลา นายกสโมสรนักศึกษาคณะเกษตรและเทคโนโลยี เล่าว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่จัดกิจกรรมในรูปแบบนี้ และได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด เพราะนอกจากความสนุกแล้ว ทุกคนยังได้เรียนรู้วิถีเกษตรที่เป็นรากฐานของสังคมอีสาน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน สิ่งที่น่าสนใจ คือ กิจกรรมแบบนี้ทุกคนได้ลงมือทำจริง ได้สัมผัสโคลนในนา เห็นคุณค่าของน้ำ เห็นความสำคัญของปลา และเข้าใจว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่ทุกคนนำกลับไปไม่ใช่แค่รองเท้าที่เต็มไปด้วยโคลน แต่ยังมีประสบการณ์ใหม่ มิตรภาพ และความเข้าใจในวิถีเกษตรที่ติดตัวไปอีกนาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
# ชาวบ้านมัสยิดนูรุลฮีดายะห์ ปลักซิมปอร์ สตูล รวมใจจัดเลี้ยงน้ำการกุศลทุกวันศุกร์: อิ่มบุญ สานพลังศรัทธาและวิถีวัฒนธรรมชุมชน อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุข
7 ส.ค. 2569 08:55
author profile image
Shukur Dina

# ชาวบ้านมัสยิดนูรุลฮีดายะห์ ปลักซิมปอร์ สตูล รวมใจจัดเลี้ยงน้ำการกุศลทุกวันศุกร์: อิ่มบุญ สานพลังศรัทธาและวิถีวัฒนธรรมชุมชน อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุข

# ชาวบ้านมัสยิดนูรุลฮีดายะห์ ปลักซิมปอร์ สตูล รวมใจจัดเลี้ยงน้ำการกุศลทุกวันศุกร์: อิ่มบุญ สานพลังศรัทธาและวิถีวัฒนธรรมชุมชน อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุข

View: 5
Like: 1
Comment: 0