back

จาก ‘โขนพระราชทาน’ สู่ ‘วิศวกรเครื่องจักรกล’ มทร.ศรีวิชัย เส้นทางชีวิตหักศอกของ "ปิง-ธนวรรณ" ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อจุดเปลี่ยน

4 พ.ย. 2569 15:07 View: 13
author profile image
PR มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
เปิดเรื่องราวสุดทัชใจของ "ปิง-ธนวรรณ วังสกุล" นักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร วิทยาลัยรัตภูมิ มทร.ศรีวิชัย ชายหนุ่มผู้พิสูจน์ให้เห็นว่า "ไม่มีคำว่าสายเกินไป" ด้วยการหักดิบเส้นทางชีวิตจากเวทีโขนพระราชทานอันทรงเกียรติ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเฟืองจักรและคราบน้ำมัน จนค้นพบศักยภาพใหม่ที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น เรื่องราวเชิงสร้างแรงบันดาลใจนี้เป็นของ นายธนวรรณ วังสกุล หรือ "ปิง" นักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร (ต่อเนื่อง) วิทยาลัยรัตภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เด็กหนุ่มผู้กล้าก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงผ่านจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต เส้นทางชีวิตของปิงเริ่มต้นขึ้นด้วยความหลงใหลในศิลปะไทย ด้วยพื้นฐานนาฏศิลป์และการรำที่มีอยู่เดิม ผนวกกับความตั้งใจอันแน่วแน่ที่อยากมีโอกาสร่วมแสดงโขนพระราชทาน ทำให้เขาเลือกเดินในสายศิลปะ ซึ่งความมุ่งมั่นนั้นส่งผลให้เขาได้รับโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ในชีวิต คือการร่วมแสดงโขนหน้าพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9 ณ กรุงเทพมหานคร รวมถึงผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมแสดงโขนพระราชทาน ซึ่งถือเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิต แต่เส้นทางสายศิลปินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปิงต้องเผชิญกับมรสุมด้านการเรียนและการปรับตัวอย่างหนัก จนตัดสินใจลาออกและหยุดพักการศึกษาไปนานถึง 2 ปี ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย จนกระทั่งได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ผู้ใหญ่ 2 ท่านให้กลับมาเรียนต่อ ประกอบกับความสนใจส่วนตัวเรื่องการแต่งรถมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เขาจึงตัดสินใจฮึดสู้อีกครั้งบนเส้นทางใหม่ที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ด้วยการเข้าศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาช่างยนต์ ที่วิทยาลัยรัตภูมิ การเปลี่ยนจากสายศิลปะมาสู่สายช่างที่ต้องลุยงานปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่าย ปิงยอมรับว่าต้องเผชิญกับความกดดันและความไม่มั่นใจ เนื่องจากไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านนี้มาก่อน แต่เขาเลือกที่จะเปิดใจยอมรับความแตกต่าง ตั้งใจศึกษา และหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ โดยปิงค้นพบว่า ประสบการณ์จากนาฏศิลป์ที่ต้องฝึกซ้อมและทำซ้ำ ๆ จนเกิดความชำนาญ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการฝึกทักษะงานช่าง ตลอดจนการใช้ไหวพริบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม จนทำให้เขาเกิดความเชี่ยวชาญ ความสำเร็จในสายช่างกลายเป็นแรงผลักดันให้ปิงอยากเรียนรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาจึงตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร เนื่องจากสนใจในด้านเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีทางการเกษตร การเดินทางข้ามศาสตร์ครั้งนี้ทำให้เขาค้นพบศักยภาพใหม่ในตัวเองว่า เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับสาขาวิชาที่แตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะเป็นการเริ่มต้นในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยก็ตาม ปัจจุบัน ปิงมีเป้าหมายสู่อนาคตที่ชัดเจน คือการมีหน้าที่การงานที่ดีและมั่นคง เพื่อดูแลครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น พร้อมกันนี้เขายังฝากข้อคิดเตือนใจถึงคนที่กำลังหลงทางหรือลังเลในเส้นทางชีวิตไว้ว่า ควรเริ่มต้นจากการค้นหาเป้าหมายของตัวเองให้ชัดเจน อย่ากลัวว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร และอย่าลังเลที่จะลงมือทำ ขอเพียงมีความมุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ มีความอดทนและมีวินัยในตนเอง ก็จะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้อย่างแน่นอน เรื่องราวของปิงจึงเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่กล้าจะเปลี่ยนและลงมือทำอย่างจริงจัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง