back
กลับบ้านมาปลูก “ผักพายน้อย” ตลาดวิ่งมาหาเอง แม่ค้าโทรตามถึงแปลง
1 พ.ย. 2569 16:39
View: 273

Yuthaprom Somjai
จากแม่อ้อ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ช่างเสริมสวยกลับบ้านมาปลูก “ผักพายน้อย”
เคยจับกรรไกรทำผมให้ลูกค้ากรุงเทพฯ เกือบ 20 ปี วันนี้ “พี่แก้ว” กนกวรรณ เผ่ากันทะ แห่งบ้านแม่แก้วใต้ จับ “ผักพายน้อย” แทน และบอกว่างานนี้ได้เงินสดทุกวัน เหนื่อยน้อยกว่า แถมยังไม่ต้องไปนั่งตลาดเอง เพราะ “ตลาดจะวิ่งมาหาเราเอง”
จากร้านเสริมสวย สู่แปลงผักน้ำ
ชีวิตช่างเสริมสวยในกรุงเทพฯ ของพี่แก้วเล่าว่า ตื่นสิบเอ็ดโมงเช้า เปิดร้านเอง กว่าจะได้นอนก็ตีหนึ่งตีสอง ทำผมยาวแบบต่อเนื่อง พี่แก้วบอกขำๆว่า “สะสมโรค” มากกว่าสะสมเงิน
ปี 2560 กลับบ้านเกิด แต่ที่บ้านช่างทำผมราคาถูกมาก ไม่มีงานให้ทำ แต่ยังมีที่ดินอยู่ราว 5 ไร่ จะทำนาก็ต้นทุนสูง จึงเดินดูตลาดแล้วสะดุดตากับผักมัดเล็กๆ ที่แม่ค้าขายมัดละ 10 บาท “ลองดูสักตั้ง” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
ผักอะไร ทำไมไม่ค่อยมีใครทำ
ผักชนิดนี้ชื่อ “ผักพายน้อย” เป็นผักพื้นบ้านที่เคยขึ้นอยู่ตามท้องไร่ท้องนา พี่แก้วเอามาปลูกจริงจังแบบประยุกต์ ผักจึงอวบ น่ากิน ลักษณะเด่นคือเป็นพืชน้ำ ชอบน้ำ ปลูกครั้งเดียวเก็บได้ราว 5-6 เดือน เด็ดแล้วแตกกอใหม่ เก็บวนไปวนมาทุกวัน ปีหนึ่งทำได้ 2 รอบ
แล้วรสชาติ พี่แก้วบอกว่า “หวานขม” กินครั้งแรกจะออกขมนิดๆ พอลิ้นคุ้น จะกลับกลายเป็นหวาน และทำให้กินข้าวอร่อยขึ้น เหมือนสมุนไพรชนิดหนึ่ง ผัด ต้ม ลวกจิ้ม หรือแกงก็ได้ทั้งนั้น
ตอนแรกพี่แก้วเองก็เคยไม่กล้ากิน “แรกๆ กินไม่เป็นเหมือนกัน นึกในใจว่ามันไม่อร่อย จะขายได้เหรอ” แต่สุดท้ายก็ติดใจ
ยากตรงไหน “หญ้า” คือด่านแรก
ถ้าง่าย ทุกคนคงปลูกกันหมดแล้ว พี่แก้วเล่าว่าเหตุผลที่ไม่ค่อยมีใครทำ เพราะมัน “ทำยาก ถ้าคนไม่อดทน” ผักโตช้าตอนแรก หญ้าจะขึ้นนำหน้า ต้องใจเย็นถอนหญ้าออกให้หมด ถ้าระบบน้ำไม่พร้อมก็ลำบาก แต่พอผ่านด่านนี้ไปได้ “นั่นแหละจะเห็นเป็นเงิน” พี่แก้วกล่าว
เงินสดรายวัน ตลาดโทรตาม
สิ่งที่ทำให้พี่แก้วยิ้มกว้างที่สุดคือเรื่องการขาย เมื่อผักออก แม่ค้าจะโทรมาเอง มีลูกค้าประจำ ไม่ต้องวิ่งหาตลาด และได้เงินสดทุกวัน
ถ้าเก็บทั้งแปลง ได้ราว 1,000 บาท ใช้เวลาครึ่งวัน พี่แก้วเทียบให้ฟังว่า การทำเมล็ดพันธุ์ข้าวก็ดี ได้ไร่ละราว 8,000-10,000 บาท แต่ต้องดูแลพื้นที่กว้าง ต้องทำจำนวนมาก ขณะที่ผักเก็บได้ทุกวัน งานเบากว่า ดูแลง่ายกว่า และ “ผลผลิตต่างกันหลายเท่า” เมื่อเทียบกับพื้นที่
ทำงานครึ่งวัน เช้าลุย สายพัก
การทำงานของพี่แก้วก็น่ารักไม่แพ้ตัวผัก เช้าออกมาทำงาน พอสายๆ แดดออกก็หยุด ไปนั่งพักที่พักที่ตกแต่งไว้ให้สบาย ทำแบบนี้ทุกวัน “เอาความสุขให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยบริหารจัดการ”
เรื่องแรงงานก็ไม่ต้องเครียด ปลูกและจัดการแปลงเสร็จ ทำสองคนกับแฟนก็ได้ แต่ก็เลือกทำไว้เยอะๆ เพื่อให้ทีมงานมีงานทำ พอเก็บผัก ก็จ่ายค่าแรงจากรายได้รายวันได้เลย ไม่ต้องควักเนื้อตัวเอง ที่เหลือคือกำไร
พี่แก้วยังบอกด้วยว่า ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน ยังไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเลย แม้ดูเหมือนงานหนัก แต่ “ไม่ได้หนักสำหรับพี่”
แล้วนาล่ะ ยังทำไหม
ทำ แต่ลำดับความสำคัญชัดเจน นาที่ทำคือ “ไว้กินก่อน” ที่เหลือจึงทำเป็นเมล็ดพันธุ์ ส่วนผักเอาไว้ “หมุนเงิน” เป็นรายวัน วางแผนให้ทั้งสองอย่างช่วยกัน
ฝากถึงเพื่อนบ้าน “ใจเปิดก่อน”
พี่แก้วมองว่าคนบ้านเดียวกันหลายคนยังไม่กล้าเปลี่ยน กลัวเสียพื้นที่ ความรู้ไม่ค่อยมี เข้าถึงหน่วยงานยาก ทั้งที่หน่วยงานสนับสนุนเยอะ และมักทำตามกระแส ปีไหนใครว่าปลูกอะไรดีก็ปลูกตาม พอตลาดล้นก็โดนกดราคา พี่แก้วเชื่อว่า “ถ้าใจเปิด มันก็ง่ายขึ้น”
ส่วนตัวเอง ยอมรับตรงๆ ว่าไม่ได้รวยเป็นแสนอย่างที่ฝันตอนแรก แต่ได้อะไรที่อาจมีค่ากว่า คือรายได้ทุกวัน เวลาของตัวเอง และสุขภาพที่ดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











