back
ราชบุรีเปิดศึกเอเลี่ยนสปีชีส์ จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ” หลังพบระบาด 6 อำเภอ กระทบระบบนิเวศและชาวประมงพื้นบ้าน พร้อมเตือนบทลงโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
4 พ.ย. 2569 15:03
View: 8

Rad Ri Lab สื่อสาธารณท้องถิ่นราชบุรี
ราชบุรีเปิดศึกเอเลี่ยนสปีชีส์ จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ” หลังพบระบาด 6 อำเภอ กระทบระบบนิเวศและชาวประมงพื้นบ้าน พร้อมเตือนบทลงโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
จังหวัดราชบุรีเดินหน้ารับมือวิกฤตสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกราน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ” ระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2569 ณ บริเวณหนองทอแพ ตำบลสามเรือน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อผนึกกำลังภาคประชาชนและชุมชนท้องถิ่นในการควบคุมและกำจัดประชากรปลาหมอคางดำที่กำลังคุกคามระบบนิเวศแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีค่าตอบแทนสนับสนุนผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่านละ 200 บาท พร้อมรับซื้อปลาหมอคางดำที่จับได้ในราคากิโลกรัมละ 5 บาท
เสียงสะท้อนชาวบ้านเมื่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นหาย รายได้หดตัว
นายวิชาญ อัดโดดดร ชาวบ้านที่เดินทางมาจาก ตำบลหนองกวาง อำเภอโพธาราม เพื่อกิจกรรมจับปลาหมอคางดำเปิดเผยถึงความเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำว่า ในอดีตบริเวณนี้มีปลานิลและปลาพื้นถิ่น เช่น ปลาช่อน อยู่ชุกชุม แต่ปัจจุบันปลาพื้นถิ่นแทบจะสูญหายไปทั้งหมด เหลือเพียงปลาซัคเกอร์เล็กน้อย และกลายเป็นปลาหมอคางดำที่เข้ามาแทนที่เกือบ 100% และในเช้านี้เขาเองก็จับปลาหมอคางดำไปได้แล้วกว่า 12 กิโลกรัม
พร้อมเล่าถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำว่า กระทบต่อรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง เนื่องจากปลาหมอคางดำไม่เป็นที่ต้องการของตลาดเหมือนปลานิลที่จำหน่ายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50–60 บาท ขณะที่ปลาหมอคางดำแม้จะได้รับการสนับสนุนรับซื้อจากสำนักงานประมงในราคากิโลกรัมละ 5 บาท แต่ก็ยังมีความแตกต่างด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมาก
ในขณะที่ภาพรวมการระบาดในราชบุรี พบว่าชุกชุมน้อยแต่ขยายพันธุ์เร็ว
นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรี ให้ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดว่า จากการสำรวจทั้งหมด 10 อำเภอของจังหวัดราชบุรี พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำใน 6 อำเภอ ได้แก่ ดำเนินสะดวก, บางแพ, วัดเพลง, ปากท่อ, เมือง และโพธาราม
ระดับความหนาแน่นในปัจจุบันจัดอยู่ในเกณฑ์ "ชุกชุมน้อย" คือมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร (เกณฑ์ชุกชุมน้อยกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร) อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของปลาหมอคางดำคือความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและวงจรการขยายพันธุ์ที่รวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 21–22 วันก็สามารถวางไข่และออกลูกได้แล้ว
นอกจากนี้ แหล่งน้ำธรรมชาติยังมีอุปสรรคสำคัญ เช่น ผักตบชวา จอกแหน กิ่งไม้ และโขดหิน ซึ่งกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวชั้นดี อีกทั้งคุณภาพน้ำในหลายจุดค่อนข้างต่ำจนปลาพื้นถิ่นอย่างปลาตะเพียน ปลากระดี่ หรือปลาสร้อยไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่กลับเป็นสภาวะที่ปลาหมอคางดำทนทานและเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะบริเวณคลองหนองทอแพที่เชื่อมต่อกับคลองหนองบางงู (ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม) ซึ่งแวดล้อมด้วยฟาร์มปศุสัตว์ ทั้งฟาร์มเป็ด ไก่ หมู และวัว ทำให้น้ำมีปริมาณสารอาหารและลูกไร (ไรแดง) อุดมสมบูรณ์ จึงกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่ดึงดูดให้ปลาหมอคางดำมารวมตัวกันหนาแน่น
นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรี กล่าวเพิ่มเติมถึงปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์น่ากังวลขึ้นว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดราชบุรีปีนี้รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี มวลน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งจากลำคลอง ลำรางสาธารณะ และหนองทอแพ ได้ไหลข้ามถนนเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งสวนมะพร้าวและแปลงนาข้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้ปลาหมอคางดำที่แฝงตัวอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติหลุดรอดและแพร่กระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ การเร่งสกัดกั้นและจำกัดวงการแพร่ระบาดหลังน้ำลด ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของกรมประมงและสำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี เพื่อขับเคลื่อนตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง
พร้อมบอกถึงการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองครั้งนี้มีเป้าหมายหลัก 2 ประการ:
1.การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การตัดวงจรการระบาดไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยกำลังของหน่วยงานภาครัฐเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชน ในการช่วยกันเฝ้าระวังและดักจับอย่างต่อเนื่อง
2.ปรับมุมมองด้านการบริโภค แม้ปลาหมอคางดำจะเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ แต่ไม่ได้มีความดุร้ายที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และเนื้อปลายังมีรสชาติและคุณภาพที่นำมาปรุงอาหารได้ดี ไม่แพ้ปลานิลหรือปลาสลิด ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารเพื่อลดปริมาณในธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง
นายอำนาจ จีนขาวขำ ยังได้ฝากเตือนประชาชนและเกษตรกรเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เข้มงวดในการควบคุมปลาหมอคางดำว่า
การเพาะเลี้ยงหรือครอบครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ การปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเปิด หรือการลักลอบนำไปปล่อยในพื้นที่/จังหวัดที่ยังไม่มีการระบาด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ประมงจังหวัดราชบุรีขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการแพร่ระบาดหรือการกระทำความผิด ให้รีบแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ทันที เพื่อร่วมกันปกป้องแหล่งน้ำและทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่นของราชบุรีอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











