back
ผปก.โซลาร์เซลล์ตรังยันไม่ร่วมโครงการโซลาร์รูฟท็อป แม้รบ.ปรับลดเงินประกัน ฟันธงเอื้อทุนใหญ่ -กฟผ.-กฟภ. ผ่านกลไกซ่อนเร้น แฉ ขบวนการขายช่วงงานเริ่มขยับ
4 พ.ย. 2569 14:31
View: 45

จำนง ศรีนคร
ผปก.โซลาร์เซลล์ตรังยันไม่ร่วมโครงการโซลาร์รูฟท็อป แม้รบ.ปรับลดเงินประกัน ฟันธงเอื้อทุนใหญ่ -กฟผ.-กฟภ. ผ่านกลไกซ่อนเร้น แฉ ขบวนการขายช่วงงานเริ่มขยับ
.
ตรัง-ผู้ประกอบการโซลาร์เซลล์ตรัง ยัน ไม่ร่วมโครงการโซลาร์รูฟท็อป แม้รัฐบาลจะปรับลดเงินประกัน ฟันธงเอื้อทุนใหญ่ -กฟผ.-กฟภ. ผ่านกลไกซ่อนเร้น แฉ ขบวนการขายช่วงงานเริ่มขยับ
.
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า กระแสตอบรับโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรังในส่วนของผู้ประกอบการ จำนวนมาก ที่เมินร่วมโครงการ จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่า รายละเอียดและเงื่อนไขโครงการส่อเอื้อทุนใหญ่ ผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย รายขนาดกลาง มีเงินทุน หรือสายป่านกระแสเงินสด ไม่หนาพอ ร่วมโครงการไม่ได้ แม้ผู้บริโภคเองอาจตื่นตัวเรื่องเงิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นงบประมาณโครงการ แต่ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อยมีความสามารถในการแข่งขันน้อยมากพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกลับไปทบทวนศึกษาในรายละเอียด เพื่อให้ได้ประโยชน์คุ้มค่า และต้องคำนึงถึงภาระหนี้สิน ดอกเบี้ย ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนผู้ร่วมโครงการด้วย
.
โดยนายภาคภูมิ ศรีทองนวล ผู้บริหารบริษัท ภูมิภัทรวิศวกรรม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรับปรึกษาและติดตั้งโซลาร์เซลล์ กล่าวถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หลังจากที่รัฐบาลมีการปรับลดเงื่อนไขเรื่องวงเงินประกัน ว่า แม้จะมีการปรับลดเงื่อนไขลงมาเหลือ 5% ของวงเงินประกัน 50,000 บาท หรือเหลือ 500 บาทต่อสัญญา เคลมได้ภายใน 6 วัน ส่วนเงินประกันบริการหลังการขาย 10,000 บาท และระยะเวลายัง 7 ปี ยังคงเดิม แต่จากการพูดคุยกับเครือข่ายผู้ประกอบการรายย่อยด้วยกันในฐานะ สภาองค์กรผู้บริโภค ก็ยังเห็นว่าโครงการนี้ยังมีกลไกซ่อนเร้น และจะส่งผลกระทบเชิงระบบต่อธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์
.
นายภาคภูมิ กล่าวว่า ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ยังเป็น บริษัททุนใหญ่ และการไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่จะมาเป็นคู่แข่งกับเอกชน และจะเป็นการฆ่าผู้ประกอบการรายย่อย ในโครงการนี้ผู้ประกอบการรายย่อยจะเป็นได้แค่บริษัทผู้รับช่วงต่อเท่านั้น โดยบริษัทใหญ่จะเป็นผู้ถือสัญญาหลัก เป็นผู้รับงานตรง มีหัวคิว 50,000 บาท แต่จะผลักภาระงานติดตั้ง และการรับประกันทั้งหมดไปให้ผู้รับเหมาติดตั้ง และผู้ประกอบการรายย่อย ที่เป็นผู้รับช่วง เนื่องจากบริษัทใหญ่คงไม่สามารถติดตั้งได้ทันทั่วประเทศ จะต้องขายงานให้รายย่อยรับช่วง โดยตอนนี้ก็มีสายโทรเข้ามาประสานล่วงหน้าให้เตรียมรับช่วงแล้ว แต่ตนก็ประกาศว่าไม่ร่วมโครงการ
.
นายภาคภูมิ กล่าวว่า ทั้งนี้ วงเงิน 140,000 บาท เมื่อถูกหักหัวคิวเงินอุดหนุนรัฐไป 50,000 บาท คงเหลือเงินให้บริหารติดตั้งเพียง 90,000 บาท ผู้ประกอบการรายย่อยทำงานไม่ได้ ทั้งอุปกรณ์ และต้องวางเงินประกัน 10,000 บาท ในการดูแลบำรุงรักษาหลังการขายเป็นเวลา 7 ปี เงินก็จะไปจม คนจะทำได้จะต้องมีเงินเย็น หรือมีทุนมาก ส่วนช่างที่จะรับช่วงงานติดตั้ง รัฐจะควบคุมได้อย่างไรว่าได้ช่างที่ได้มาตรฐาน มีใบประกอบวิชาชีพ เมื่อเงินเหลือน้อย งานจะออกมามีคุณภาพได้อย่างไร ขณะที่ประชาชนก็เป็นหนี้ เพราะต้องจ่ายแพง แต่คุณภาพงานไม่ได้ ส่วนกรณีการติดตั้งแล้วเสร็จ รัฐจะคืนเงินอุดหนุนให้ภายในระยะเวลา 6-7 วัน เชื่อว่าทำจริงไม่ได้ เนื่องจากจะมีประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ในลักษณะเหมือนคอขวด รอการตรวจสอบการไฟฟ้าไม่สามารถจะเชื่อมระบบ และรับส่งมอบงานได้ทันแน่นอน เพราะขนาดที่ผ่านมาไม่มีโครงการก็ต้องใช้เวลาประมาณ 45 วันอยู่แล้ว
.
“ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่ติดตั้งโดยไม่ร่วมโครงการจะต้องได้รับผลกระทบทั้งระบบแน่นอน เพราะการไฟฟ้าก็ต้องเร่งเชื่อมระบบให้กับลูกค้าของโครงการรัฐก่อน จะเกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นแน่นอน พวกผมในฐานะผู้ประกอบการเอกชนรายย่อยได้พูดคุยกันแล้ว ยืนยันไม่เข้าร่วมโครงการเหมือนเดิม และตอนนี้หลังจากมีโครงการนี้ออกมา ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์กลับชะงักลงในทันที ส่วนตัวก่อนหน้านี้รับติดตั้งเดือนละไม่ต่ำกว่า 15 ราย แต่ตอนนี้กลับชะงักทั้งหมด เพราะประชาชนมองไปที่เงินอุดหนุนที่รัฐช่วย 50,000 บาท จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดก่อนตัดสินใจ”นายภาคภูมิ กล่าว
.
นายภาคภูมิ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คนที่ร่วมโครงการได้นั้นจะต้องเป็นผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 หรือใช้ไฟเดือนละไม่เกิน 150 หน่วยเท่านั้น ตนขอเสนอทางออกคือ ให้รัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เปลี่ยนระบบ Net Metering 1:1 หรือการหักลบหน่วยไฟฟ้าที่ส่งออกจากโซลาร์เซลล์ กับไฟฟ้านำเข้า ไฟฟ้าส่วนเกินให้สะสมไว้หักในบิล แทนระบบที่เป็นอยู่คือ Net Billing หรือการ ซื้อ-ขายแยกกันคนละราคา และให้อุดหนุนสู่ประชาชนโดยตรง เพื่อเป็นการปลดล็อกกฎระเบียบ , การไฟฟ้าต้องไม่มาเป็นคู่แข่งกับผู้ประกอบการ และมองว่านโยบายรัฐออกแบบมาเพื่อถ่ายโอนงบประมาณรัฐสู่ผู้ประกอบการรายใหญ่โดยจะผูกขาด และผลักภาระหนี้สินให้แก่ประชาชนและช่างรายย่อย ต้องเอาเงินไปใส่รับความเสี่ยงนานถึง 7 ปี จึงประกาศไม่ร่วมโครงการ แต่ยังรับติดตั้งและดูแลให้ประชาชนที่ไม่ร่วมโครงการเหมือนเดิม และพร้อมให้คำปรึกษาแก่ประชาชนทั่วไปด้วย
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











