back
กฤตย์อิชย์ สวน มท.4โกแพ ไม่มีขบวนการล้มระบอบน้ำเงิน ชี้ปชช.เริ่มตั้งคำถามจริงใจปราบโกงสอบท้องถิ่นแค่ไหน อย่าพูดแค่ลมปาก จี้ โสภณ ให้อิสระกมธ.ตรวจสอบถ่วงดุล อย่าใช้กลอุบายปิดปากอ้างมติองค์คณะ
3 พ.ย. 2569 19:02
View: 178

จำนง ศรีนคร
ตรัง-กฤตย์อิชย์ สวน มท.4โกแพ ไม่มีขบวนการล้มระบอบน้ำเงิน ชี้ปชช.เริ่มตั้งคำถามจริงใจปราบโกงสอบท้องถิ่นแค่ไหน อย่าพูดแค่ลมปาก ลั่นปชป.เสียงข้างน้อยแต่ลุยเต็มที่ จี้ โสภณ ให้อิสระกมธ.ทำงาน ตรวจสอบถ่วงดุล อย่าใช้กลอุบายควบคุมปิดปากอ้างมติองค์คณะ
.
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดตรัง นาย กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงการเตรียมพร้อมรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ยืนยันรัฐบาลมีความพร้อม แม้จะต้องเผชิญกับขบวนการจ้องล้มระบอบน้ำเงิน ว่า ตนในฐานะรองประธานกมธ.การกระจายอำนาจฯ ที่ได้ติดตามกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกมธ.เองก็ได้บรรจุเรื่องเข้าสู่วาระการพิจารณา มีการเชิญหน่วยงานตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อกมธ. ทำให้พบปัญหาว่า
การแก้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจหน้าที่ในการแก้ปัญหาและปราบปรามขบวนการโกงสอบท้องถิ่นโดยตรงนั้น ครับไม่มีความคืบหน้า เหมือนมีความพยายามยืดเวลาออกไป และไม่สามารถกล่าวถึงตัวการใหญ่ได้ดังนั้นการแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ด้วยลมปาก แต่ต้องมีความจริงใจด้วย ซึ่งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้สะท้อนถึงความจริงใจ เพราะไม่สามารถนำตัวผู้บงการใหญ่มารับโทษตามกฎหมายได้ ทำให้สังคมมองว่ามีการอุ้มกันหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีขบวนการล้มระบอบน้ำเงินตามที่นายวรศิษฎ์อ้างแน่นอน มีแต่ฝ่ายรัฐบาลเองจะต้องทำหน้าที่ตรงไปตรงมาให้ประจักษ์ต่อสายตาประชาชน เพื่อเกิดความเชื่อถือศรัทธา แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นแบบนั้น
.
นายกฤตย์อิชย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่พี่น้องประชาชน เกี่ยวกับเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐสภา และอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชนมากมาย โดยเฉพาะประเด็นการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นเตรียมการอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านรวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการยื่นไปตามระเบียบขั้นตอนแล้ว แต่ยังติดขัดในเรื่องการให้อิสระของฝ่ายตรวจสอบในเรื่องของกรอบเวลา เสมือนมีการยื้อการดึงจนสุดท้ายฝ่ายค้านต้องยอมลดเวลาอภิปรายเหลือเพียง 4 วัน แต่เราก็จะทำหน้าที่เต็มที่
.
“โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นสอดคล้องกับพรรคที่เชื่อว่าในระบอบประชาธิปไตย นอกจากการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว การทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา จึงขอเรียกร้องไปยังฝ่ายรัฐบาลให้เปิดโอกาสให้กับฝ่ายค้านอย่างเหมาะสมตามกลไกรัฐธรรมนูญด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม ที่จะได้สามารถไตร่ตรองรับฟัง พินิจพิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง”นายกฤตย์อิชย์ กล่าว
.
นายกฤตย์อิชย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ผมรู้สึกสะดุดใจกับกรณีการเรียกประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ มาประชุม เพื่อจัดระเบียบการทำงาน โดยอ้างเพื่อลดงานที่ซ้ำซ้อนกัน โดยท่านประธานสภาได้สั่งการให้ใช้มติองค์คณะในการเรียกผู้เข้าชี้แจงหากมีการเชิญซ้ำกันกันประธานสภาจะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย เพราะทำให้ข้าราชการต้องเสียเวลามาให้ข้อมูลชี้แจง ตนในฐานะเป็นตัวแทนพรรคเพียงคนเดียวใน กมธ. การกระจายอำนาจ แม้จะเป็นเสียงเดียวแต่ก็พยายามทำหน้าที่เต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นการติดตามตรวจกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร ไม่ถูกครอบงำควบคุม ไม่ว่าโดยวิธีการใด เพราะการตรวจสอบถ่วงดุล มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการบริหารงาน บริหารอำนาจ บริหารงบประมาณ เพราะถ้าไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล ท้วงติง หรือพี่ทักษ์ผลประโยชน์แทนประชาชน หรือฝ่ายที่มีหน้าที่ตรวจสอบ แต่กลับไม่ทำหน้าที่ เกรงใจผู้มีอำนาจ ยอมๆตามกันไป แล้วประชาชนจะพึ่งใคร หากรัฐสภานี้เป็นพรรคพวกเดียวกันหมด การเลือกตั้งจะมีความหมายอะไร
.
“หากประธานสภาดำเนินการในลักษณะดังกล่าวจะเป็นการจำกัดอำนาจของฝ่ายตรวจสอบ เหมือนการปิดปาก ทำให้ ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลตามกลไกรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระได้ ในทางตรงข้ามการให้อำนาจ และอิสระกับฝ่ายตรวจสอบ อย่าทำให้ประชาธิปไตยมีความเข้มแข็ง”รองประธารกมธ.การกระจายอำนาจกล่าว
.
นายกฤตย์อิชย์ กล่าวด้วยว่า ในทางกลับกันตนกลับมองว่า ยิ่งต่างหน้าที่ ยิ่งต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เข้มข้น และยิ่งใกล้ถึงเวลาสำคัญของการตรวจสอบนั่นคืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ยิ่งต้องให้อิสระกับทุกคำถาม ทุกการตรวจสอบ เพราะทุกการตรวจสอบเปิดให้มีโอกาสชี้แจงได้เสมอ แล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ยืนยันว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของเราไม่ได้น้อยตามแน่นอน
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














