back

เครือข่ายภาคประชาสังคมยื่นหนังสือ สว. และ สส. ยับยั้งการแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับ

31 ต.ค. 2569 15:23 View: 56
author profile image
Suraphong Phanwong
เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ ออกเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เดินหน้ายื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 4 ฉบับ โดยมีบุคคลสำคัญและตัวแทนจากฝ่ายนิติบัญญัติมารับหนังสือเพื่อรับฟังข้อเสนอและข้อห่วงใยจากภาคประชาชน คุณเพชรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน, สจ.โอ่ง ชูเดช เกตุชูรัตน์ตัวแทนพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเชียงใหม่ และคุณประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา พ.ร.บ. ที่ยื่นคัดค้าน 4 ฉบับ 1. ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 2. พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท. หรือ ไทยพีบีเอส) 3. พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ 4. พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ข้อเสนอสำคัญ 5 ประการจากเครือข่ายฯ 1ขอให้ทบทวนและคัดค้านการยกเลิกกลไกภาษีเพื่อสังคม (Earmarked Tax)การยกเลิกจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบเพื่อสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ อาจส่งผลให้ภาระความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจลดลง และกระทบต่อรายได้ที่รัฐต้องจัดสรรมาชดเชย 2. ขอให้คุ้มครองความโปร่งใสและความเป็นอิสระขององค์กรเพื่อประโยชน์สาธารณะ การปฏิรูปต้องไม่ลดทอนความเป็นอิสระขององค์กร โดยสนับสนุนให้มีระบบกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ 3. ขอให้คุ้มครองโอกาสและพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม: การปรับเปลี่ยนนโยบายหรือกฎหมายต้องไม่ทำให้ประชาชน องค์กรชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มเปราะบาง สูญเสียโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วม 4. ขอให้ถอนกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาการปฏิรูป เสนอให้ถอนร่างฯ ออกจากกระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และร่วมกันศึกษาทบทวนแนวทางปฏิรูปโดยตัวแทนจากทุกภาคส่วน 5. ขอให้ส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมและการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ การกระจายโอกาส และการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัย เครือข่ายภาคประชาสังคมฯ เน้นย้ำว่า การดำเนินการต่างๆ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และสนับสนุนกระบวนการทบทวนกฎหมายที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน โดยไม่ลดทอนบทบาทของภาคประชาสังคมในการร่วมสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง