back

ความสำคัญของการอ่านวรรณกรรมคลาสสิก: จากมรดกทางปัญญาโลกสู่รากเหง้าภูมิปัญญาอักษรยาวีปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน 24 ต

25 ต.ค. 2569 19:33 View: 8
author profile image
Shukur Dina
ความสำคัญของการอ่านวรรณกรรมคลาสสิก: จากมรดกทางปัญญาโลกสู่รากเหง้าภูมิปัญญาอักษรยาวีปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน 24 ตุลาคม 2026 — อาจารย์อับดุลรอซัก ปาแนมาแล (หรือที่รู้จักกันในนาม "อาจารย์" หรือ "อุสตาซะซะก์") อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ผู้เพิ่งเกษียณอายุราชการ ได้แบ่งปันมุมมองอันทรงคุณค่าในการประชุมวิชาการภาษามลายูแห่งประเทศไทย ปี 2026 (KONGRES BAHASA MELAYU THAILAND 2026) ภายใต้หัวข้อ “ภาษามลายูและอารยธรรม: ตามรอยมรดก ก้าวสู่อนาคต” ณ บักกะห์แลนด์ ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ท่านได้เน้นย้ำว่า: “การอ่านวรรณกรรมคลาสสิกมีความสำคัญยิ่งยวดสำหรับทุกประชาชาติและทุกภาษา ซึ่งรวมถึงปาตานีหรือพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเช่นกัน” ทัศนะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การอ่านและการศึกษาในด้านวรรณกรรมคลาสสิก (Classical Literature) ไม่ว่าจะในระดับสากลหรือระดับท้องถิ่น ถือเป็นแกนกลางสำคัญในการพัฒนาทางปัญญา สังคม และจิตวิญญาณของมนุษย์ ผลงานวรรณกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่สะท้อนสัจธรรมสากลและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง โดยความสำคัญดังกล่าวสามารถสังเคราะห์ออกเป็น 2 มิติหลัก ดังนี้ 1. การทำความเข้าใจ “สัจธรรมสากล” และ “ดีเอ็นเอทางวัฒนธรรม” ของมนุษยชาติ ในระดับสากล วรรณกรรมคลาสสิกของโลก (อาทิ มหากาพย์กรีก-โรมัน มหาภารตะ หรือรามายณะ) ช่วยให้เราเข้าใจ “ธีมสากล” (Universal Themes) ของความเป็นมนุษย์ ตั้งแต่ประเด็นความรัก ความกล้าหาญ ความยุติธรรม ไปจนถึงศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตการณ์ของชีวิต สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มนุษย์ในทุกยุคทุกสมัยต่างเผชิญหน้าและขบคิดถึงสัจธรรมชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งช่วยทำลายกำแพงอคติ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจอันลึกซึ้งข้ามพรมแดนวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน ในระดับท้องถิ่น การศึกษาวรรณกรรมคลาสสิกมลายูอักษรยาวี (คัมภีร์ยาวีหรือชาวบ้านเรียกว่ากีตาบกูนิง / วรรณกรรมคลาสสิก) ในพื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ฮิกายัตปาตานี(Hikayat Patani) ทำหน้าที่เสมือนประตูบานสำคัญในการทำความเข้าใจ “ดีเอ็นเอทางวัฒนธรรม” และความทรงจำทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม แนวทางนี้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำความเข้าใจรากเหง้า วิถีชีวิต การค้าขาย และความสมานฉันท์ของสังคมพหุวัฒนธรรมผ่านหลักฐานวรรณกรรมคลาสสิก โดยไม่ถูกกระแสแห่งกาลเวลาพัดพาหรือลบเลือนไป 2. ขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา จริยธรรม และแนวทางการดำเนินชีวิต วรรณกรรมคลาสสิกทั่วโลกมิได้เป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากแต่ยังเป็นบันทึกทางปรัชญาและบทเรียนชีวิตที่ได้รับการขัดเกลาผ่านกาลเวลาข้ามผ่านหลายรุ่นหลายสมัย สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็น “ศูนย์กลางการศึกษาอิสลามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้/ระเบียงมักกะห์ (ลังกาสุกะ / เซรอมบีกะห์ หรือระเบียงมักกะห์/ เมืองท่าทางศาสนา)” บรรดาโต๊ะครูและปราชญ์ผู้ทรงคุณวุฒิ (อาทิ เชค ดาวุด อัล-ฟะตานี และปราชญ์ท่านอื่น ๆ) ได้ร่วมกันสร้างสรรค์และแปลตำราอักษรยาวี (กีตาบกูหนิง / กีตาบยาวี) อันทรงคุณค่า ขุมทรัพย์ทางปัญญาเหล่านี้ครอบคลุมทั้งศาสตร์ว่าด้วยนิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกห์) หลักศรัทธา (เตาฮีด) จริยธรรม (อัคลาก) จิตวิญญาณ (ตาซาวุฟ) ตลอดจนตำราการแพทย์แผนสมุนไพรและคู่มือการดำเนินชีวิต สิ่งเหล่านี้ยังคงดำรงสถานะเป็นแก่นคิดและแนวทางทางจริยธรรมที่ได้รับการศึกษาในสถาบันปอเนาะและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมาจนถึงปัจจุบัน 3. การอนุรักษ์มรดกทางภาษาและการพัฒนาการคิดเชิงวิเคราะห์ ถ้อยคำสำนวนในวรรณกรรมคลาสสิกมีความประณีต งดงาม และมีความลึกซึ้งในเชิงความหมาย การอ่านและการตีความผลงานเหล่านี้จึงช่วยยกระดับทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) รวมถึงเสริมสร้างความเข้าใจในสัญลักษณ์และคติความเชื่ออย่างลึกซึ้ง ในบริบทของปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ “อักษรยาวี” ถือเป็นนวัตกรรมทางปัญญาอันยิ่งใหญ่ที่ปรับประยุกต์อักษรอาหรับเข้ากับการเขียนภาษามลายู ดังนั้น การสืบสานประเพณีการอ่านวรรณกรรมยาวีคลาสสิกจึงเป็นพันธกิจสำคัญในการปกป้อง “มรดกทางภาษา” (Linguistic Heritage) กระบวนการนี้มีศักยภาพในการรักษาคลังคำศัพท์มลายูโบราณ สำนวนโวหาร และโครงสร้างประโยคอันทรงคุณค่า มิให้ต้องสูญสลายไปตามกาลเวลา (Language Attrition) > บทสรุป: > วรรณกรรมคลาสสิก—ไม่ว่าจะถือกำเนิดจากมุมใดของโลก หรือจากปลายคาบสมุทรผ่านมรดกอักษรยาวีปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้—มิได้เป็นเพียงเรื่องราวในอดีตที่นอนนิ่งอยู่บนชั้นหนังสือ หากแต่ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ในการถ่ายทอดภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ เพื่อให้เราสามารถทำความเข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่นได้อย่างยั่งยืน หมายเหตุอ่านรายงานก่อนหน้านี้ใน https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/58137
ข่าวที่เกี่ยวข้อง