back

รายงานพิเศษ:แวะยามบ่ายที่ “มัสยิดอัรเราะห์มาน” ถอดบทเรียนมัสยิดจัดการตนเองแห่งตุมปัต มาเลเซีย

21 ต.ค. 2569 19:15 View: 59
author profile image
Shukur Dina
รายงานพิเศษ:แวะยามบ่ายที่ “มัสยิดอัรเราะห์มาน” ถอดบทเรียนมัสยิดจัดการตนเองแห่งตุมปัต มาเลเซีย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน บันทึกการเดินทาง: การเดินทางทำภารกิจ ฝั่งประเทศมาเลเซีย บริเวณใกล้เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2569 การเดินทางทำภารกิจ ณ ชายแดนใต้ฝั่งประเทศมาเลเซีย บริเวณใกล้เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน เสร็จสิ้นลงในช่วงเที่ยงวัน ลมแดดอ่อนๆ ยามบ่ายชวนให้คิดถึงการเดินทางกลับบ้านเป้าหมายคืออำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เวลาประมาณ 14.00 น. เราเลือกเส้นทางกลับประเทศโดยการข้าม เรือเฟอร์รีตากใบ ชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อข้ามฝั่งกลับสู่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเส้นทางมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ ในเขตอำเภอตุมปัต (Tumpat) เราเดินทางผ่านมัสยิดแห่งหนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่น สวยงาม และเงียบสงบ นั่นคือ "มัสยิดอัรเราะห์มาน" (Masjid Ar-Rahman) เนื่องจากต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดต่อเนื่องจนถึงสงขลา เราจึงถือโอกาสหยุดแวะพักผ่อนและทำศาสนกิจ ละหมาดรวมย่อ (ยัมอ์และก็อศรฺ) ละหมาดซุฮริ (บ่าย) เข้ากับอัศริ (เย็น) ตามอนุมัติทางศาสนาสำหรับผู้เดินทางไกล ระหว่างที่ก้าวเท้าเข้าสู่อาคารมัสยิด บรรยากาศรอบข้างไม่เพียงแต่ให้ความร่มเย็นและเงียบสงบ แต่ป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ 2 แผ่นบริเวณระเบียงมัสยิดกลับดึงดูดสายตาได้อย่างน่าสนใจ ข้อความบนป้ายสะท้อนถึงระบบบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ซึ่งเปลี่ยนมุมมองมัสยิดธรรมดาในชนบทให้กลายเป็น "สถาบันชุมชนจัดการตนเอง" ได้อย่างน่าทึ่ง 1. รู้จัก "มัสยิดอัรเราะห์มาน" แห่งกูบังบาตัง * ชื่อมัสยิด: มัสยิดอัรเราะห์มาน (Masjid Ar-Rahman / مسجد الرحمن) * พิกัดที่ตั้ง: ตำบลกูบังบาตัง (Mukim Kubang Batang) อำเภอตุมปัต (Daerah Tumpat) รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย * สังกัด: อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาศาสนาอิสลามและประเพณีวัฒนธรรมมลายูแห่งรัฐกลันตัน (MAIK) เมื่อมองจากภายนอก มัสยิดแห่งนี้โดดเด่นด้วยยอดโดมสีฟ้าสดใสสดชื่น สะอาดตา ตั้งอยู่ริมเส้นทางที่ผู้เดินทางผ่านไปมาระหว่างตุมปัตและตากใบสามารถแวะเวียนได้ง่าย เหมาะแก่การเป็นจุดแวะพักทำศาสนกิจของผู้เดินทาง 2. แนวคิดและปรัชญาการบริหารจัดการ ป้ายหน้ามัสยิดได้ระบุปรัชญาการทำงานไว้อย่างชัดเจน โดยเน้นย้ำแนวคิด "มัสยิดในฐานะสถาบันสังคมและศูนย์กลางการพัฒนาอุมมะฮ์อย่างมีธรรมาภิบาล" โดยยึดเสาหลัก 3 ประการ: * องค์รวมและเป็นมิตรกับผู้ใช้บริการ (Holistic & User-friendly): ออกแบบพื้นที่ให้เข้าถึงง่าย Clean & Green สะอาด สวยงาม เป็นมิตรกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้เดินทางแวะเวียนมาเยือน * ศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้และจิตวิญญาณ: ไม่ได้เปิดมัสยิดเฉพาะเวลาละหมาด แต่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ศาสนาอิสลามบนฐานอัลกุรอานและซุนนะฮ์อย่างสม่ำเสมอทุกคืน * ศูนย์สวัสดิการและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวการเรียนรู้แบบอิสลาม: บูรณาการงานสวัสดิการสังคม เช่น กองทุนการจัดการศพและการดูแลผู้ยากไร้ ควบคู่กับการสร้างภูมิทัศน์ที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง 3. โครงสร้างการทำงาน: วิสัยทัศน์ พันธกิจ และธรรมนูญสัปปุรุษ จากการถอดความป้ายประชาสัมพันธ์ทั้งสองแผ่น สะท้อนโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน: วิสัยทัศน์ (Visi) > "มัสยิดในฐานะสถาบันสังคม มุ่งสู่การสร้างสรรค์ชุมชนที่มีอีมาน (ความศรัทธา) และตักวา (ความยำเกรง) พร้อมทั้งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอิสลาม" > พันธกิจ (Misi) * ทำให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางแห่งการทำอิบาดะฮ์และพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง * จัดสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อชุมชนท้องถิ่นและผู้มาเยือนแบบ friendly-use * ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมและมีชีวิตชีวาในมัสยิด * ดำเนินการบริหารจัดการมัสยิดอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริต (Integriti) วัตถุประสงค์ (Objektif) เพื่อจัดตั้งมัสยิดให้เป็นสถานที่ดึงดูดใจ เสริมสร้างความสะดวกสบายแก่ชุมชนท้องถิ่นและผู้มาเยือนในการประกอบศาสนกิจ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน ข้อตกลงบริการสัปปุรุษ/ธรรมนูญมัสยิด (Piagam Pelanggan) * ด้านศาสนกิจ: ส่งเสริมการละหมาดญะมาอะฮ์ตลอดทั้งปี * ด้านการเรียนรู้: จัดการเรียนการสอน/การบรรยายทุกค่ำคืน รวมทั้งวันสำคัญต่างๆ โดยเชิญผู้รู้ทั้งในมาเลเซียและชายแดนใต้เช่นบาบออิสมาอีล เซอร์ปันยัง * ด้านสภาพแวดล้อม: ดูแลแลนด์สเคปและความสะอาดให้เอื้อต่อการสร้างความรักความผูกพันต่อมัสยิด * ด้านเยาวชน: หล่อหลอมจริยธรรมในหมู่เด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมสร้างความรัก ความเกื้อกูล และการเคารพซึ่งกันและกัน * ด้านวิชาการ: จัดเสวนาใหญ่/ฟอรัมสาธารณะอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี * ด้านสวัสดิการสังคม: ดูแลการจัดการศพและสุสานผ่านระบบกองทุนสวัสดิการ (Khairat Kematian) และส่งมอบความช่วยเหลือแก่กลุ่มอัสนัฟ (ผู้มีสิทธิ์รับซะกาต) และคนยากไร้ * ด้านธรรมาภิบาล: ปฏิบัติตามระเบียบของ MAIK จากระยะสู่ระยะอย่างเคร่งครัด 4. จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ: บทเรียนที่จับต้องได้ สัมผัสจริงจากการแวะละหมาดในบ่ายวันนั้น ทำให้เห็นว่าสิ่งที่เขียนไว้บนป้ายไม่ใช่เพียง "คำหรูหรา" แต่ถูกนำมาปฏิบัติจริง: * ละหมาดและศูนย์เรียนรู้: มัสยิดเปิดต้อนรับผู้มาเยือน บรรยากาศเงียบสงบ ห้องน้ำและที่อาบน้ำละหมาดสะอาด สะดวกสบาย เหมาะแก่ผู้เดินทาง * พื้นที่ของทุกคน: มีการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่าและเยาวชน ลบภาพจำว่ามัสยิดเป็นพื้นที่เฉพาะผู้สูงอายุ * ตาข่ายคุ้มครองทางสังคม: ระบบกองทุนสวัสดิการศพและการดูแลผู้ยากไร้ ทำให้มัสยิดกลายเป็นพึ่งพาหลักของคนในชุมชนตุมปัตยามยากลำบาก * มัสยิดต้อนรับนักท่องเที่ยว: การสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม ร่มรื่น และมีป้ายชี้แจงชัดเจน ทำให้ผู้เดินทางต่างถิ่นรู้สึกปลอดภัยและเป็นมิตรเมื่อเข้ามาใช้บริการ 5. สรุปและข้อเสนอแนะ การแวะพักละหมาดรวมย่อ ณ มัสยิดอัรเราะห์มาน ตำบลกูบังบาตัง ก่อนข้ามเรือเฟอร์รีตากใบกลับสู่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2569 ไม่เพียงแต่ช่วยให้จิตใจและร่างกายได้พักผ่อนจากการเดินทางไกล แต่ยังให้บทเรียนอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับการจัดการตนเองของมัสยิดชนบท มัสยิดแห่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า "มัสยิดไม่ใช่เพียงแค่อาคารสำหรับละหมาด แต่คือหัวใจและกลไกขับเคลื่อนชุมชน" ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับใช้กับมัสยิดในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย(แล้วแต่บริบท):เช่น * การสร้างธรรมนูญมัสยิดที่ชัดเจน: ควรถอดแบบการทำป้าย "วิสัยทัศน์ พันธกิจ และข้อตกลงบริการสัปปุรุษ" ไปปรับใช้ เพื่อให้กรรมการมัสยิดและชุมชนมีเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน * การยกระดับสู่มัสยิดเป็นมิตรกับผู้เดินทาง (Tourist & Traveler Friendly Mosque): พัฒนาความสะอาดของห้องน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวก และภูมิทัศน์ เพื่อรองรับผู้เดินทางข้ามแดนและกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอิสลาม * การพัฒนาสวัสดิการและดิจิทัล: ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการการจัดการศพ (Khairat Kematian) และประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัล (เช่น QR Code การบริจาค) เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การเดินทางยามบ่ายผ่านตุมปัตในวันนั้น จึงจบลงด้วยความอิ่มเอมทั้งทางจิตวิญญาณและแรงบันดาลใจในการนำโมเดลดีๆ กลับมาพัฒนาบ้านเกิดต่อไป หมายเหตุติดตามย้อนหลังในเพจ https://www.facebook.com/share/1DF4vMvUyf/?mibextid=wwXIfr
ข่าวที่เกี่ยวข้อง