back
บก.ปทส. สนธิกำลัง สกัดจับรถบรรทุก 10 ล้อลักลอบขนไม้ประดู่ยักษ์จำนวน 13 ท่อน.ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์.
23 ต.ค. 2569 21:53
View: 28

Thanwa Vongvad
บก.ปทส. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครอง สกัดจับรถบรรทุก 10 ล้อลักลอบขนไม้ประดู่ยักษ์จำนวน 13 ท่อน มูลค่ากว่า 14 ล้านบาทในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์. การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถรวบผู้ต้องหา 4 รายที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำ ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนเทาข้ามชาติกลุ่มทุนจีนและเวียดนาม
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา (01.50 น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต. เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ประสานกำลังร่วมกับหน่วยงานป่าไม้และฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย ชุดสายตรวจส่วนกลางประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (สบอ.11 พิษณุโลก),นายฟารุต ใจทัศน์กุล ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สอบ.11 นายกรัณย์พล แสงทอง ผอ.สจป.3 (ลำปาง), ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.3 ลำปาง 2, นายนเรศ นนท์คลัง ผอ.ศปม.อต. และ ศปป.3 สปฟ. กรมป่าไม้, พ.ต.อ. สมบูรณ์ คล่องใจ ผกก.สภ.น้ำปาด และนายวัลลภ หรั่งเพชร นายอำเภอน้ำปาด ร่วมกันวางแผนตั้งด่านสกัดจับขบวนการลักลอบขนไม้หวงห้าม
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง จากสายลับรายงานว่า มีกลุ่มทุนจีนเทาเข้ามาเคลื่อนไหวกว้านซื้อไม้ประดู่ในพื้นที่ และกำลังใช้รถบรรทุก 10 ล้อลักลอบขนย้ายไม้มาจากเขตป่าชุมชนหมู่บ้านงอมสัก หมู่ที่ 3 ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังตั้งด่านตรวจค้นบริเวณบ้านสวน หมู่ที่ 5 ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด
กระทั่งตามเวลาดังกล่าว พบรถยนต์ 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-8966 เชียงใหม่ ขับผ่านมาโดยมีผ้าใบสีเขียวคลุมปิดทับอย่างมิดชิด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ทราบชื่อคนขับคือ นายสุรพล เสาร์แปง อายุ 45 ปี (ชาว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่) และมี นายวุฒิไกร อุดคำ อายุ 27 ปี (ชาว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง) นั่งคู่คนขับทำหน้าที่คอยบอกเส้นทาง เมื่อเปิดผ้าใบออกพบไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่จำนวน 13 ท่อน ปริมาตร 13.65 ลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถนำทางเป็นรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีขาว หมายเลขทะเบียน กร 3072 ลำปาง มี นางสายพิณ วงค์จันทร์เทพ อายุ 64 ปี (ชาว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง) เป็นคนขับ และมีเพื่อนนั่งคู่มาด้วย (ไม่ทราบชื่อ) โดยทั้งสองยอมรับสารภาพว่าทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่อเช็กด่านตรวจ
จากการตรวจสอบไม้ประดู่ทั้ง 13 ท่อน พบว่ามีความยาวตั้งแต่ 2.00–2.30 เมตร และมีความโตประมาณ 320 เซนติเมตรขึ้นไป น้ำหนักรวมสูงถึง 11,602.5 กิโลกรัม (ประมาณ 11.6 ตัน) ซึ่งราคาซื้อขายในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ขณะนี้ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,200 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 14 ล้านบาท หากไม้ลอตนี้หลุดรอดออกนอกพื้นที่ไปได้
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดขนย้ายบริเวณป่าชุมชนบ้านงอมสัก พบเพียงร่องรอยการตั้งกองไม้และรอยรถยกที่ใช้ยกไม้ขึ้นรถ 10 ล้อ แต่จากการแกะรอยการชักลากไม้ พบว่ามีร่องรอยชักลากมาจากเขตดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด ซึ่งขณะนี้ทาง ร.ต.ท. อุทัย ไชศรีสงคราม พร้อมเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเดินเท้าเข้าป่าลึกเพื่อตามหาตอไม้ที่ถูกตัด เพื่อระบุพิกัดความเสียหายที่แน่ชัด
พล.ต.ต. เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า “กลุ่มขบวนการค้าไม้กลุ่มนี้ ทางเจ้าหน้าที่ปราบปรามและติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่องจนมีฐานข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดแล้ว โดยส่วนใหญ่จะลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยาน ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ อ.บ้านโคก และ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียง เช่น ตาก, พิษณุโลก, สุโขทัย, กำแพงเพชร และเชียงใหม่”
ผบก.ปทส. ระบุต่อว่า ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 รายในคดีนี้ มีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำ (Blacklist) ของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว โดยพบพฤติการณ์เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายข้ามชาติกับกลุ่มทุนจีนเทาและเวียดนามเทา ซึ่งกลุ่มนี้จะทำหน้าที่จัดหาแหล่งไม้ในพื้นที่ โดยมีทั้งคนไทยและกลุ่มชาติพันธุ์ร่วมขบวนการ ก่อนจะส่งไม้ต่อไปยังนายทุนใหญ่ผู้รับซื้อ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลจับกุมนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
การตรวจยึดไม้ครั้งนี้ได้พบอุปกรณ์ชั่งน้ำหนักไม้ดิติตอลขนาดเล็ก ที่สามารถรับน้ำหนักได้เป็น1,000 กก.
ที่ท้ายรถกระบะสีขาวนาวาร่า ที่มีนางยุพินขับมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง












