back
เครือข่ายประชาสังคมยื่นหนังสือ “ชวน” จี้ถอนร่างแก้พ.ร.บ.สสส. ค้านยกเลิกภาษีบาปบำรุง 2% มาใช้งบรัฐ หวั่นกระทบงานสร้างเสริมสุขภาพ
19 ต.ค. 2569 16:07
View: 131

จำนง ศรีนคร
ตรัง-เครือข่ายภาคประชาสังคมยื่นหนังสือ “ชวน หลีกภัย” จี้ถอนร่างแก้ พ.ร.บ.สสส. ค้านยกเลิกภาษีบาปบำรุง 2% มาใช้งบรัฐ หวั่นกระทบงานสร้างเสริมสุขภาพ
.
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่บ้านวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายไชยตรี รักไทรทอง เลขานุการกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตรัง ผู้ประสานงานมูลนิธิคนเห็นคน จังหวัดตรัง พร้อมด้วย นางณกัญญา วัฒนกุล นายกสมาคมควบคุมปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ ผู้ประสานงานมูลนิธิคนเห็นคนภาคใต้ และสมาชิกเครือข่ายภาคประชาสังคมด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เข้าพบ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือขอให้ผลักดันการถอนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ พ.ร.บ. สสส. ที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังนำเสนอ
.
นางณกัฟยญา กล่าวว่า เครือข่ายฯ แสดงความห่วงใยต่อร่างแก้ไขกฎหมายที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับคณะ ซึ่งมีสาระสำคัญในการยกเลิกเงินบำรุงกองทุนในอัตราร้อยละ 2 จากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนไปใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยเห็นว่าอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการทำงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันปัจจัยเสี่ยงของประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้จากการเปิดผลรับฟังความคิดเห็น มีผู้ไม่เห็นด้วยเกือบ 90% โดยการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 85,734 คน โดยเห็นด้วยร้อยละ 9.33 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 89.47 จึงเห็นว่ารัฐบาลและรัฐสภาควรนำเสียงสะท้อนดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกลไกการสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 25 ปี
.
นางณกัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมา เงินบำรุงกองทุนมีส่วนสนับสนุนภารกิจสำคัญ ทั้งการรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า การป้องกันอุบัติเหตุ การส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน ตลอดจนการสนับสนุนชุมชนและภาคประชาสังคม หากเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจเกิดความไม่แน่นอนในการจัดสรรงบประมาณตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลถึงการจัดสรรงบประมาณมาทดแทนเงินกองทุนเดิม และผลกระทบต่อภาระการคลังของประเทศในระยะยาว รวมถึงการทำงานระดับพื้นที่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา มัสยิด ชุมชน และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะการดูแลเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างทั่วถึง
.
นางณกัญญา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เครือข่ายฯขอเสนอ 5 ข้อ เรียกร้องรัฐบาลทบทวนร่างกฎหมาย ได้แก่ 1.ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ. สสส. ที่เสนอให้ยกเลิกเงินบำรุงร้อยละ 2 และชะลอการตัดสินใจจนกว่าจะมีผลประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน 2.ประเมินผลกระทบทางการเงินการคลัง ทั้งรายได้ รายจ่าย และงบประมาณที่จำเป็นต่อการดำเนินภารกิจในระยะยาว 3.คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและการทำงานในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง 4.ยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และระบบตรวจสอบการใช้เงินให้สามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และ 5.เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม พร้อมนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการตัดสินใจ
.
“เครือข่ายฯ ยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบหรือการยกระดับธรรมาภิบาลของ สสส. แต่เห็นว่าการพัฒนาระบบกำกับดูแลสามารถดำเนินควบคู่กับการรักษากลไกเงินสนับสนุนที่จำเป็นได้ โดยไม่ควรยกเลิกเงินบำรุงร้อยละ 2 ก่อนมีข้อมูลและผลการประเมินที่ชัดเจน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาทบทวนร่างกฎหมายอย่างรอบด้าน พร้อมธำรงกลไกเงินบำรุงเดิมไว้ระหว่างการประเมินผลกระทบ เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินทุนกลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว” นางณกัญญา กล่าว
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














