back

จากสำรับย่านสู่อาหารเพื่อนบ้าน ‘ค่ายกับวัยเก๋า ปี 3’ เชื่อมวัย-เชื่อมโลก ผ่านจานอาหารอาเซียน

16 ต.ค. 2569 00:59 View: 9
author profile image
Akhtarmizi A.
เมื่อความแก่ชราไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และ “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งอิ่มท้อง แต่คือสะพานเชื่อมต่อสุขภาวะ บทเรียนชีวิต และมิตรภาพระหว่างผู้สูงวัยในชุมชน “ค่ายกับวัยเก๋า” กิจกรรมที่ออกแบบโดย ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban Studies Lab) ซึ่งจับมือกับพันธมิตรเปิดพื้นที่ ศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน (Ford Community Center) ในย่านประวัติศาสตร์อย่างนางเลิ้ง ให้เป็นหมุดหมายแห่งการเรียนรู้และการรวมตัวของเหล่าพี่ ๆ วัยเก๋า จากชุมชนในเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ย้อนกลับไปในปีที่ 1 “ค่ายกับวัยเก๋า” เริ่มต้นขึ้น โดยการชวนพี่ ๆ ผู้สูงอายุในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มาเรียนรู้เรื่องอาหารสุขภาพ ก่อนจะเติบโตและต่อยอดในปีที่ 2 ด้วยธีมอาหารไทย 4 ภาค ขยายพื้นที่การเรียนรู้ สุขกาย สุขใจ และสร้างพื้นที่ทางสังคมที่อบอุ่นให้กับวัยเก๋าในเมืองใหญ่ ล่าสุด “ค่ายกับวัยเก๋า ปีที่ 3” ที่เพิ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้พาสมาชิกวัยเก๋าก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดโลกกว้างผ่านหลักสูตรอาหารและรสชาติจากเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ปีที่ 3 นี้ โจทย์ของการเรียนรู้ถูกยกระดับให้ก้าวไกลไปกว่าเดิม ด้วยการพาวัยเก๋าข้ามแดนไปเปิดสัมผัสรับรสกับ “อาหารเพื่อนบ้านอาเซียน” ตลอด 6 สัปดาห์ของการจัดกิจกรรมชาวค่ายได้ร่วมกันเนรมิตเมนูประจำชาติของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ‘โมฮิงกา’ ขนมจีนน้ำยาปลาใส่หยวกกล้วยหอมกลิ่นตะไคร้จากเมียนมา ‘ยำใบชา’ (Lahpet Thoke) ที่เคี้ยวสนุกด้วยถั่วทอดและใบชาหมัก ‘ลักซา’ แกงกะทิรสจัดจ้านสไตล์มลายู ‘ซุปผักลาว’ ที่อุดมไปด้วยเห็ดและผักพื้นบ้านนัวน้ำปลาร้า ‘ติโนลา’ ซุปไก่ใส่ขิงและมะละกอดิบชุ่มคอจากฟิลิปปินส์ ไปจนถึง ‘บั๋นแบ่ว’ แป้งนุ่มหนึบหน้ากุ้งแห้งและไก่หย็องจากเวียดนาม การได้หยิบจับวัตถุดิบแปลกตา ชิมรสชาติ ที่ไม่คุ้นลิ้น ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นกุศโลบายสำคัญในการช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ประสาทสัมผัส และการทรงตัวผ่านการทำครัวอีกด้วย คุณรถเมล์ (พิทยารัตน์ ศรีซ้อน) Program Manager จาก Urban Studies Lab และ Head of Community Programs ของ Ford Community Center เล่าถึงจุดเริ่มต้นของค่ายว่า เกิดจากความตั้งใจที่อยากส่งเสริมการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักโภชนาการที่ถูกต้อง รู้จักทั้งคุณประโยชน์และโทษของวัตถุดิบแต่ละชนิด เพื่อให้ผู้สูงวัยในชุมชนสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพของตนเองได้จริง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ค่ายกับวัยเก๋า” ซึ่งซ่อนความหมายไว้ 2 มิติ คือ “กับ (ข้าว)” เรื่องราวของอาหารการกิน และการ “(ทำกิจกรรม) กับวัยเก๋า” การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างศูนย์ฯ และผู้สูงอายุในชุมชน โดยในปี 2569 นี้ โครงการได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมความพิเศษที่อยากพาพี่ ๆ วัยเก๋าไปเปิดโลกความอร่อยและเรียนรู้วัฒนธรรมการกินที่แปลกใหม่ผ่านธีม “อาหารเพื่อนบ้านอาเซียน” ที่ทั้งสนุก อร่อย และได้ดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน “ห้องเรียน” กลายเป็นพื้นที่เติมพลังใจ นอกจากทักษะการปรุงอาหารแล้ว ค่ายปีนี้ยังเติมมิติใหม่ ๆ ด้วยการชวนวัยเก๋ามาเรียนรู้ “ศิลปะการจัดจาน” เปลี่ยนอาหารจานธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะน่ารับประทาน มีการจัด “สนามแข่งขันทำอาหาร อย่างมาสเตอร์เชฟ” ที่ช่วยเหล่าเชฟวัยเก๋าลงพื้นที่จับจ่ายวัตถุดิบในพื้นที่ตลาดเทเวศร์ในการรังสรรค์อาหารในครั้งนี้ ที่สร้างทั้งความตื่นเต้นและรอยยิ้ม สำหรับผู้สูงวัยหลายคน กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่วิชาทำอาหาร แต่คือ "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า ได้ออกมาพบปะเพื่อนฝูง และได้สลัดความเหงาในวัยเกษียณออกไปจนหมดสิ้น “มาตั้งแต่ปีแรกมาทุกปีอยู่แล้ว รอลงทะเบียนตลอด ชอบและสนุกดีได้เจอเพื่อน อีกอย่างปกติที่บ้านเราก็ทำอาหารให้คนป่วยอยู่แล้วด้วย ปีนี้มีเรียนจัดจานด้วย ได้ใช้มีดหั่นแครอทตกแต่งหรือจัดจานสวย ๆ” — เชฟเล็ก (คุณเครือวัล เทพรักษา 65 ปี) “เป็นปีที่ 2 แล้วที่มา เพราะคนในชุมชนชวนมา พอได้มาแล้วเราเห็นว่ามันได้ความรู้ แล้วก็ทำให้เรามีทักษะหลาย ๆ ด้านในการดำเนินชีวิตของเรา ก็เลยมาเรื่อย ๆ ดีกว่าอยู่บ้านเฉย ๆ ปกติอยู่บ้านกับสาวโสด 4 คน ก็จะคอยดูแลพี่ ๆ การได้มาตรงนี้ทำให้เราได้มาเจอเพื่อน จากปกติที่ไม่เคยได้ออกไปไหนเลย สำหรับเมนูอาหารปีนี้เป็นเมนูที่เราไม่คุ้นเคย ไม่ได้ใส่รสมือเดิม เป็นอาหารต่างชาติ ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการชิมรสชาติที่เราไม่เคยสัมผัส ส่วนปีหน้ายินดีมาอีกแน่นอน 'ปีหน้าเจอกัน' และตั้งใจว่าจะชวนพี่สาวมาร่วมกิจกรรมด้วย จะได้พาเขาเข้าสังคมและพบปะคนในวัยใกล้กันไปด้วย" — เชฟศรี (คุณสมศรี ติระเดชยวัฒน์ 73 ปี) และ เชฟนง (คุณนงลักษณ์ ติระเดชยวัฒน์ 69 ปี) “เพื่อน ๆ ชวนมา ปีนี้เป็นปีแรกเลยที่ได้มา พอมาเข้าค่ายจริงเราก็เป็นน้องเล็กสุดเลย (หัวเราะ) ตอนแรกนึกว่าจะชวนมาทำอาหารดูแลผู้ป่วย ที่ไหนได้สนุกกว่าที่คิดมาก ได้เจอพี่ ๆ ทุกอาทิตย์ จะมีที่ไหนอีกที่เราได้เป็นน้องเล็กในวัยแบบนี้ ชอบทุกกิจกรรมที่มีในค่ายเลย” — เชฟตุ๊กตา (คุณสุณี ฤทธิแผลง 51 ปี) การเดินทางของ ‘ค่ายกับวัยเก๋า’ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การดูแลสุขภาวะของผู้สูงอายุในเมืองใหญ่นั้น ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการพบแพทย์หรือการกินยาตามสั่ง แต่การสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ผ่านสิ่งใกล้ตัวอย่าง "อาหาร" สามารถสร้าง สุขภาวะแบบองค์รวม ได้อย่างแท้จริง ทั้งสุขภาพกายที่แข็งแรงจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ และสุขภาพใจที่สดใสจากการมีสังคมและมิตรภาพที่อบอุ่น เรื่อง และภาพ : พิทยารัตน์ ศรีซ้อน ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban Studies Lab)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง