back
ปชป.จัดหนักศึกซักฟอกปมฮั๊วสว. รับไม่ได้พรรคการเมืองคุมองค์กรอิสระ กระทบเสาหลักปชต. "สาทิตย์" ชี้ กม.ให้อำนาจศาลฎีกาไต่สวนคดีเพิ่มมติกกต.เสียงข้างน้อย ลากไส้สาวลึกขบวนการ เส้นเงินโยงพรรค
15 ต.ค. 2569 05:21
View: 43

The Journalist
ตรัง-"สาทิตย์" ลั่นปชป.จัดหนักศึกซักฟอกปมฮั๊วสว. รับไม่ได้พรรคการเมืองคุมองค์กรอิสระ กระทบเสาหลักประชาธิปไตย ชี้ กม.ให้อำนาจศาลฎีกาไต่สวนคดีเพิ่มตามมติกกต.เสียงข้างน้อย ลากไส้สาวลึกขบวนการ เส้นเงินโยงพรรค พร้อมให้คำปรึกษาด้านกม.เอาผิดกกต.-ขบวนการฮั๊วทุกระดับ
.
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดตรัง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า เรื่องฮั้ว สว. วันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาที่กกต.มีมติส่งฟ้องคดี ไม่ใช่วันจบของคดีฮั๊วสว. แต่น่าจะเป็นวันเริ่มต้น ต้องบอกก่อนว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริตการเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นการทุจริตระดับกระบวนขบวนการ ที่ส่งผลกระทบต่อหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย คือการตรวจสอบถ่วงดุล เพราะสว.อำนาจที่สำคัญที่สุดคือการสรรหาแต่งตั้งองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นปปช. กกต. หรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยองค์กรอิสระเหล่านี้มีหน้าที่ตรวจสอบพรรคการเมือง หากสว.สามารถถูกควบคุมหรือกำกับโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ เมื่อพรรคการเมืองคุมสว. สว.ก็จะชี้นำการแต่งตั้งองค์กรอิสระได้ จนทำให้กรรมการองค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบนักการเมืองได้
.
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ยิ่งนักการเมืองหรือพรรคการเมืองนั้นไปเป็นรัฐบาล มีอำนาจฝ่ายบริหาร ถือว่าเป็นการคิดร่วมและควบคุมเบ็ดเสร็จ ทุกฝ่ายจึงให้ความสำคัญกับขบวนการฮั๊วสว. ซึ่งสังคมรู้สึกว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับคำวินิจฉัยของกกต. ค้านสายตาค้านความรู้สึกของบรรดานักกฎหมาย ฉะนั้นจากนี้ไปมีประเด็นที่ต้องจับตามอง 3 ประเด็น คือ 1.เมื่อกกต.ส่งคำวินิจฉัยไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งแล้ว ซึ่งเลขาธิการกกต.เคยตอบประธานสภาว่า จะส่งสำนวนทั้งหมดของคณะที่26 ของกกต.ไปให้ศาลฎีกาด้วย ซึ่งตามระเบียบศาลฎีกาข้อที่39 ระบุว่า ขั้นตอบของศาลฎีกาที่ใช้ไต่สวน สามารถเรียกพยาน และสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ดังนั้นกระบวนการข้อสงสัยสัยทั้งหลาย เช่น กกต.เสียงข้างน้อยระบุว่า การสอบสวนเส้นเงินถูกตัดออกด้วยมติกกต. 4ต่อ3 ซึ่งศาลฎีกาสามารถเรียกสอบได้ เส้นเงินพัวพันถึงใครสามารถเรียกได้หมด หรือแม้แต่ข้อสงสัยเรื่องการทุจริตฮั๊วสว.ว่าจะเกี่ยวกับพรรคการเมืองหรือไม่ หากศาลฎีกาสงสัยก็ยังสามารถเรียกสอบได้
.
นายสาทิตย์ กล่าวว่า 2.สำนวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ซึ่งทำสำนวนเรื่องคดีอั่งยี่ และ ฟอกเงิน ส่วนนี้ก็ต้องจับตามอง และ 3.เรื่องของการฟ้องกกต. มีหลายมาตราด้วยกันที่ฟ้องได้ เช่น มาตรา 157 ที่สามารถฟ้องได้โดยผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้มีคนดำเนินการแล้ว พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เองก็ให้คำปรึกษาทางกฎหมายให้กับสว.สำรอง และอดีตผู้สมัครหลายกลุ่มที่มีการฟ้องไปแล้ว นอกจากนั้นตนยังทราบว่า มีคนยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องล้มล้างการปกครองแล้วด้วย ถือเป็นกระบวนการหนึ่งที่ต้องจับตามอง รวมทั้งการใช้มาตรา 44 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกสว.ก็มีการยื่นไปแล้วด้วย ฉะนั้นเรื่อง สว. ตนคิดว่าไม่จบและเป็นข้อคาใจอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติ เรื่องกระบวนการฮั๊ว เรื่องเส้นเงิน ซึ่งโดยมติกกต.ที่ออกมานั้นคลุมเครือมาก ซึ่ง มีการดำเนินการในหลายช่องทาง เพราะถ้าทุกอย่างฝากความหวังไว้ที่ปปช.ซึ่งไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง












